บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

“แน่นอนค่ะ ได้อยู่แล้ว”

ในบรรดาตัวเลือกทั้งหมด วีนัสคือที่หนึ่งสำหรับเขาเสมอ

น่าสมเพชตัวเองจริงๆ ที่เพิ่งจะมาตาสว่างเอาป่านนี้

เมื่อได้รับคำตอบจากฉัน ภาสกรก็รีบพุ่งตัวเข้าห้องครัวทันที

เขาไม่ได้กดโทรศัพท์หรือส่งข้อความหาเธอเลยด้วยซ้ำ

นั่นแสดงว่าเขาคงนัดวีนัสไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้ว เพียงแต่ยังหาข้ออ้างดีๆ ไม่ได้เท่านั้นเอง

คำพูดของฉันจึงกลายเป็นบันไดที่เขารีบก้าวลงมาอย่างเต็มใจ

ฉันยิ้มเยาะให้กับความโง่ของตัวเองพลางแกะซองมันฝรั่งทอดโยนเข้าปากอย่างแกนๆ

จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งแจ้งเตือนคำขอเป็นเพื่อน

เป็นวีนัสนั่นเอง เธอแอดฉันมาจากกลุ่มใหญ่ของโรงพยาบาล

ข้อความยืนยันตัวตนเขียนไว้ว่า“พี่ไม่อยากรู้เหรอคะว่าทำไมวันนี้อาจารย์ถึงยอมทำกับข้าวให้พี่กิน? แล้วรู้ไหมว่าเมื่อคืนเขานอนที่ไหน? ฉันละนับถือพี่จริงๆ โดนสวมเขาจนยอดจะทิ่มเพดานอยู่แล้ว ยังทำหน้าระรื่นอยู่ได้”

“ฉันบอกความจริงให้ก็ได้นะ ที่ฉันอ้างเรื่องครบรอบเพื่อให้อาารย์กลับมา ก็เพราะฉันแค่ไม่อยากให้พี่กับอาจารย์ได้ไปฮันนีมูนด้วยกันไงล่ะ ใครจะไปนึกว่าพี่มันจะหน้าตัวเมีย ยอมถูกทิ้งเป็นตัวตลกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้”

ฉันกดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของเธอ ทุกอย่างเต็มไปด้วยรูปคู่กับภาสกร

มีหลายรูปที่ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันเกินขอบเขต แทบจะเอาหน้าแนบชิดกันอยู่แล้ว

ดูๆ ไปแล้ว พวกเขานั่นแหละที่เหมือนสามีภรรยากันมากกว่า

หลังจากฉันกดรับเป็นเพื่อน วีนัสก็รัวส่งรูปมาให้อีกมากมาย

มีทั้งรูปที่พวกเขากอดกัน รูปที่ทำมือเป็นรูปหัวใจคู่กัน

และสุดท้าย... คือรูปที่พวกเขากำลังจูบกัน โดยที่นิ้วนางของทั้งคู่สวมแหวนคู่ที่ดูคุ้นตาอย่างยิ่ง

นั่นมันแหวนแต่งงานที่ฉันออกแบบเอง และจ้างดีไซน์เนอร์สั่งทำพิเศษเมื่อเดือนก่อนนี่นา

ตอนแต่งงานเราจัดงานกันอย่างเร่งรีบ พอเริ่มมีเวลาว่าง ฉันเลยพยายามหาทางชดเชยให้ภาสกรในทุกๆ เรื่อง

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ภาสกรบอกว่าจะไปรับแหวนที่ร้านด้วยตัวเอง

แต่พอกลับมา เขากลับเดินตาแดงก่ำมาบอกฉันว่า ระหว่างทางรถติดมาก เขาเลยแวะลงไปตลาด และแหวนก็หายไปแล้ว

ตอนนั้นพอเห็นเขาทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ฉันก็รีบกลืนความเสียใจลงคอและปลอบเขาว่าไม่เป็นไร แหวนน่ะสั่งทำใหม่ได้

ที่ไหนได้... แหวนไม่ได้หาย แต่มันถูกเขามอบให้กับคนที่เขาอยากให้ต่างหาก

“อุ๊ย วันนั้นอาจารย์ไปรับแหวนคู่นี้มาพอดี วีนัสเห็นแล้วรู้สึกว่ามันเข้ากับวีนัสมากเลยลองเอ่ยปากขอ ไม่นึกเลยว่าอาจารย์จะยกให้วีนัสจริงๆ พี่ทอฝันคงไม่โกรธใช่ไหมคะ?”

เธอส่งข้อความจิกกัดมาเป็นชุด ฉันปิดหน้าจอโทรศัพท์และเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็น

จนกระทั่งฟ้ามืดสนิท วีนัสถึงได้หิ้วกระเช้าผลไม้เดินนวยนาดเข้ามาในบ้าน

ทันทีที่ก้าวเข้าประตูมา เธอก็รีบพูดเรื่องที่แอดเพื่อนฉันมา พร้อมกับทำหน้าเศร้าสร้อยออดอ้อน

“พี่ทอฝันคะ วีนัสส่งข้อความหาพี่ตั้งเยอะ ทำไมพี่ไม่ตอบเลยล่ะคะ? หรือว่าวีนัสทำตัวน่ารำคาญเกินไป? ขอโทษด้วยนะคะ วีนัสเพิ่งมาทำงานที่โรงพยาบาลได้ไม่นาน เลยอาจจะพูดเยอะไปนิดนึง”

เธอทำท่าเขินอายจนหน้าแดงซ่าน ภาสกรถลึงตาใส่ฉันหนึ่งที ก่อนจะเอ่ยปากอย่างไม่พอใจ

“ตอนคุณเข้าโรงพยาบาลใหม่ๆ คุณก็ไม่รู้อะไรเลยเหมือนกันนั่นแหละ วีนัสแค่ใฝ่เรียนรู้ คุณจะใจดำไปหน่อยไหม?”

อาหารมื้อนี้สำหรับฉันมันช่างไร้รสชาติสิ้นดี

ผิดกับวีนัสที่ดูมีความสุขเป็นพิเศษ ก่อนกลับเธอวางการ์ดเชิญใบหนึ่งไว้ตรงหน้าฉัน

“พี่ทอฝันคะ พรุ่งนี้วีนัสจองร้านอาหารไว้ฉลองที่ผ่าตัดเคสแรกสำเร็จ พี่กับอาจารย์ต้องไปให้ได้นะคะ โดยเฉพาะอาจารย์ วีนัสอยากขอบคุณเขาจริงๆ ค่ะ”

บอกว่าฉลองผ่าตัดสำเร็จ แต่ดูๆ ไปแล้วน่าจะเป็นการประกาศชัยชนะใส่หน้าฉันมากกว่า

บนการ์ดเชิญใบนั้น มีชื่อของภาสกรกับวีนัสเขียนคู่กันเด่นหรา

แต่ช่างเถอะ ฉันไม่มีเวลามานั่งถือสาเรื่องพวกนี้แล้ว

“พรุ่งนี้ฉันไปแน่นอนค่ะ”

หลังจากเธอไป ฉันหลบเข้าไปในห้องเพื่อเก็บข้าวของเครื่องใช้

ตลอดทั้งวันนี้ ฉันทยอยยกของใช้ส่วนตัวส่วนใหญ่ให้เพื่อนบ้านไปหมดแล้ว ส่วนของที่ไม่มีใครเอา ฉันก็โยนทิ้งลงถังขยะไปจนเกลี้ยง

ภาสกรเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาเดินวนไปวนมาในบ้านด้วยความสงสัย ก่อนจะลองถามหยั่งเชิงดู

“นี่คุณคิดจะจัดบ้านใหม่เหรอ?”

บ้านหลังนี้ ทุกหย่อมหญ้า ทุกรายละเอียด คือสิ่งที่ฉันเป็นคนจัดหามาเองทั้งหมดตั้งแต่ย้ายเข้ามา

เขาไม่เคยสงสัยอะไรเลย และคงไม่มีวันสงสัยด้วย

ซึ่งมันก็ดีแล้ว... จะได้ลดปัญหาที่วุ่นวายลงไปได้บ้าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel