chapter 1 อกหักเพียงครั้งยังไม่ตาย [2/9]
นั่งทำงานมาหลายชั่วโมงฉันจึงเงยหน้าขึ้นถามกาฬ เพราะนึกบางอย่างขึ้นได้
“จะกลับกี่โมงอ่ะ”
“ไล่?”
คนตัวสูงเงยหน้าขึ้นจากงานที่ทำ สายตาของเขาบ่งบอกว่าหงุดหงิดและไม่พอใจมากที่ฉันถามแบบนั้น
“เปล่า แค่จะฝากลอดช่องแตงไทยไปให้ม๊าหน่อย วันนั้นเห็นท่านบ่นอยากทานไง”
“อืมๆ เดี๋ยวก็กลับแล้ว”
“งั้นฉันไปเตรียมของก่อนนะ”
พูดจบฉันก็ลุกขึ้นไปเตรียมน้ำกะทิกับแตงไทยใส่กล่องสุญญากาศ เพื่อฝากของหวานไปให้ม๊ากาฬ เพราะแก๊งเราไปอาศัยบ้านกาฬทำงานบ่อยๆ ฉันกับวีว่าก็ชอบมีของฝากติดมือไปด้วยเพื่อเป็นมารยาท ทำเองบ้าง ซื้อบ้าง แต่ม๊ากาฬชอบขนมไทยที่ฉันทำ เพราะฉันจะใช่กะทิคั้นสดเท่านั้นมันเลยอร่อยกว่า ซึ่งสูตรพวกนี้ฉันได้มาจากยายที่ทำขนมกับอาหารขาย และถ้ายายฉันรู้ว่าฉันใช้กะทิกล่องทำอาหารได้บ่นไปถึงปีหน้าแน่ๆ
ไม่ใช่ฉันไม่รู้นะว่ากาฬมาหาฉันทำไม แค่ฉันอยากให้เขาเล่ามากกว่าจะได้ดูไม่เป็นการรอบรู้ดูเผือกไปซะทุกเรื่อง
ย้อนไปเมื่อสองสามเดือนที่แล้ว...
‘แก ฉันมีเรื่องจะถาม’
“อะไร? เสียงเครียดเชียว”
ฉันถามเพื่อนสาวอย่างวีว่าที่เงียบไป ตอนนี้มันอยู่ที่สิงคโปร์ เพราะได้รับคัดเลือกให้ไปดูงานและทำกิจกรรมในโครงการที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์จัดขึ้น อ้อ กาฬก็ได้รับคัดเลือกเหมือนกันฉันล่ะลุ้นให้กาฬใจกล้า ๆ บอกความในใจกับวีว่าแล้วคบ ๆ กันไปสักที ฉันจะได้ไม่ต้องจิ้นให้เหนื่อย และวันที่ฉันรอคอยก็มาถึง
‘หลิน ถ้ากาฬขอฉันคบ...’
“คบเลย!” ฉันตะโกนลั่นหอ อยากจะกรี๊ดให้ดังไปถึงสิงคโปร์
‘ฉันยังพูดไม่จบ!’ มันตวาดลั่น คงหมั่นไส้ในความตื่นเต้นฉันก็ฉันออกจะจิ้นวีว่ากับกาฬเสียขนาดนั้นคงสนับสนุนเป็นธรรมดา
‘เล่ามาเร็ว ๆ สิ’ ฉันเร่งเร้าด้วยใจที่เต้นรัว
‘เรื่องนี้แกอย่าพึ่งบอกพวกไอ้เซนท์นะ’
“เออ! เล่ามา...” ฉันบอกอย่างรำคาญเต็มทีไม่รู้จะลีลาไปถึงไหนมันก็รู้ว่าฉันทั้งตื่นเต้นและดีใจ
วีว่าเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นให้ฉันฟัง ฉันพึ่งรู้ว่าพี่โรม แฟนเก่าของวีว่าก็ไปเหมือนกันคงได้รับคัดเลือกจากคณะวิศวะกรรมศาตร์ละมั้งแถมเขายังคอยรังควานวีว่าอีกต่างหาก อาการของกาฬแสดงออกว่าทั้งเป็นห่วงและรักวีว่า แถมยังยอมรับออกมาเองเลยว่าจะจีบวีว่า ฉันฟังมันเล่าไปก็จิกหมอนไป เขิน!
“กรี๊ด! ฉันว่าแล้วเชียว”
‘ในฐานะเพื่อน แกมองว่าไงวะ มันไม่แปลกใช่ไหม?’ วีว่าถามอย่างกังวล
“อืม... ก็ไม่แปลกนะแก แต่ฉันอยากถามแกก่อนว่า แกรู้สึกยังไงกับมัน”
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่วีว่ากังวลมาตลอด เพราะมันกลัวว่าถ้าวันหนึ่งเลิกกันไป คำว่าเพื่อนมันอาจจะหายไปแน่ แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือความรู้สึกที่วีว่ามันมีให้กาฬต่างหากล่ะถึงฉันจะเชียร์อยากให้พวกมันคบกัน แต่ก็ต้องถามความรู้สึกของวีว่าก่อน ฉันไม่อยากให้มันตกลงคบกับกาฬโดยที่ไม่ได้รู้สึกอะไร
‘อืม... มันก็ดีกับฉันนะ ที่ผ่านมาฉันมองมันเป็นเพื่อนมาตลอดฉันก็เลยไม่คิดว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มันทำจะเป็นความใส่ใจ คิด ๆ ไปแล้วมันก็ดีนะ’
“อะ! งั้นก็แสดงว่าแกก็ชอบมันอยู่” ฉันพูดอย่างมีหวังในอนาคตมันอาจจะพัฒนาต่อได้น่ะสิ
‘แต่มันเป็นเพื่อนนะเว้ย’
“งั้นก็ปล่อยให้ตัวเองเฉาตาอยู่อย่างนี้แหล่ะ คิดว่าเป็นดีเจดับเบิลวีแล้วจะเล่นตัวกับผู้ชายทุกคนได้เหรอ? สวยงี้ เซ็กซี่งี้ ผู้ชายอ่ะ เข้าหาแกบ่อยก็จริง แต่ไอ้ที่ดี ๆ และรักแกจริง ๆ มันจะมีสักกี่คนวะ” ฉันบ่นยาวเหยียดอย่างเหลืออด
‘แม่ฉันยังไม่บ่นขนาดนี้เลยนะ’
“เอ้อ ถ้ายุ่งยากนักฉันจะยุไอ้กาฬจับแกทำเมียเลยคอยดูสิ” ฉันบอกอย่างหมั่นไส้
‘ยัยบ้า ฉันเป็นผู้หญิงนะ’
“จ้า แม่คุณคนสวย ฉันยังยืนยันคำเดิมคบกับไอ้กาฬเถอะ เผื่อชีวิตแกมันจะดีขึ้น อีกอย่างแฟนเก่าแกจะได้เลิกยุ่งกับแกสักที”
‘เออใช่’
“แต่อย่าคิดที่จะเอากาฬเป็นไม้กันหมาอย่างเดียวนะ” ฉันเตือนอย่างจริงจัง “ตัดสินใจให้ดีนะเพื่อน แต่ฉันเชียร์กาฬ แค่นี้แหล่ะจะนอนแล้ว”
ฉันตัดสายแล้วหันกลับมาสนใจหนังสือในมือ ถ้าไอ้สามตัวนั้นรู้เรื่องนี้มันคงดีใจไม่ต่างจากฉันหรอกแต่ยัยวีว่าไม่ให้ฉันบอก ฉันก็ต้องเก็บความลับนี้ไว้ก่อน
