มื้ออาหารที่แสนพิเศษ
หนึ่งเดือนผ่านไป...
บรรยากาศที่ร้านสปาดูจะคึกคักเป็นพิเศษทุกครั้งที่มีรถหรูคุ้นตามาจอดที่หน้าร้าน พนักงานสาว ๆ ในร้านต่างพากันสะกิดไหล่พลอยชมพูพลางส่งสายตาล้อเลียน เพราะรู้ดีว่าลูกค้า VIP คนสำคัญอย่างปรินทร์ มักจะมานวดกับพลอยชมพูทุกครั้ง
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้ตารางงานของนักธุรกิจหมื่นล้านจะแน่นขนัดเพียงใด แต่เขาก็ยังหาเวลาว่างแทรกคิวงานที่ยุ่งเหยิงมาหาเธอจนได้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มาทุกวัน แต่ในสัปดาห์นั้นเขาต้องมาหาเธอให้ได้สองถึงสามครั้ง
แววตาของปรินทร์จะเป็นประกายทุกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่ส่งยิ้มรอต้อนรับเขาอยู่
"วันนี้เหนื่อยไหมคะคุณน่าน" พลอยชมพูถามเสียงนุ่มขณะบรรจงกดนวดไหล่ที่ตึงของเขา
"เหนื่อยครับ... แต่พอเห็นหน้าคุณ ความเหนื่อยมันก็หายไปครึ่งหนึ่งแล้ว"
คำหยอดตรงไปตรงมาที่ชายหนุ่มหมั่นเติมให้เธอทุกครั้งที่เจอกัน ทำเอาพลอยชมพูหน้าร้อนผ่าว เธอพยายามทำเป็นใจแข็งและนวดต่อไปตามหน้าที่ ทั้งที่หัวใจข้างในมันเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอก เธอรู้ตัวดีว่าตอนนี้เธอหลงรักผู้ชายคนนี้เข้าเต็มเปี่ยม แต่กำแพงของคำว่าความเหมาะสมมันคอยย้ำเตือนเธออยู่เสมอว่าเธอเป็นเพียงพนักงานนวด ส่วนเขาอยู่สูงเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง
และก่อนกลับทุกครั้ง ปรินทร์ก็มักจะให้ทิปหนัก ๆ ใส่มือเธอเสมอ แม้เธอจะปฏิเสธแต่เขาก็ไม่ยอม
พอส่งปรินทร์ขึ้นรถลับสายตาไป พลอยชมพูที่กำลังจะเดินกลับเข้าเคาน์เตอร์ก็ต้องชะงัก เมื่อเจอเข้ากับ หน่วยสอดแนมประจำร้านอย่างพนิดาและเพื่อนพนักงานอีกสองสามคนที่ยืนกอดอกยิ้มกริ่มรออยู่
"แหม... พลอยจ๊ะ ทิปหนักขนาดนี้ พี่ว่าไม่ใช่แค่ติดใจในฝีมือแล้วมั้ง" พนิดาเอ่ยแซวพร้อมกับทำท่าล้อเลียน "ดูสายตาคุณน่านที่มองพลอยสิ หวานขนาดนั้น"
"พี่นิก็ เขาแค่ใจดีน่ะค่ะ พลอยดูแลเขามาเป็นเดือนแล้ว เขาก็แค่เอ็นดูพนักงาน" พลอยชมพูพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่แก้มนวลแดงปลั่งจนปิดไม่มิด
"เอ็นดูอะไรกันจ๊ะ! ลูกค้าคนอื่นใจดีแค่ไหนก็ไม่มาบ่อยขนาดนี้หรอก" เพื่อนพนักงานอีกคนเสริมขึ้นมาพลางสะกิดไหล่เธอเบา ๆ "คนระดับคุณน่านน่ะ งานเขายุ่งจะตาย แต่เขาก็ยังอุตส่าห์เจียดเวลามาที่นี่ แถมเจาะจงต้องเป็นพลอยคนเดียวด้วย แบบนี้เขาเรียกว่า จีบจ้ะพลอย! ดูออกกันทั้งร้านแล้วเนี่ย"
"ใช่ ๆ พี่ว่าเขาชอบพลอยจริงจังนะเนี่ย แล้วคุณน่านเขาขอพลอยเป็นแฟนหรือยัง" พนิดาถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทำตาโตอย่างอยากรู้อยากเห็นจนเพื่อนพนักงานคนอื่น ๆ พลอยลุ้นตามไปด้วย
"พี่นิพูดอะไรคะ!" พลอยชมพูอุทานออกมาเสียงหลง ใบหน้าหวานที่แดงอยู่แล้วกลับยิ่งซับสีเลือดจนร้อนผ่าวไปถึงใบหู
"แฟนเฟินอะไรกันคะ... คุณน่านเขาเป็นลูกค้าระดับ VIP นะพี่นิ เขาจะมาขอพนักงานนวดอย่างพลอยเป็นแฟนได้ยังไง พูดไปเรื่อยแล้วค่ะ" เธอพยายามแก้ตัวพัลวันพลางหลบสายตาล้อเลียนของบรรดาพี่ ๆ ในร้านที่รุมล้อมอยู่
"อ้าว! ก็เห็นมานวดบ่อยขนาดนี้ แถมคุยกันหนุงหนิงอยู่ในห้องนวดตั้งนานสองนาน พี่ก็นึกว่ามีข่าวดีแล้วซะอีก" พนิดายังไม่ยอมลดละ "ดูสิ... เขินจนหน้าจะไหม้อยู่แล้วนะเนี่ย ถ้าไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ จะเขินทำไมจ๊ะพลอยชมพู"
"ก็...ก็พลอยตกใจนี่คะ จู่ ๆ พี่นิก็ถามอะไรแบบนั้น" พลอยชมพูรีบหันหลังกลับทำเป็นจัดข้าวของบนเคาน์เตอร์เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก
คำว่าแฟนที่พนิดาพูดออกมา มันช่างดูห่างไกลจากความเป็นจริงเหลือเกินในความคิดของเธอ แต่ลึก ๆ ในใจ... คำถามนั้นกลับทำให้ความรู้สึกที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้สั่นคลอนอย่างรุนแรง
เย็นวันนั้น หลังจากที่ร้านสปาปิดลง พลอยชมพูเดินออกมาจากร้านเป็นคนสุดท้ายพร้อมกับล็อคกุญแจประตู เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพื่อระบายความเหนื่อยล้าจากงานที่ทำมาทั้งวัน ทว่าเมื่อหันหลังกลับมาเพื่อจะเดินไปทางป้ายรถเมล์ เธอก็ต้องชะงักกึก
ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทาง ร่างสูงสง่าในชุดสูทที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างหลวม ๆ กำลังยืนพิงรถสปอร์ตคันหรูอยู่ สายตาของเขาจ้องมองมาที่เธอราวกับรอคอยอยู่นานแล้ว
"คุณน่าน..." พลอยชมพูอุทานแผ่วเบาด้วยความตกใจ "ยังไม่กลับอีกเหรอคะ"
เธอจำได้ว่าเขาเข้ามารับบริการนวดตั้งแต่ช่วงเย็น และเธอก็เป็นคนเดินออกมาส่งเขาที่หน้าห้องนวดเมื่อชั่วโมงก่อนแล้วด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยว่าเขาจะรอเธออยู่แถวนี้
"ผมรอคุณอยู่นะ" ปรินทร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับยืดตัวตรงแล้วเดินเข้ามาหาเหญิงสาวช้า ๆ
"รอพลอย... มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าคะ" พลอยชมพูถามพลางกำสายสะพายกระเป๋าแน่น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาเพียงลำพังนอกเหนือเวลางาน
"ไม่มีธุระด่วนอะไรหรอกครับ..." เขาเว้นจังหวะพลางก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว "ผมแค่อยากจะชวนคุณไปทานข้าวเย็นด้วยกันสักมื้อ เห็นคุณทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คงจะหิวแย่"
"ไปทานข้าว กับคุณน่านเหรอคะ" หญิงสาวทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอแทบจะลืมหายใจ
"ครับ..."
"เอ่อ... คือว่าพลอย..." หญิงสาวพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงเพื่อหาทางปฏิเสธ
"นะครับ..."
คำอ้อนสั้น ๆ ทว่าทรงพลังที่หลุดออกมาจากปากชายหนุ่ม ทำเอาหัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วกลับยิ่งกระหน่ำรุนแรงขึ้นไปอีก เธอแพ้พ่ายให้กับน้ำเสียงนุ่มนวลและสายตาเว้าวอนคู่นั้นอย่างราบคาบ ความเห็นใจที่เห็นเขาอุตส่าห์มารอจนดึกดื่นบวกกับความเกรงใจทำให้กำแพงที่เธอพยายามสร้างไว้พังทลายลง
"ก็ได้ค่ะ..."
สิ้นคำตอบตกลง ปรินทร์ก็จุดยิ้มกว้างที่ดูสว่างไสวที่สุดเท่าที่พลอยชมพูเคยเห็นมาตลอดหนึ่งเดือน เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแต่กลับเดินตรงไปเปิดประตูรถให้เธออย่างให้เกียรติ
"เชิญครับ..."
พลอยชมพูมองประตูรถที่เปิดกว้างสลับกับใบหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความประหม่า ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าความมืดค่ำขนาดนี้อาจทำให้คนที่บ้านเป็นห่วง
"เอ่อ คือพลอยขออนุญาตโทรหาน้องสาวสักครู่นะคะ กลัวว่าน้องจะรอทานข้าวที่บ้านน่ะค่ะ" หญิงสาวเอ่ยบอกอย่างเกรงใจพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า
"ครับ"
พลอยชมพูพยักหน้าเบา ๆ แล้วกดโทรออกหาน้องสาวทันที ท่ามกลางสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่ยังคงจับจ้องเธอด้วยความเอ็นดูไม่วางตา
"ค่ะพี่พลอย" เสียงใส ๆ ของมุกดังมาจากปลายสาย
"มุกทานข้าวหรือยังจ๊ะ" พลอยชมพูถามพลางลอบมองคนตัวสูงที่ยืนรออยู่ใกล้ ๆ
"ทานแล้วค่ะ"
"คือ...วันนี้พี่จะกลับค่ำหน่อยนะมุก พอดีมีธุระต่ออีกนิดนึง มุกอยู่บ้านคนเดียวอย่าลืมล็อกประตูหน้าบ้านให้เรียบร้อยล่ะ แล้วไม่ต้องรอพี่นะ นอนก่อนได้เลย อ๋อแล้วอย่าลืมกินยาก่อนนอนด้วยนะ" พลอยชมพูกำชับน้องสาวด้วยความห่วงใย
"ได้ค่ะพี่พลอย ไม่ต้องห่วงนะ มุกดูแลตัวเองได้ พี่พลอยทำธุระให้เสร็จเถอะค่ะ"
เมื่อวางสาย พลอยชมพูถอนหายใจออกมาเบา ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ที่ยังคงเต้นระทึกอยู่ภายในอก เธอหันไปหาชายหนุ่มที่ยังคงเปิดประตูรถค้างไว้ให้
"เรียบร้อยแล้วค่ะคุณน่าน ขอโทษที่ให้รอนะคะ"
"ไม่เป็นไรครับ ผมรอคุณได้เสมอ" ปรินทร์ตอบสั้น ๆ แต่ความหมายลึกซึ้งทำเอาคนฟังหน้าร้อนผ่าว "เชิญครับ"
พลอยชมพูก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาอบอวลไปทั่วรถ ทันทีที่ปรินทร์ก้าวขึ้นมานั่งประจำที่คนขับและปิดประตูลง บรรยากาศในรถที่เงียบสงัดก็เหลือเพียงแค่เขากับเธอสองคน
ปรินทร์สังเกตเห็นว่าคนข้างกายเอาแต่นั่งตัวเกร็ง เขาจึงยื่นมือไปกดปุ่มเครื่องเสียงรถยนต์เบา ๆ ทันใดนั้น เสียงคลอขึ้นมาช่วยทำลายความเงียบที่แสนอึดอัด
"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ครับผมไม่ใช่ยักษ์ใช่มารสักหน่อย" เสียงทุ้มเปรยขึ้นอย่างอารมณ์ดี "ปกติคุณชอบทานอาหารประเภทไหนครับ ไทย จีน หรือว่าญี่ปุ่น"
"อ๋อ...พลอยทานได้หมดเลยค่ะคุณน่าน ร้านตามสั่งริมทางหรือร้านก๋วยเตี๋ยวพลอยก็ทานได้ค่ะ" พลอยชมพูตอบตามความจริง เพราะปกติเธอก็ประหยัดทุกบาททุกสตางค์เพื่อเก็บไว้เป็นค่ารักษาของน้องสาว
"ถ้าอย่างนั้น..." ปรินทร์ชะลอรถเมื่อถึงทางแยก "ผมรู้จักร้านอาหารไทยริมน้ำร้านหนึ่ง บรรยากาศสงบดี คุณโอเคไหมครับถ้าเราจะไปที่นั่น"
"พลอยแล้วแต่คุณน่านเลยค่ะ"
"ขอบคุณที่ตามใจผมนะครับ" เขาหันมาสบตาเธอครู่หนึ่งก่อนจะหักพวงมาลัยไปตามเส้นทาง
เมื่อรถจอดสนิทและเดินเข้ามาภายในร้าน พลอยชมพูถึงกับตกตะลึงในความสวยงาม แสงไฟสีวอร์มไวท์ดวงเล็ก ๆ ระยิบระยับล้อกับผิวน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน ลมพัดโชยมาเอื่อย ๆ หอบเอาความเย็นสบายมาปะทะใบหน้า จนเธอเผลอสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ อย่างลืมตัว
"บรรยากาศดีไหมครับ" ปรินทร์ถามพลางเลื่อนเก้าอี้ให้เธอ
"ดีมากเลยค่ะ พลอยไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อนเลย" หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว เมื่อเห็นแขกคนอื่น ๆ ในร้านที่แต่งตัวดูดีมีฐานะ
ทว่าความประหม่าพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุด เมื่อพนักงานเสิร์ฟยื่นเมนูมาตรงหน้า พลอยชมพูค่อย ๆ เปิดดูทีละหน้าแต่แล้วเธอก็ต้องชะงักจนเกือบจะทำเมนูหลุดมือ เมื่อสายตาปะทะกับตัวเลขราคาอาหารแต่ละจาน
‘กุ้งแม่น้ำเผา... ตัวละเป็นพันเลยเหรอ!’
นิ้วเรียวสวยค้างอยู่ที่หน้าเมนู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด หญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่กำลังนั่งจิบน้ำด้วยท่าทางสบาย ๆ ชายหนุ่มเห็นอาการของเธอแล้วก็หลุดขำออกมาเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู
"มีอะไรหรือเปล่า หรือว่าไม่มีของชอบ"
"เอ่อ คุณน่านคะ" พลอยชมพูขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วกระซิบเสียงเบาหวิว "เราเปลี่ยนร้านทันไหมคะ คือราคามัน เอ่อพลอยว่ามันแพงเกินไป"
ใบหน้าหวานที่ดูตื่นตระหนกและจ้องมองเขาตาแป๋วเหมือนลูกแมวหลงทาง ทำเอาหัวใจของปรินทร์กระตุกวูบ เขาไม่ได้รู้สึกแย่ที่เธอทักเรื่องราคา แต่เขากลับรู้สึกว่าความซื่อตรงและแววตาใสซื่อของเธอนั้นมันน่ารักจนเขาแทบจะทนไม่ไหว
"ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาหรอกครับ วันนี้ผมเป็นคนชวนคุณมา ผมอยากให้คุณได้ทานของอร่อย ๆ ในที่บรรยากาศดี ๆ เท่านั้นเอง" เขาเอื้อมมือไปแตะหลังมือเธอเบา ๆ เพื่อให้คลายกังวล "สั่งเลยครับ หรือจะให้ผมสั่งเมนูแนะนำให้ดี"
พลอยชมพูหน้าร้อนผ่าวเมื่อถูกสัมผัสที่หลังมือ เธอรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเสียมารยาท จึงทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อน ๆ ให้เขา
"ถ้าอย่างนั้น คุณน่านสั่งเถอะค่ะ พลอยเลือกไม่ถูกจริง ๆ"
"ได้ครับ" ปรินทร์พยักหน้า ก่อนจะหันไปสั่งอาหารชุดใหญ่โดยไม่ลืมกำชับพนักงานว่า "ขอแบบรสชาติไม่จัดมากนะครับ พอดีน้องเขาชอบทานรสกลาง ๆ"
ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นทำให้พลอยชมพูที่กำลังนั่งเกร็งอยู่แอบใจฟูขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ผู้ชายคนนี้จะทำให้เธอตกหลุมรักซ้ำ ๆ ไปถึงเมื่อไหร่กันนะ
ตลอดมื้ออาหารนั้น ปรินทร์คอยตักนั่นหยิบนี่ให้พลอยชมพูอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำที่เขาแกะเปลือกให้แล้ววางลงบนจานของเธอ พลอยชมพูที่ตอนแรกเอาแต่เกรงใจจนนั่งตัวเกร็งก็เริ่มผ่อนคลายลงเพราะมุกตลกหน้าตายของคนตรงหน้าและการชวนคุยเรื่องสัพเพเหระที่ไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด
"ทานเยอะ ๆ นะครับพลอย เดี๋ยวจะไม่มีแรงนวดให้ผมอาทิตย์หน้า" เขาพูดปนขำขณะมองใบหน้าหวานที่เคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ย
"คุณน่านก็...พลอยอิ่มจนจะเดินไม่ไหวแล้วค่ะ" เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเท่าที่ชายหนุ่มเคยเห็นมาตลอดหนึ่งเดือน และนั่นทำให้เขารู้สึกว่ามื้ออาหารนี้คุ้มค่ากว่าการเซ็นสัญญาพันล้านเสียอีก
