บท
ตั้งค่า

ตอนที่8

ตอนที่8

ร่างของทั้งสามคนถูกพามายังป่าป่าหนึ่งที่พวกเขาไม่รู้จักก่อนที่จะเกิดเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

อ่า!!!!!!

เฟิงชิงที่ได้ยินเสียงร้องนั้นพยายามใช้เวทย์ตรวจจับสิ่งมีชีวิตก่อนที่จะพบเข้ากับกลุ่มๆหนึ่งทางทิศใต้

"ทางนั้น"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะวิ่งไปโดยที่เหลาเทียนและเหยียนซุยยังคงตามไปติดๆ

"คุณชายขอรับพวกเรากำลังไปที่ไหนกันหรือ"เหล่าเทียนเอ่ยถามขึ้นมาในขณะที่กำลังวิ่งอยู่

"เมื่อกี้เจ้าไม่ได้ยินเสียงคนร้องหรือ..ที่ที่เรากำลังจะมุ่งไปคือที่ที่เสียงร้องนั้นดังขึ้นมาอย่างไรเล่า"เหยียนซุยเอ่ยตอบขึ้นมาแทนเฟิงชิงเพราะกลัวว่านายของตนจะเสียสมาธิในการใช้ปราณ

"ข้าเข้าใจแล้ว...คุณชายเราควรที่จะเร่งฝีเท้านะขอรับ"เหลาเทียนเอ่ยต่อทันที

"อืม..พวกเจ้าตามให้ทันละ"ว่าจบเฟิงชิงก็เร่งฝีเท้าอีกจนเหลาเทียนและเหยียนซุยตกใจกันยกใหญ่ก่อนที่พยายามไล่ตามฝีเท้าของเฟิงชืงให้ทัน

อ้ากก!!!!

เสียงของคนจำนวนมากร้องดังขึ้นดังขึ้นทำให้เฟิงชิงมั่นใจว่าใกล้ที่จะถึงแล้วจึงได้เร่งฝีเท้าเพิ่มขึ้นอีก

เหลาเทียนและเหยียนซุยที่เห็นนายของตนเร่งฝีเท้าเพิ่มก็ต้องรีบเร่งฝีเท้าตนเองเพื่อไปให้ทันเองชิง

"อ้ากก...นั้นมันตัวอะไรน่ะขอรับคุณชาย"เหลาเทียนเอ่ยขึ้นมาอีกอย่างตกใจเมื่อเขาเริ่มเห็นร่างของสัตว์อสูรที่อยู่ไม่ไกลนัก

"อสูรพันธุ์งูยักษ์ความยากอยู่ที่ระดับ4พวกเจ้าพอสู้ไหวหรือไม่"เฟิงชิงเอ่ยตอบกลับไปก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นมาต่อ

"พวกข้าเกรงว่าจะไม่ไหวขอรับ..ความสามารถของพวกข้าอยู่ที่อสูรระดับสองขอรับ"เหยียนซุยเอ่ยตอบกลับไป

"เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปช่วยพวกที่บาดเจ็บซะเจ้างูนั้นเดี๋ยวข้าจะจัดการเอง"เฟิงชิงว่าจบก็เรียกกระบี่ของตนออกมาจากข้อมือด้านซ้ายก่อนที่จะเร่งฝีเท้าเพิ่มขึ้นอีก

พอทั้งสามคนเข้ามาใกล้แล้วเหลาเทียนและเหยียนซุยก็แยกตัวออกมาป้องกันพวกคนที่อยู่เกาะกลุ่มกันราวๆ10-20คน

ส่วนเฟิงชิงนั้นได้พุ่งเข้าไปยังอสูรขนาดใหญ่ก่อนที่จะชักกระบี่ออกมารับการโจมตีของสัตว์อสูรแทนพวกคนที่บาดเจ็บ

"ไปเกาะกลุ่มกันไว้"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่พวกคนที่โดนโจมตีจะพากันไปเกาะกลุ่มกับกลุ่มใหญ่

เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีคนอยู่บริเวณใกล้ๆเฟิงชิงก็ได้เรียกยันต์ที่ท่านอาจารย์ของเขาได้ให้ไว้ขึ้นมาก่อนที่จะป้ายเลือดลงไปและปาไปยังกลุ่มคน

ไม่นานยันต์ที่เฟิงชิงปาไปก็เกิดเป็นเกาะเวทย์ขนาดใหญ่ล้อมรอบคนทั้งหมดเพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายในระหว่างที่ตนเองสู้

เมื่อเกาะเวทย์ทำงานเฟิงชิงก็เปลี่ยนมาใช้กระบวนท่าเตะเข้าไปที่หัวของอสูรงูยักษ์จนกระเด่นไปก่อนที่เฟิงชิงจะกลับมาตั้งท่าอีกครั้งเพื่อเตรียมสู้ต่อ

เจ้างูยักษ์ที่โดนเตะกระเด่นไปไม่มากก่อนที่จะหันมาโจมตีเฟืองชิงอีกครั้งด้วยความโกรธ

แต่ก่อนที่เจ้างูตนนั้นจะมาถึงตัวเฟิงชิงก็ได้ใช้กระบวนท่าตัดผ้าพสุธาจนเจ้างูยักษ์ลำตัวขาดเป็นสองท่อน

ตู้ม!!

เสียงร่างของงูยักษ์ล้วงลงกระทบกับพื้นจนเกิดเป็นเสียงดังเฟิงชิงที่เห็นแบบผลงานของตนเองก็เก็บกระบี่เข้าฝักทันที

"ฟู่...เกือบไม่รอดแล้วไหมละ..งานยากเลยนะเนีย"ร่างบางเอ่ยออกมาอย่างโล่งใจก่อนที่จะเดินกลับมายังกลุ่มคน

"มะ...แม่นางช่างเก่งยิ่งนักพวกข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านแล้ว"หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นมาใบหน้ายังคงสื่อให้เห็นถึงความตกใจ

"นี้พวกเจ้า!.."เฟิงชิงเอ่ยเรียกอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่ตนเองโดนเรียกแบบนั้น"ข้าเป็นเกอมิใช่หญิงถ้ายังไม่อยากตายก็อย่าเรียกข้าแบบนั้นอีก"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งแต่ก็ยังคงความงดงามไว้ในตัว

"ขอรับ!!!"เสียงคนพวกนั้นดังขึ้นพร้อมกันอย่างกล้าๆกลัวๆ

"งั้นเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน...ใครเป็นหัวหน้าของพวกเจ้าข้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย"เฟิงชิงเอ่ยต่อด้วยสีหน้าที่ปกติ

"พวกข้าเอง..ข้าติดหนี้พวกเจ้าแล้วเจ้ามีอะไรก็พูดมาเถิด"เสียงของชายวัย24-25เอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างของชายอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

"ข้าขอคุยเป็นการส่วนตัว"เฟิงชิงเอ่ยตอบกลับไปห่อนที่จะหันไปมองป่าอีกด้าน

"ไม่ได้หากจะคุยต้องให้พวกข้าสองคนอยู่ด้วย"สองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเอ่ยขึ้นก่อนที่จะทำท่าชักดาบออกมา

"งั้นก็ได้ตามมาสิ..ส่วนอาเทียนอาซุยพวกเจ้าดูแลคนเจ็บไป"ว่าจบเฟิงชิงก็เดินนำไปทันที

เมื่อเดินมาไกลพอสมควรเฟิงขิงก็เรียกยันต์ออกมาอีกใบก่อนที่จะป้ายเลือดลงไปและวางลงกับพื้น

ก่อนที่จะเกิดเป็นม่านเวทย์มนต์คลุมพวกเขาทั้งสี่คนไม่นานรอบๆนอกม่านก็หยุดนิ่งไม่มีอะไรสามารถเคลื่อนไหวได้

"นี้มันอะไรกัน"ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจก่อนที่จะทำท่าชักดาบออกมาอีกครั้ง

"อ้อ..นี้เป็นยันต์ที่ข้าสร้างขึ้นมาระหว่างการฝึกอันโหดร้ายน่ะ"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติก่อนที่จะเอ่ยขึ้นมาอีก

"ดูจากท่าทางแล้วท่านน่าจะเป็นคนใหญ่คนโตสินะ...งั้นขอแนะนำตัวก่อนเลยแล้วกัน...ข้ามีนามว่าเฟิงชิงแซ่ลู่แล้วท่านละ"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับพิงต้นไม้

"ข้ามีนามว่าเหรินเฟยสองคนข้างหลังชื่ออาซินกับอาหลานเป็น...ผู้ติดตามของข้า"เหรินเฟยเอ่ยตอบกลับไป เฟิงชิงออกเหรินเฟยสักพักก่อนที่จะเอ่ยต่อ

"ท่านโกหกข้าไม่ได้หรอกแต่ก็ชั่งเถิด...เข้าเรื่องเลยแล้วกัน..เหตุใดพวกท่านถึงได้เข้ามาที่นี่"เฟิงขึ้นเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย

"พวกข้าเพียงได้รับภาระกิจมาจึงต้องทำตามภาระกิจที่ได้รับมาให้เสร็จ"เหรินเฟยเอ่ยตอบ

"ภาระกิจอะไรหรือ"เฟิงชิงเอ่ยถามต่อก่อนที่จะมองเข้าไปในดวงตาอย่างจับผิด

"นี้เจ้ามันจะมากเกินไปแล้วนะ"คนที่ชื่ออาซินเอ่ยขึ้นพร้อมกับทำท่าจะชักดาบเช่นเคยแต่ก็โดนเหรินเฟยห้าไว้ซะก่อน

"ข้าถูกสั่งให้มาจัดการสัตว์อสูรที่ชื่อไคเมร่าใบหน้าของมันเป็นสิงโตแต่ลำตัวและหลังของมันกลับเป็นงูและแพะ..มันชอบวางม่านพลังไว้รอบๆป่าเพื่อจับคนที่หลงเข้าไปกินเป็นอาหาร"เหรินเฟยเอ่ยตอบพร้อกับอธิบายรูปร่างและความสามารถให้เฟิงชิงฟัง

"เช่นนี้นี่เอง..มิน่าละข้าถึงจับสัมผัสอสูรได้จากม่านพลังตรงทางเข้า"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะทำท่านึกคิดร่างของเจ้าอสูรตนนั้นว่าในตำราที่ตนเองอ่านมานั้นมีเจ้าตัวนั้นอยู่ไหม

"งั้นข้าขอถามเจ้าบ้างได้หรือไม่"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นเฟิงชิงที่กำลังคิดอยู่ก็หลุดออกจากภวังก่อนที่จะเอ่ยตอบกลับไป

"...ได้..ท่านถามมาเถิด"เฟิงชิงเอ่ยจบก็มองไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาปกติ

"เจ้าเข้ามาที่นี่ทำไมหรือ"เหรินเฟยเอ่ยถาขึ้นก่อนที่จะมองเฟิงชิงอย่างจับผิดเช่นกัน

"อะไรกันไม่ต้องมองข้าแบบนั้นหรอก..ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะอยากจะฝึกให้เจ้าสองคนนั้นได้ชินกับการสู้จริงเพียงเท่านั้น"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบสีหน้าปกติไม่ได้สนใจอะไร

"เช่นนั้นเหตุใดถึงรู้ว่าพวกข้าอยู่ที่นี่"เหรินเฟยเอ่ยถาขึ้นมาอีก

"ก็แค่ใช้เวทย์ตรวจจับเพื่อค้นหาพวกเจ้าเท่านั้นเอง...ก็คนของเจ้าเล่นร้องดังสะขนาดนั้นหากไม่มีใครตายก็ต้องบาดเจ็บเพราะโดนสัตว์อสูรทำร้าย..จะให้ข้าเลือดเย็นไม่เข้าไปช่วยเลยก็กระไรอยู่"เฟิงชิงเอ่ยตอบพร้อมกับอธิบายสาเหตุ

"เช่นนั้นเองหรือ"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ"แล้วพวกเจ้าจะเอาอย่างไรต่อ"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นมาอีก

"ก็คงจะตามพวกท่านไปละกระมั่ง..เพราะอย่างไรสาเหตุที่ข้าเข้ามาก็เพียงแค่อยากให้เจ้าพวกนั้นได้สู้จริง"เฟิงชิงเอ่ยตอบกลับไปด้วยท่าทางปกติ

"งั้นพวกข้าก็คงต้องขอพึ่งพวกท่านแล้วละ"เหรินเฟยว่าต่อ

"แค่เจ้าอสูรงูตัวเมื่อกี้พวกเจ้ายังสู้กันไม่ได้..แล้วเจ้ายังจะแน่ใจหรือที่จะไปปราบไคเมร่า"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นมาอีก

"เจ้าพูดเหมือนรู้จักเจ้านั้นเลยนะเฟิงชิง"เหรินเฟยเอ่ยต่ออย่างจับผิด

"ก็เจ้านั้นมันถูกเขียนไว้ในตำราสัตว์อสูรความสามารถพิเศษนิ..พวกท่านไม่รู้หรอกหรือ"เฟิงชิงเอ่ยต่อ"ถ้ามิเชื่อก็ดูสะ"เฟิงชิงเอ่ยจบก็เรียกตำราที่ท่านอาจารย์ของตนให้มาออกมาจากมิติจิตพร้อมกับเปิดให้ทั้งสามคนดู

"..ข้าต้องขออภัยจริงๆที่พยายามจับผิดท่าน...แต่ท่านมิต้องห่วงไปพวกข้าไม่ได้อ่อนขนาดนั้นหรอก"เหรินเฟยเอ่ยขึ้นพร้อกับโค้งคำนับเล็กน้อย

"เจ้าตัวเมื่อกี้ท่านรู้หรือไม่ว่ามันอยู่ระดับไหน"เฟิงชิงเอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งแต่ก็งดงาม

"เท่าที่ข้ารู้มาจากคนในมันน่าจะอยู่ประมานระดับที่5-6ละกระมั่ง"เหรินเฟยเอ่ยตอบเฟิงชิงกลับไป

"ผิดแล้วเจ้านั้นน่ะอยู่เพียงแค่ระดับ4เท่านั้น...เรื่องแค่นี้พวกท่านก็ยังเข้าใจผิดแถมยังสู้มันมิได้อีก..อย่างนี้มันไม่เป็นการส่งตนเองเข้าไปตามหรือ"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นต่อ

"เสียมารยาท..ทะ...คุณชายของพวกข้าเก่งเพียงใดเจ้าจะไปรู้ได้อย่างไรแค่เจ้าไคเมร่าจะขนาดไหนกันเชียว"อาซินเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

"เจ้านั้นอยู่ระดับ7..เพียงแค่ระดับ4ยังสู้มิได้แล้วเจ้าจะไปสู้มันได้อย่างไร...สัตว์อสูรมีทั้งหมดสิบระดับแต่ละระดับมีพลังที่แตกต่างกันเป็นสองเท่า...เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้หรือ"เฟิงชิงเอ่ยต่อรู้สึกหมดอารมณ์ขึ้นมาทันทีก่อนที่จะดึงยันต์ออก

เมื่อดึงยันต์ออกแล้วรอบๆก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมก่อนที่เฟิงชิงจะเดินไปยังกลุ่มใหญ่ที่มีเหลาเทียนและเหยียนซุยอยู่

ไม่นานทั้งสามคนที่เฟิงชิงไปคุยมานั้นก็เดินตามกลับมา

"อาเทียนอาซุยต่อไปนี้จะเป็นการสู้จริง..อาจจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นพวกเจ้ายังจะสู้ต่อไหม"เฟิงชิงเอ่ยถามออกไปด้วยท่าทางปกติ

"ทำไมถึงถามพวกข้าอย่างนั้นละขอรับ..."เหลาเทียนเอ่ยขึ้นก่อนที่เฟืองชิงจะหลับตาลง

'มันก็แน่อยู่แล้วใครมันจะเอาชีวิตไปทิ้งกัน..ถามอะไรโง่ๆนะเราเนีย'เฟิงชิงคิดในใจ

"พวกเราก็ต้องสู้อยู่แล้วสิขอรับ..ก็พวกข้าสัญญากับคุณชายไว้แล้วนิขอรับว่าจะไม่ทำให้คุณชายผิดหวัง"เหยียนซุยเอ่ยตอบก่อนที่เฟิงชิงจะลืมตาขึ้นมามองทั้งคู่ที่ยืนยิ้มมาให้ตนเอง

"งั้นข้าจะคอยดู"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นแบบนั้นก่อนที่จะยิ้มออกมาบ้าง

"คุณชายขอรับ"อาซินเอ่ยเรียกเฟิงชิงก่อนที่จะเดินมาหาแล้วก้มโค้งคำนับเพื่อเป็นการขอโทษจนเฟิงชิงรู้สึกแปลกใจ

"ข้าขออภัยด้วยนะขอรับที่ข้าพูดไปเช่นนั้น"อาซินเอ่ยออกมาแบบแต่ก็ยังคงไม่เงยหน้าขึ้นมาจนเหรินเฟยและอาหลานเดินมา

"คิดว่ามาขอโทษแล้วมันจะจบหรือ"เหลาเทียนเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เพราะที่เฟิงชิงคุยกับพวกเหรินเฟยนั้นเหลาเทียนและเหยียนซุยได้ยินมันทั้งหมด ในระหว่างที่รอบๆหยุดนิ่งนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าเขาทั้งสองคนไม่ได้หยุดไปด้วยนอกเสียจากเฟิงชิง

ที่รับรู้มาโดนตลอดว่าเจ้าสองคนนี้ติดยันต์แอบฟังไว้ที่ตัวของเฟิงชิงเพื่อที่ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ไปช่วยได้ทัน

เพราะแบบนี้เฟิงชิงจึงใช้ยันต์ติดไว้ที่ดินเพื่อที่ตนจะสามารถใช้ปราณทำให้ยันต์ทำงานกับคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในวงตามคำสั่งของเขาด้วย

"หมายความว่าอย่างไรเหตุใดเจ้าจึงรู้เรื่องที่พวกข้าคุยกัน"อาซินเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามอง

"ก็พวกข้าฉลาดอย่างไรเล่าถึงได้ติดยันต์ดักฟังไว้ที่คุณ---..."อาเทียนเอ่ยขึ้นแต่ก็ยังไม่ทันได้เอ่ยจนจบก็โดนอาซุยปิดปากไว้ซะก่อน

"ไม่ต้องปิดแล้วละ...ข้ารู้มาตั้งแต่แรกแล้ว"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะยิ้มขำออกมาและดูเหมือนว่าจะทำให้ทั้งคู่ตกใจเป็นอย่างมาก

"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันขอรับ"อาเทียนเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ก็ตั้งแต่ที่พวกเรามาถึงม่านพลังวิญญาณนั้นอย่างไรเล่า"เฟิงชิงกล่าวตอบ

"นั้นมันตั้งแต่แรกเลยไม่ใช่หรือขอรับ...ข้าว่าข้าทำมันอย่างแนบเนียนแล้วนะ...อาซุยเจ้าแน่ๆที่มีพิรุจจนทำให้คุณชายจับได้"อาเทียนเอ่ยต่อทันทีก่อนที่จะหันไปกล่าวโทษอาซุย

"ไม่มีทางข้าเก่งเรื่องนี้ที่สุดข้าว่าคงจะเป็นเจ้าแน่ๆที่มีพิรุจจนทำให้คุณชายรู้"อาซุยว่าต่อก่อนที่ทั้งคู่จะหันไปทะเลาะกันยกใหญ่

"ข้าไม่ได้โกรธพวกเจ้ากลับไปพักเถิดจะได้รีบออกเดินทางกัน"เฟิงชิงที่เลิกสนใจเจ้าสองคนนั้นก็หันกลับมาตอบก่อนที่จะเดินแยกไปนั้งบนต้นไม้

"เอาละๆข้าง่วงแล้ว..พวกเจ้าสองคนช่วยเฝ้าทุกคนให้ทีนะข้าขอพักสักครู่"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นบอกทั้งสองคนเมื่อต้นเองขึ้นมานอนบนต้นไม้แล้วก่อนที่จะหลับไป

.

สองเค่อต่อมา

"คุณชายขอรับคุณชาย"อาเทียนเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเขย่าต้นไม้ที่เฟิงชิงนอนอยู่จนเจ้าตัวตื่นขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

"มีอะไร!"เฟิงชิงเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ

"เจ้าพวกนั้นบอกว่าอยากจะรีบออกเดินทางแล้วขอรับมิเช่นนั้นเสบียงคงต้องหมดก่อนเป็นแน่ขอรับ"อาเทียนเอ่ยขึ้นตามที่พวกของเหรินเฟยบอกมา

"พวกเจ้าจะบ้าหรือ...ที่นี่มันป่าต้องสาปไม่กินก็ไม่ตายหรอกหนาแถมยังไม่หิวอีกต่างหาก...อีกอย่างเรื่องเวลาก็มิต้องห่วงหรอก1วันของที่นี่เท่ากับหนึ่งเคอของเวลาจริง"เฟิงชิงว่าออกไปแบบนั้นเสียงดังก่อนที่จะกลับไปนอนต่ถามปกติเพราะตนเองรู้สึกง่วงมาก

"ได้ยินกันแล้วใช่ไหม"อาเทียนเอ่ยขึ้นหลังจากที่นายของตนหลับไปแล้ว

ทุกคนในที่นั้นพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพียง แม้ว่าใบหน้าจะงามราวกับนางฟ้าเท่าใดก็สู้ไม่ได้เลยกับควาน่ากลัวของเจ้าตัว

.

---------

สัตว์อสูรมีทั้งหมด10ระดับแต่ละระดับพลังจะต่างกันเป็นสองเท่า

สัตว์อสูรพลังพิเศษคือสัตว์อสูรที่เกิดจากความแค้นของมนุษย์จนกลายเป็นอสูร

ความยากอยู่ในระดับที่7-10ตามลำดับพลังพิเศษของมัน

ระดับ9-10จะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์จนไม่สามารถแยกออกได้หากไม่ใช้ปราณตรวจสอบดู

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel