ตอนที่6 แท้ง
ตอนที่6 แท้ง
“ริน ปะ...ปวดท้องค่ะ” คำบอกเล่าพร้อมกับน้ำเสียงติดขัดใบหน้ามีเม็ดเหงื่อผุดออกมาทำให้เตโชหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองลงมองหน้าเธอ
“ไหวไหม” น้ำเสียงราบเรียบถามออกไปก่อนจะถอนตัวออกจากร่องรักของเธอ
“ขอนอนพักหน่อยนะคะ” รรินตอบกลับเสียงแผ่วเบาแหบพร่าอย่างรู้สึกอ่อนแรงพร้อมกับมือกุมท้องไว้พยายามปรับลมหายใจของตัวเองเข้าออกช้า ๆ
แต่นอนสักพักอาการปวดกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด มันกลับรู้สึกปวดมากขึ้นกว่าเดิมเม็ดเหงื่อผุดออกมามากขึ้นพร้อมกับใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ทั้งรู้สึกปวดและรู้สึกเจ็บพร้อม ๆ กัน เจ็บกระทั่งทนต่อไม่ไหว
“คุณเต...พารินไปโรงพยาบาลหน่อยได้ไหมคะ” เสียงแผ่วเบาดังขึ้นบอกสามีตัวเองขึ้นอย่างรู้สึกทนไม่ไหว
“ได้สิ รอเดี๋ยวนะ” เตโชตอบก่อนจะลุกไปโซนแต่งตัวเปิดตู้หยิบเสื้อผ้าทั้งของเขาออกมาสวมใส่โดยไม่ลืมหยิบส่วนของเธอแล้วเดินกลับมาแต่งตัวให้กับเธออีกด้วย
เมื่อแต่งตัวให้เธอเรียบร้อยเขาก็หยิบกุญแจรถและกระเป๋าเงินใส่กระเป๋ากางเกงของตัวเองก่อนจะเดินกลับมาข้างเตียงก้มไปช้อนตัวของรรินขึ้นมาอุ้ม...
“เลือด” น้ำเสียงแผ่วเบาของเตโชดังขึ้นหลังจากช้อนยกขาเธอขึ้นจากที่นอนสีขาวและเห็นของเหลวสีแดงที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มี
“!...” รรินได้ยินแบบนั้นก็หน้าถอดสีมากกว่าเดิม ความรู้สึกกลางกายของเธอตอนนี้ยิ่งชัดเจนกว่าก่อนที่เขาจะพูดด้วยซ้ำว่ามีเลือด เลือดที่ออกจากร่องรักในตอนที่กำลังท้องนี่ไม่เท่ากับว่า...
“.....” เตโชไม่ได้พูดอะไรอีกสาวเท้ายาว ๆ ของเขาออกจากห้องนอนลงไปชั้นล่างรีบพาเธอขึ้นรถขับออกจากบ้านไปโรงพยาบาลทันที
“.....” รรินที่นั่งอยู่ข้างคนขับได้แต่กุมท้องตัวเองไว้แน่นกับความปวดเกร็ง ไหนจะความรู้สึกของเธอที่มีของเหลวไหลออกมาเรื่อย ๆ จนทำให้น้ำตาไหลออกมาอย่างต่อห้ามไม่ได้ เพราะอดคิดไม่ได้เลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองตอนนี้คืออะไร
ใช้เวลาพักหนึ่งเตโชก็พารรินมาถึงโรงพยาบาลก่อนที่เธอจะถูกส่งตัวให้บุรุษพยาบาลและพาเข้าห้องฉุกเฉินไปทำการรักษาในทันที เตโชที่รีบเอารถไปจอดก็รีบกลับมารอเธอที่หน้าห้องฉุกเฉิน รอประมาณชั่วโมงหน่อย ๆ หมอก็ออกมาแจ้งอาการ
“คนไข้แท้งค่ะ”
“.....” เตโชที่ได้ยินแบบนั้นก็เงียบไปโดยที่สีหน้าแทบไม่ได้แสดงอาการอะไรจนมองไม่ออกว่าเขากำลังช็อกหรือกำลังไม่รู้สึกอะไรกันแน่
“ญาติจะให้คนไข้พักฟื้นสักคืนหรือรอน้ำเกลือหมดกลับเลยคะ” หมอถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นญาติผู้ป่วยนิ่งเงียบไปนาน
“ให้เธอพักฟื้นคืนหนึ่งแล้วกันครับ” เตโชตอบออกมา
“ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นญาติติดต่อห้องพักได้เลยนะคะ”
“ครับ” เตโชตอบรับออกมาก่อนจะเดินไปจัดการเรื่องห้องพักจนเรียบร้อยบุรุษพยาบาลก็เข็นรรินที่หลับไปแล้วไปยังห้องพัก
เตโชนั่งมองหน้าหญิงสาวที่หลับสนิทใบหน้ายังคงไร้สีเลือดดูซีดเซียวน่าสงสาร ใบหน้าสวยไร้การแต่งแต้มดูอ่อนเยาว์และไร้เดียงสาไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่เธอกลับเป็นคนร้ายเดียงสาจนทำให้ต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้ ทุกอย่างเป็นเพราะเธอที่เลือกจะพาตัวเองเข้ามาแลกกับผลประโยชน์อย่างเห็นแก่ตัวแบบนี้
สุดท้ายร่างสูงของเตโชก็ลุกขึ้นและหันหลังเดินออกไปจากห้องพักฟื้นของรรินอย่างไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองหรืออยู่เป็นเพื่อนเธอเลยสักนิด เดินออกไปอย่างเย็นชาราวกับทุกอย่างที่ผ่านมาตลอดเวลานั้นคือเรื่องหลอกลวง
...
“เฮือก!” ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นมากับความรู้สึกวูบโหวงในใจราวกับผ่านฝันร้ายมา แต่ฝันนั้นกลับเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนและเธอจดจำทุกอย่างไว้ในจิตใต้สำนึกก่อนจะหลับไปเพราะยานอนหลับ
เด็กในท้องไม่อยู่แล้ว
“ตื่นแล้วเหรอคะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเห็นรรินตื่นขึ้น
“พี่ผึ้ง” รรินเรียกคนที่เห็นเป็นแรกขึ้นอย่างผิดคาดเพราะเธอคิดว่าคนแรกที่เห็นตอนตื่นจะเป็นเตโชซะอีก
“เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นหรือยัง” น้ำผึ้งถามคนที่ได้ชื่อว่าคุณผู้หญิงของบ้านขึ้น
“คุณเตละคะ” รรินไม่ได้ตอบแต่ถามกลับไปแทน
“คุณเตไปทำงานค่ะ”
“.....” รรินได้ยินแบบนั้นดวงตาที่แดงก่ำก็คลอไปด้วยน้ำตาและหยดออกมาตามหางตา “รินอยากกลับบ้านแล้วค่ะ”
รรินบอกน้ำผึ้งขึ้นตามความต้องการของตัวเอง
“ค่ะ” น้ำผึ้งตอบรับก่อนจะเข้าไปประคองหญิงสาวขึ้นเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเนื่องจากน้ำเกลือได้ถูกออกตั้งแต่เช้าแล้ว
ระหว่างรรินเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่นั้นน้ำผึ้งก็ทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลโดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เตโชได้จ่ายไว้ล่วงหน้าแล้ว น้ำผึ้งจึงได้ใบรับยามาอย่างง่ายดายก่อนจะกลับเข้ามารับรรินพาออกไปรับยาและกลับบ้านไป
เมื่อถึงบ้านรรินก็ขอตัวขึ้นห้องนอนไป ห้องนอนที่ถูกเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่ไร้รอยสีเลือดเมื่อคืนเปื้อนอยู่ เธอเดินไปนั่งขอบเตียงยกมือขึ้นลูบท้องตัวเองด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งอย่างหักห้ามไม่ได้
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมความรู้สึกเสียใจถึงได้มากขนาดนี้ทั้งที่เธอก็ไม่เคยพร้อมจะเป็นแม่คนในเวลานี้เลย แต่พอได้เป็นและได้เสียเขาไปในเวลาไล่ ๆ กัน มันกลับทำให้เธอรับรู้เต็มอกเลยว่าเราสามารถรักคน ๆ หนึ่งได้โดยไม่จำเป็นต้องเจอหน้าเขา รักได้ทั้งที่เขายังไม่เป็นรูปเป็นร่างด้วยซ้ำ สัญชาตญาณของความเป็นแม่สามารถมีได้ทันทีที่รู้ตัวว่าท้อง แต่เธอดันเป็นแม่ที่ไม่สามารถรักษาลูกตัวเองไว้ได้
“ขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ” เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างเลื่อนลอยกับตัวเองอย่างรู้สึกผิดและเสียใจ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจากยอมรับความจริงและรอเวลาที่ทุกอย่างพร้อมกว่านี้ พร้อมให้ที่จะต้อนรับเขาใหม่อีกครั้งและจะดูแลเขาให้ดีกว่านี้
รรินที่ยังเพลียทั้งร่างกายและจิตใจทำให้เธอเผลอหลับไปอีกครั้งและรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีช่วงเย็น เธอจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะพาตัวเองลงไปข้างล่างเพื่อเฝ้ารอสามีของเธอที่ออกไปทำงาน สามีที่เธอคิดว่าวันนี้เขาจะอยู่กับเธอซะมากกว่าด้วยซ้ำ แต่คงเพราะเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วมั้งเขาถึงได้ให้น้ำผึ้งไปเฝ้าเธอแทนและเขาออกไปทำงาน
ช่างเถอะ เรื่องแค่นี้อย่าเก็บมาคิดให้ตัวเองรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้อีกเลย เพราะยังไงเขาก็ไม่ได้บกพร่องหน้าที่ของสามีเลยสักนิด...
“คุณเต...” เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นด้านหลังบอกการกลับมาของสามีทำให้รรินที่นั่งอยู่บนโซฟาลุกขึ้นหันไปเรียกเขาแต่รอยยิ้มหวานของเธอได้มลายหายไปทันทีเมื่อสามีของเธอไม่ได้กลับมาคนเดียว แต่มีหญิงสาวอีกคนเกาะแขนเคียงข้างกายเขาอย่างสนิทสนม
“.....” ร่างสูงของคนที่ได้ชื่อว่าสามีปรายตามองภรรยาตัวเองเล็กน้อยก่อนจะพาหญิงสาวข้างกายขึ้นชั้นสองไปด้วยสายตาที่ทำให้รรินชะงักไปอย่างตกใจ
“คุณเต ทำอะไรคะ” รรินก้าวออกไปดักหน้าเขาแล้วถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“ทำอะไร” เตโชถามกลับด้วยสีหน้าและสายตาเรียบนิ่งเย็นชา
“ผู้หญิงคนนี้ เป็นใครคะ” รรินถามออกไปด้วยความอยากรู้อย่างถึงที่สุด การพาผู้หญิงเข้าบ้านด้วยท่าทางสนิทสนมแบบนี้คืออะไรและหล่อนเป็นใคร
“นี่พัทริน ผู้หญิงของฉัน” แล้วเตโชก็แนะนำพัทรินออกมาอย่างตรงไปตรงมา แนะนำออกมาอย่างไม่สนใจเลยคำตอบของเขาจะทำให้ใครเจ็บปวด
“มะ...หมายความว่ายังไงคะ” รรินได้ยินแบบนั้นก็ผงะและถามย้ำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ
แต่จะให้เธอเชื่อได้ยังไงในเมื่อสามีของเธออาศัยอยู่กับเธอสองเดือนกว่าโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก็ทำหน้าที่สามีอย่างไม่ได้ขาดตก ไม่ได้ดีหวือหวา แต่ก็ไม่ได้ละเลยอะไร เขาอยู่กับเธอตลอดเวลานอกจากเวลางาน เขาถามความรู้สึกของเธอและบอกความรู้สึกของเขา แล้วเขาจะมีคนอื่นได้ยังไงกัน
“ถ้าบอกว่าผู้หญิงอีกคนไม่เข้าใจ งั้นฉันจะบอกว่าเป็นเมียอีกคนก็แล้วกัน”
