ตอนที่ 4.2 ของขวัญและเหตุผลหลัก
เฟยอี้หนิงมองกล่องในมือบิดาก็ได้แต่อุทานว่า แย่แล้ว ในใจ จะอธิบายกล่องใส่โอสถนี้กับบิดามารดาอย่างไรดี
เห็นลูกน้อยจ้องกล่องในมือหน้าซีด เฟยหมิงพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“หนิงเอ๋อร์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นลูกจะยังเป็นลูกของพ่อกับแม่เสมอ”
ลูกตนเองถูกวิญญาณร้ายสิงสู่หรือไม่ มีหรือพวกเขาจะดูไม่ออก ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนที่ลูกสาวมีสติกลับมาพูดคุยกับพวกเขาได้อีกครั้งบรรยากาศและกลิ่นอายรอบตัวลูกน้อยไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งสัญชาตญาณของเขายังไม่เคยกรีดร้องให้ระวังเด็กน้อยตรงหน้า
ด้วยเหตุนี้เขาจึงมั่นใจว่าลูกน้อยยังคงเป็นลูกน้อยของเขา และไม่ใช่แค่เฟยหมิงที่มั่นใจเหมยซีที่เดินเข้ามาใกล้ก็มั่นใจว่าเด็กตรงหน้าคือลูกของนางไม่ต่างกัน เพราะนอกจากเหตุผลที่เหมือนกันกับสามีแล้วยังมีอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้นางมั่นใจว่าเด็กคนนี้ยังคงเป็นลูกขอนางอยู่
เฟยอี้หมิงเม้มปาก ไม่แน่ใจว่าควรพูดเรื่องราวของนางให้พวกท่านฟังหรือไม่ ทว่าส่วนลึกในใจกลับไม่อยากปิดบังคนทั้งสอง หลังนิ่งเงียบนึกไตร่ตรองอยู่นานจึงตัดสินใจเล่าความจริงทุกอย่างออกมา
“พ่อ แม่ เชื่อ นะ” สองมือเล็กป้อมยื่นมาตรงหน้า สายตาจริงจัง
สายตาจริงจังหนักแน่นที่เด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งไม่น่าจะมีได้
ผู้ใหญ่สองคนมองหน้ากัน ก่อนจะหันมาจ้องมองลูกน้อย
สองมือใหญ่แสนอบอุ่นวางทับหลังมือลูกน้อย ตบเบา ๆ “พ่อกับแม่เชื่อลูก” เฟยหมิงกล่าวหนักแน่น
เฟยอี้หนิงสบตากับบิดาแล้วหันมองหน้ามารดา
ตัดสินใจยกมือขึ้นหยิบบางอย่างกลางอากาศออกมาให้มพวกเขาดู
ทั้งสองมองตาม บนอากาศที่ไม่มีอะไรจู่ ๆ มือของลูกน้อยก็หายเข้าไปราวถูกตัดขาด ก่อนจะโผล่ออกมาพร้อมโอสถเม็ดหนึ่ง
“ตอน กลับ มา ได้ รับ ของวิเศษ อึก จากพี่สาว อึก แสนสวย” เฟยอี้หนิงพูดอธิบายช้า ๆ ด้วยความรู้สึกขัดใจ เมื่อไรจะพูดชัดเสียทีจะได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดเท่าที่สามารถพูดได้ให้ทั้งสองฟัง
เห็นลูกน้อยพยายามพูดอย่างยากลำบากทั้งสองคนก็ไม่คาดคั้นอะไรอีก เหมยซีรีบกางม่านพลังเหนือศีรษะกั้นพวกเขาไว้ด้านใน จับมือลูกน้อยเอาไว้ สายตาหวั่นระแวง “ต่อไปลูกอย่าแสดงของล้ำค่าเช่นนี้ต่อหน้าคนอื่นง่าย ๆ อีก ส่วนพี่สาวที่ลูกพูดถึงใช่พี่สาวในชุดสีขาวอมชมพูใช่ไหม?”
เฟยอี้หนิงเบิกตากว้าง “ท่านแม่รู้?!”
เหมยซียิ้มบาง “แม่ไม่ได้รู้...แต่ก่อนหน้านี้ไม่นานนักแม่ฝันถึงสตรีผู้หนึ่ง นางมาเข้าฝันแม่ซ้ำ ๆ หลายวัน บอกว่าอีกไม่นานลูกจะกลับมาหาพวกเรา แต่ไม่ได้บอกเรื่องเวลาที่แน่นอน แม่เองก็ทำใจเชื่อไม่ลงจึงไม่ได้ใส่ใจ ครั้นได้เห็นลูกมีสติกลับมาวันนี้จึงดีใจมาก แม่ถึงเชื่อว่าหญิงสาวในฝันคนนั้นหวังดีกับพวกเราจึงได้มาแจ้งข่าวกับแม่ ส่วนเรื่องมอบของล้ำค่าให้นั้นแม่ไม่เคยได้ยิน”
เฟยอี้หนิงมองมารดาหันมองบิดา “ท่าน พ่อ หรือ?”
เฟยหมิงพยักหน้าขึ้นลง “พ่อเองก็ฝัน” และด้วยสาเหตุนี้เขาจึงมั่นใจว่าเด็กตรงหน้าคือลูกของเขา ไม่ใช่วิญญาณร้ายที่ใด
ในที่สุดเฟยอี้หนิงก็ได้เข้าใจ เหตุใดบิดามารดาถึงยอมรับนางได้อย่างรวดเร็วนัก ถึงจะบอกว่าเป็นลูกที่รักมากแค่ไหน แต่จู่ ๆ เด็กที่ไร้สติตลอดหลายปีที่ผ่านมากลับกลายมาเป็นปกติเพียงเวลาไม่นานย่อมต้องเกิดความสงสัยเป็นธรรมดา
สัญชาตญาณระแวดระวังมักแฝงอยู่ในสายเลือดของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว ไม่มีทางจะไม่เกิดความรู้สึกสงสัย แต่พอได้รู้ว่าพี่สาวคนนั้นช่วยแจ้งข่าวให้พวกเขารู้ก่อนแล้ว เฟยอี้หนิงจึงคลายความกังวลที่บอกเรื่องโอสถกับคนทั้งสอง
“โอสถเม็ดนี้ ให้” เฟยอี้หนิงยื่นโอสถในมือให้คนทั้งสอง เพราะไม่รู้ว่ากินเข้าไปเลยจะส่งผลต่อร่างกายนี้อย่างไรจึงเลือกมอบให้บิดามารดา
เหมยซีดันมือลูกน้อยกลับ “ลูกกินเข้าไปเถิดสิ่งนี้เหมาะสำหรับคนที่เริ่มจะฝึกปราณ สำหรับพ่อกับแม่ที่กลายเป็นผู้ฝึกปราณแล้วโอสถเม็ดนี้ไม่ถือว่ามีค่าอะไร”
มองทั้งสองคนที่พยักหน้าคะยั้นคะยอให้กินเข้าไปเฟยอี้หนิงก็ไม่ขัดความตั้งใจของพวกเขา ยื่นโอสถเข้าปากกลืนลงคอ
“กินเข้าไปแล้วก็นั่งสมาธิ หลับตาสัมผัสถึงพลังในกาย แม่จะให้บิดาเจ้าช่วยนำทางพลังให้”
เสียงของแม่พึ่งจบลงเฟยอี้หนิงก็สัมผัสได้ถึงพลังอบอุ่นสายหนึ่งค่อย ๆ แผ่ขยายจากช่วงท้องไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
เฟยหมิงเห็นว่าโอสถเริ่มแสดงความสามารถของมันแล้ว รีบเคลื่อนตัวมานั่งซ้อนด้านหลังลูกน้อย สองมือประกบแผ่นหลังโคจรพลังรอบตัว ช่วยลูกน้อยนำทางพลังจากโอสถไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
“อย่าขัดขืนพลังปราณของพ่อเจ้า ยอมรับและปล่อยให้พ่อเจ้าช่วยเหลือ”
เฟยอี้หนิงทำตามอย่างเงอะงะ ผ่อนคลายลมหายใจ ปล่อยใจไปตามการนำทางของบิดา
