บท
ตั้งค่า

ตอนที่9

ตอนที่9

"ฮึบ!..ฟู่..หลับสบายเลย..ทำหน้าแบบนั้นกันทำไมถ้าหากรีบเหตุใดจึงไม่ปลุกข้าเล่า"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่หลับเต็มอิ่มแล้ว

"พวกข้ามิรีบขอรับมิรีบๆ..คุณชายจะนอนต่อก็ได้นะขอรับ"อาซินเอ่ยตอบออกมาพร้อมกับยิ้มแห้งๆ

"ไม่ละ..ข้าว่ารีบไปกันเถิดจะได้รีบๆกลับเดี๋ยวข้าจะไปไม่ทันงานประมูลกันพอดี"เฟิงชิงว่าตอบก่อนที่จะใช้เวทย์ตรวจจับตรวจจับอสูรบริเวณรอบๆ

คนอื่นๆที่ได้ยินแบบนั้นก็ถอดหายใจออกมาหนึ่งที่อย่างพร้อมเพียง

"เป็นอย่างไรบ้างขอรับคุณชาย"อาซุยเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นเฟิงชิงเงียบไปได้สักพักแล้ว

เฟิงไม่ได้ตอบอะไรกลับไปก่อนที่จะหลับตาลงเพื่อให้เวทย์ตรวจจับทำงานได้กว้างขึ้น

"เจอแล้วอยู่ทิศใต้ห่างออกไปราวๆ20ลี้"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นมาหลับจากที่ตรวจจับอสูรได้จำนวนมากและหนึ่งในนั้นมีตัวที่คล้ายกับไคเมร่าที่เหรินเฟยกำลังตาหาอยู่

"เช่นนั้นเรารีบไปกับเถิด"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อนก่อนที่ทุกคนจะเริ่มออกวิ่งโดยมีเฟิงชิงเป็นคนวิ่งนำหน้าไป

"ข้างหน้าประมาน10ลี้มีฝูงอสูรอยู่จำนวน15ตนระดับความยากน่าจะประมานระดับสาม...จัดการกันได้ใช่ไหม"เฟิงชิงเอ่ยถามขึ้น

"พวกข้าสองคนพอรับมือได้ขอรับ"อาเทียนเอ่ยตอบกลับไป

"แค่ระดับสามพวกข้าไหวอยู่แล้วขอรับ"คนอื่นๆเอ่ยขึ้นมาบ้าง

"อย่าได้แต่พูดละ.."เฟิงชิงเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นเพราะอีกไม่นานก็จะเข้าปะทะกับอสูรกลุ่มแรก

"มาแล้ว!!"อาเทียนเอ่ยขึ้นเสียงดังให้ได้ยินกันทุกคนก่อนที่จะเข้าปะทะกับกลุ่มอสูรลิงระดับ3

ตู้มมมม ตู้มมมม ตู้มมมม

เสียงจากการต่อสู้ดังสนั่นไปทั่วป่า เฟิงชิงใช้ท่าตัดผ่าวารีจนกลุ่มลิงประมาน9-10ตัวลงไปกองอบู่กับพื้นพร้อมกับเลือดสีดำของพวกมันที่ไหนออกมาไม่หยุด

"เหยียนซุยเจ้าว่าคุณชายจะเก่งเกินไปหรือไม่"อาเทียนเอ่ยขึ้นมาขณะต่อสู้อยู่

"ช้ามิรู้หรอก..ข้ารู้เพียงแค่ว่าถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างคุณชายคงผิดหวังในตัวของพวกเรามากเป็นแน่"อาซุยเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับฟังเข้าที่กลางตัวเจ้าลิง

"นั้นสินะ...พร้อมรึยังอาซุย"อาเทียนว่าขึ้นมาอีกก่อนที่จะลอยไปยืนข้างอาซุยพร้อมกับตั้งท่า

"ข้าพร้อมเสมอ...ใครจัดการได้มากกว่าเป็นผู้ชนะ"อาซุยเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับตั้งท่าเตรียมสู้ทันที

เฟิงชิงที่เห็นทั้งคู่ตั้งท่าอยู่จึงเดินไปยืนพิงต่นไม้ดูอยู่ข้างหลัง ทุกสายตาจับจ้องไปที่ทั้งสามคนที่มีท่าทีแปลกไปเพราะอยู่ดีๆเฟิงชิงก็เก็บกระบี่กลับไปแล้วมายืนดูคนของตนเองนิ่งๆ

"ข้าไม่มีทางแพ้เจ้าแน่อาซุย!"อาเทียนว่าต่อก่อนที่จะเข้าโจมตีเจ้าพวกลิงด้วยกระบวนท่าอสูรแปดทิศ

"งั้นเห็นทีข้าคงมิต้องออมแรงแล้วละกระมั่ง"อาซุยว่าต่อก่อนที่จะพุงเข้าไปอีกคนด้วยท่าวารีสะท้านฟ้า

ทั้งคู่ต่อสู้กับเจ้าอสูรลิงอย่างไม่ลดละจนคนอื่นๆได้แต่ยืนมองอยู่กับเฟิงชิงเพราะไม่มีที่ให้เข้าไปสู้ด้วยเลย

"ผู้ติดตามของเจ้าเก่งดีนิ"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นก่อนที่จะมองมายังเฟิงชิง

"ไม่รู้สิข้าก็พึ่งเคยเห็นเจ้าพวกนั้นสู้จริงหลังจากที่ทิ้งไว้ที่จวนหนึ่งเดือนได้ละกระมั่ง"เฟิงชิงเอ่ยตอบกลับไปโดยที่ไม่หันไปมองเพราะตนเองกำลังมองดูทั้งสองคนอย่างภาคภูมิใจ

ตู้มมมม ตู้มมมม

เสียงดังจากการต่อสู้ยังคงดังขึ้นมาเรื่อยๆอย่างไม่ลดละ ทั้งสองคนยังคงสู้กับบอสูรลิงอย่างเอาเป็นเอาตายเพราะไม่มีใครอยากแพ้ใคร

"คุณชายลู่...ข้ามีสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง.."ยังไม่ทันที่เหรินเฟยจะได้พูดจบเฟิงชิงก็เอ่ยขึ้นมาซะก่อน

"เรื่องที่ข้าบอกว่าถึงอยู่ในนี้ก็ไม่หิวน่ะหรือ"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นพร้อมกันหันไปมองเหรินเฟย

"อืม..แล้วก็เรื่องเวลาของที่นี่ด้วย.."เหรินเฟยเอ่ยขึ้นพร้อกับใบหน้าที่ดูสงสัย

"ก็ไม่แปลกที่ท่านจะสงสัย..เดิมทีที่นี่เป็นที่ของพวกอสูรอยู่แล้ว..ท่านรู้จักป่าที่ชื่ออสูรแปดทิศหรือไม่"เฟิงชิงเอ่ยตอบกลับไปก่อนที่จะเอ่ยถามเหรินเฟยต่อ

"คุณชายกำลังจะบอกข้าว่าที่นี่คือป่าอสูรแปดทิศอย่างนั่นหรือ"เหรอนเฟยเอ่ยต่พร้อมกับทำหน้าสงสัยหนักกว่าเดิม

"ใช่..ถ้าจะให้ข้าเดา..ที่นี่คงจะเป็นที่ไหนสักแห่งของป่านั้น...ท่านรู้หรือไม่เหตุใดป่านี้ถึงได้ชื่อว่าป่าอสูรแปดทิศ"เฟิงชิงเอ่ยต่อ

"..อืม...ที่ได้ชื่อว่าป่าแปดอสูรก็เป็นเพราะมีอสูรพลังพิเศษอาศัยอยู่ทั้งแปดทิศสินะ"เหรินเฟยเอ่ยตอบพร้อกับท่าทางที่เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

"ถูกต้อง...อสูรที่พวกเรากำลังตามอยู่ตอนนี้คือเจ้าไคเมร่าพลังพิเศษของมันคือการหยุดเวลาของทุกสิ่งและสร้างม่านพลังเพื่อให้เหยื่อมาติดกับก็เท่านั้น...ป่าแปดอสูรนั้นมีความหมายว่าอีกแบบด้วยนะ"เฟิงชิงเอ่ยต่อ

"ป่ากินคนสินะขอรับ"อาหลานเอ่ยขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้

"ใช่..การที่เราเข้ามาในป่าของพวกมันก็เท่ากับเข้าไปอยู่ในท้องของพวกมันตัวใดตัวหนึ่งนั้นแหละ"เฟิงชิงเอ่ยตอบก่อนที่จะหยิบตำราที่ท่านยายให้มาออกมาจากมิติจิต"ลองใส่ปราณเข้าไปในตำราเล่มนี้สิ..แล้วท่านจะรู้เอง"ว่าจบเฟิงชิงก็ส่งตำราเล่มนั้นให้กับเหรินเฟย

"เช่นนี้นี่เอง...เหตุผลที่เราไม่หิวแถมเวลาก็ยังเดินเร็วกว่าปกติก็เพราะเราเข้ามาในเขตของเจ้าไคเมร่าสินะ"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นก่อนที่จะนั้งอ่านต่สักพัก

"ถูกต้อง...หากเราเข้าไปยังเขตแดนของอสูรตนอื่นผลที่เกิดขึ้นก็จะแตกต่างออกไป"เฟิงชิงเอ่ยจบก็หลับตำราของตนเองกลับมาทันทีก่อนที่จะเอ่ยขึ้นอีก"ข้าว่าเราควรไปต่อได้แล้ว"ว่าจบเฟิงชิงก็เดินไปยังอาเทียนและอาซุยทันทีโดยที่ไม่รให้อีกคนได้พูดอะไร

"คุณชายท่านก็เห็นใช่ไหมขอรับว่าข้าจัดการเจ้าตัวสุดท้ายได้ก่อนน่ะ"อาเทียนเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์

"ไม่มีทาง...คุณชายข้าจัดการมันได้ก่อนนะขอรับข้าเป็นคนฟันที่คอมันได้ก่อน"อาซุยว่าขึ้นอีกอย่างไม่ยอมแพ้

"ไม่มีทาง..ข้าต่างหากเล่าที่เป็นคนฟันมันได้น่ะ"อาเทียนเอ่ยต่อทันที

"พอๆ...พวกเจ้าเก่งกันทั้งคู่...ทำได้ดีมาก..ต่อไปเราจะเดินทางกันต่อไปกันเถอะ"เฟิงชิงเอ่ยจบก็เดินนำไปทันทีโดยที่มีคนอื่นๆเดินตามมา

เฟิงชิงเดินมาได้สักพักแต่กับจำสัญญาณของอสูรไม่ได้เลยสักตน

"คุณชายลู่เป็นอะไรไปหรือ"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเฟิงชิงมีท่าทีแปลกไป

"..แปลก..ในบริเวณรอบๆนี้ไม่มีพวกอสูรอยู่เลย..เหมือนกับว่าอยู่ดีๆพวกมันก็หายไป"เฟิงชิงเอ่ยตอบก่อนที่จะหยุดเดินและหลับตาลงเพื่อเพิ่มระยะในการค้นหา

"..."เหรินเฟยๆม่ได้เอ่ยอะไรออกไปก่อนที่จะหันไปมองรอบๆอย่างใช้ความคิด

"เจอแล้ว..งานยากเลยนะเนียเล่นไปอยู่รวมกันแบบนั้น"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นเมื่อตรวจจับอสูรจำนวนมากได้ทางทิศตะวันออก

"หมายความว่าอย่างไร"เหรินเฟยเอ่ยถาออกมาก่อนที่จะหันมามองเฟิงชิงที่กำลังนึกคิดอะไรบ้างอย่างอยู่

"เจ้าพวกนั้นมันไปรวมตัวกันเพื่อปกป้องไคเมร่าที่เป็นผู้ปกครองป่าน่ะ..พวกมันคงจะได้ยินเสียงการต่อสู้เมื่อกี้เลยไปรวมตัวกันทางทิศตะวันออก...ถ้าเป็นอย่างถ้าข้าคิดจริงๆเจ้าไคเมร่าเองก็คงอยู่ที่นั้นด้วย"เฟิงชิงเอายตอบกลับไปก่อนที่จะหันไปทิศที่พวกอสูรอยู่

"เช่นนั้นก็รีบไปกันเถิด...จะได้ไม่เสียเวลา"เหรินเฟยเอ่ยต่อ

"พวกมันอยู่ทิศตะวันออกห่างออกไปราวๆ30ลี้..อสูรทั้งหมดราวๆสองพันตนพวกเจ้าไหวหรือไม่"เฟิงชิงเอ่ยต่อพร้อมกับถามออกไป

"ข้าไหว..เจ้ารีบนำไปเถิด"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นย่างหนักแน่น

"งั้นก็ไปกันเถิด..."ว่าจบเฟิงชิงก็วิ่งนำไปทันที

"คุณชายข้าสงสัยมาตั้งแต่ตอนเข้ามาที่นี่แล้วเหตุใดเราถึงต้องวิ่งไปละขอรับเหตุใดถึงไม่ขี่กระบี่แทน"อาเทียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเร่งฝีเท้าให้ทันเฟิงชิง

"เช่นนั้นเจ้าก็ลองใช้ปราณส่งไปบนฟ้าสิ"เฟิงชิงว่าตอบก่อนที่จะวิ่งให้ช้าลง

"..."อาเทียนไม่ได้ตอบอะไรก่อนที่จะทำตามที่เฟิงชิงบอกโดยการที่ส่งลมปราณขึ้นไป

ไม่นานลมปราณที่ถูกส่งไปก็ถูกทำลายด้วยม่านพลังสีดำ

"เช่นนี้ยังอยากจะใช้กระบี่อยู่หรือไม่"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่อาเทียนจะส่ายหัวปฎิเสไปสุดแรง"ข้าบอกแล้วไงว่าเราเข้ามาที่นี่ก็เหมือนเข้ามาในท้องของมันนั้นแหละ"ว่าจบเฟิงชิงก็หัวเราะออกมานิดๆกับท่าทีของอาเทียนก่อนที่จะเพิ่มความเร็วของฝีเท้าให้เร็วขึ้น

"เหลืออีก10ลี้..เร่งฝีเท้าหน่อย"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะใช้เวทย์ตรวจจับอสูรไปตลอดทาง

"อีก5ลี้"เฟิงชิงเอ่ยจบคนอื่นๆก็เร่งฝีเท้ากันอีกก่อนที่จะวิ่งเข้ามาเจอกับทุ่งโล่ง

"ไม่เห็นมีอะไรเลยขอรับคุณชาย"อาซุยเอ่ยขึ้นมาอย่างงงไปเพราะเมื่อพวกเขาวิ่งมาถึงกลับไม่มีอะไรเลยนอกจากทุ่งว่าง

"ไม่หรอกต้องมีแน่ๆ...กลิ่นอายของอสูรมากขนาดนี้ไม่แน่มันอาจจะยืนอยู่ข้างหน้าพวกเราก็ได้"อาเทียนเอ่ยตอบกลับไปเมื่อสัมผัสกลิ่นอายของอสูรได้

"ก็อย่างที่อาเทียนบอกนั้นแหละ...พวกเราแค่มองไม่เห็นเพราะเวทย์มายาบังกายก็เป็นได้"เฟิงชิงเอ่ยตอบกับไป

"ทุกคนระวังตัวไว้"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกคนจะมาอยู่รวกันและคอยระวังหลังให้เหรินเฟย

"อ้ากกก!!!"เสียงของหนึ่งในผู้ติดตามของเหรินเฟยร้องออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนที่ร่างของชายคนนั้นจะโดนดึงไปข้างหน้าพวกเขา

พร้อมกับร่างที่โดนฉีกขาดเฟิงชิงที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มหลับตาอีกครั้งพร้อมกับเพิ่มความสามารถให้เวทย์ตรวจจับมากขึ้นจนสามารถเห็นร่างของอสูรได้

"เหรินเฟยข้างหลัง"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นทั้งไปที่ยังคงหลับตาอนู่ก่อนที่เหรินเฟยจะชักดาบออกมาป้องกันตนเอง

เคร้ง

เสียงดาบของเหรินเฟยปะทะเข้ากับบางย่างที่มองไม่เห็น

"อาเทียนอาซุย..ข้างหน้า"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นมาอีกพร้อมกับมองความเคลื่อนไหวของอสูรตนอื่นๆในความมืด

เคร้ง!!

อาเทียนและอาซุยที่ได้ยินแบบนั้นก็ชักดาบออกมาป้องกันตัวทันที

"ข้าจะลองส่งปราณวิญญาณดวงไปให้...ให้พวกเจ้าค่อยๆหลับตาลงและตั้งสมาธิสะ"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่คนอื่นๆจะค่อยไหวลับตาลง

เฟิงชิงเริ่มเพิ่มปราณให้มากขึ้นกว่าเดิมก่อนที่จะส่งไปให้คนอื่นๆ

"เห็นชัดเลยขอรับคุณชาย"อาเทียนเอ่ยขึ้นยิ้มๆก่อนที่จะใช้ท่ากระบี่อสูรแปดทิศ

"ใครจะไปยอมกัน"อาซุยว่าต่อก่อนที่จะใช้ท่าวารีสะท้านฟ้า

ทุกคนที่ได้รับพลังปราณวิญญาณดางตาของเฟิงชิงไปก็เริ่มใช้ท่าประจำตัวของตนทันทีเพื่อตอบโต้พวกอสูร

"อาเทียนอาซุยคลุ้มกันให้ข้าหน่อย...ข้าจะหาตัวอสูรที่ใช้พลังมายานี้"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะนั้งลงไปกับพื้นก่อนที่จะทำสมาธิ

"ขอรับ!!!"อาเทียนอาซุยเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับก่อนที่จะวิ่งไปคลุ้มหันเฟิงชิง

.

'ตนนี้ก็ไม่ใช้..ตนนี้ก็ไม่ใช้'เฟิงชิงเอ่ยขึ้นในจิตใจของตนเองก่อนที่จะถอดจิตของตนออกไปค้นหาอสูรที่ใช้พลังมายา

แต่ก่อนที่จะหาเจอเฟิงชิงก็หันไปเห็นอสูรตนหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่ไม่ว่าจะมองยังไงก็เห็นได้ไม่ชัด

เฟิงชิง เฟิงชิง ข้านึกแล้วว่าท่านต้องมา

เสียงของอสูรตนนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้เฟิงชิงก่อนที่ร่างของมันจะหายไป

ข้าจะรอท่าน..จนกว่าจะถึงวันที่เหมาะสม

เสียงๆนั้นดังขึ้นมาอีกเฟิงชิงที่ได้ยินแบบนั่นก็นึกสงสัยในคำพูดที่เหมือนรู้จักตนเองดีอย่างนั้นแหละ

แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรเองชิงก็หันไปเห็นเข้ากับอสูรมายาตนหนึ่งก่อนที่จะเอ่ยบอกเหรินเฟยไป

"เหรินเฟยทางซ้ายต้นไม้ต้นที่สาม"เฟิงชิงเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนที่เหรินเฟยจะรีบวิ่งไปพร้อกับฟันเข้าที่คอของอสูรตนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น

แกร็ก! เพล้ง!

เสียงของม่านมานานดังขึ้นก่อนที่จะแตกสลายหายไปเผยให้เห็นอสูรจำนวนมากข้างหน้าพวกเขา

"แค่นี้ก็จะได้สู้อย่างเต็มที่สะที"อาเทียนเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับตรงเข้าไปฟันคอพวกอสูร

อาซุยเองก็เช่นกันมุ่งหน้าจัดการอสูรอย่างไม่ยอมแพ้

ตู้มมมม ตู้มมมม

เสียงการต่อสู้ยังคงดังไม่หยุดร่างของอสูรมากมายล่วงลงบนพื้นในสภาพที่ศีรษะถูกตัดออกจากหัว

ทุกคนยังคงสู้ต่อไปพร้อมกับร่างของอสูรมากมายที่ไร้หัวล่วงลงพื้นตัวแล้วตัวเล่า

.

--------

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel