ตอนที่ 5.1 คิดจะยัดเยียดสตรีให้สามีผู้อื่น ฝันไปเถอะ!!
พลังปราณอบอุ่นอ่อนโยนค่อย ๆ แผ่ขยายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เฟยอี้หนิงรู้สึกได้เลยว่าร่างกายกำลังร้อนขึ้นพร้อมพลังปราณแปลกประหลาดที่เริ่มก่อตัวบริเวณใต้สะดือ
“เพ่งจิตลูกให้มั่น พยายามรวบรวมพลังงานเป็นกลุ่มก้อนอัดแน่นเข้าด้วยกัน” เฟยหมิงกล่าวเสียงเข้ม
เดิมทีร่างกายลูกน้อยยังไม่เหมาะจะเริ่มสร้างตันเถียนฝึกปราณเพราะร่างกายยังอ่อนแออยู่มาก แต่เมื่อได้รับโอสถกายเนื้อระดับหนึ่งจุดอ่อนที่ว่าก็ถูกพลังปราณแข็งแกร่งจากโอสถกลบจนหมดสิ้น
โอสถช่วยฟื้นฟูร่างกาย เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงเพียงแค่ได้รับพลังงานจากโอสถเม็ดนี้ร่างกายอ่อนแอของลูกน้อยก็จะพร้อมสำหรับก่อตัวเข้าสู่ขั้นแรกของการฝึกปราณ
เหมยซีจ้องมองพ่อลูกด้วยใจเป็นกังวล มองใบหน้าลูกน้อยที่เม็ดเหงื่อเริ่มซึมออกมาด้วยใจสั่นไหว
คนเป็นแม่คาดหวังให้ลูกน้อยสามารถดูดซับพลังปราณจากโอสถจนหมดไร้ซึ่งปัญหาใด เช่นเดียวกับคาดหวังให้ลูกน้อยไม่ได้รับอันตรายจากการดูดซับพลังปราณ
เหมยซีนั่งมองอยู่ข้าง ๆ ไม่ยอมห่าง หญิงสาวกางม่านพลังป้องกันไม่ให้มีสิ่งอื่นใดมารบกวนสองคนพ่อลูก
เค่อแล้วเค่อเล่า ชั่วยามแล้วชั่วยามเล่ากระทั่งดวงตะวันคล้อยลงต่ำแสงอำพันเริ่มมอดลง
พลังงานรอบกายก่อตัวกันอย่างมั่นคงและชั่วพริบตาต่อมาแสงสีทองก็พุ่งออกมาจากร่างขึ้นสู่ท้องฟ้า
หลังแสงสีทองมลายหายไปดวงตาทั้งสองของลูกน้อยถึงค่อย ๆ เปิดปรือขึ้น
“หนิงเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง” เหมยซีรีบเอ่ยถาม ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้าให้ลูกน้อย
เฟยอี้หนิงมองมารดารอยยิ้มมีความสุขประดับบนใบหน้า “ท่านแม่ลูกรู้สึกดีมากเจ้าค่ะ” เด็กสาวตกใจยกมือป้องปากตาโต “ท่านแม่ ข้า...ข้าพูดได้คล่องแล้ว!!” หันไปหาบิดายิ้มกว้าง “ท่านพ่อข้าพูดได้คล่องแล้วเจ้าค่ะ!!” โผเข้ากอดบิดาเต็มรัก
เหมยซียิ้มบางมองท่าทางร่าเริงของลูกน้อย “ดูท่าโอสถกายเนื้อจะให้ผลดีเกินคาด”
เฟยอี้หนิงหันมาพยักหน้า “ให้ผลดีมากจริง ๆ เจ้าค่ะ นอกจากนี้ลูกยังรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างก่อตัวบริเวณใต้สะดือด้วยเจ้าค่ะ”
เหมยซีเลิกคิ้ว “ให้แม่ตรวจชีพจรลูกได้หรือไม่”
เฟยอี้หนิงพยักหน้าขึ้นลงหงึกหงักยื่นมือให้มารดา ดวงตาสุกสกาวเป็นประกายระยิบระยับจ้องมองการเคลื่อนไหวของมารดา
เหมยซีใช้เวลาตรวจสอบลมปราณของบุตรสาวไม่นานนัก แล้วใบหน้าก็เผยรอยยิ้มมีความสุข สีหน้าปีติยินดี “ลูกกลายเป็นผู้ฝึกปราณแล้ว”
ความสุขในดวงตาของนางมากมายจนไม่อาจแสดงออกมาได้หมด ในใจรู้สึกยินดีมากแค่ไหนไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เลย แค่กลับมาเป็นปกติก็ดีใจมากแล้ว ตอนนี้กระทั่งผู้ฝึกปราณลูกน้อยของนางก็สามารถเป็นได้ เรื่องยินดีเช่นนี้จะไม่ให้คนเป็นแม่อย่างนางดีใจได้อย่างไรไหว
และไม่ใช่แค่นางที่ยินดีเฟยหมิงเองก็ยินดีไม่ต่างกัน ใบหน้าของคนเป็นพ่อเบิกบานไม่ยอมหุบตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาแล้ว
เฟยอี้หนิงมองบิดาสลับกับมารดา เห็นทั้งสองมีความสุขอย่างนี้แล้วในใจนางพลันมีความสุขมากตามไปด้วย
นางคาดหวังรอยยิ้มมีความสุขจากใจจริงเช่นนี้มานานแล้ว ครั้นได้มองก็มีความสุขมากล้นอย่างที่เคยคาดหวังจริง ๆ
มองท้องฟ้าที่กำลังจะกลายเป็นมืดมิดเฟยอี้หนิงถึงได้รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเรารีบไปเก็บบ้านกันดีหรือไม่เจ้าคะ?”
ทั้งสองคนมองหน้าลูกน้อยแล้วหันไปมองบ้านหลังน้อยที่ยังคงเหลือเถาวัลย์ให้จัดการอีกมาก
“สมควรไปเก็บบ้านให้แล้วเสร็จจริง ๆ
ด้วยไม่มีเวลาแล้วทั้งสามคนจึงตกลงกันเก็บห้อง ๆ หนึ่งสำหรับพักผ่อนคืนนี้ก่อน ไว้รอพรุ่งนี้ค่อยมาจัดการงานส่วนที่เหลือ
