ตอนที่ 5 ผลผลิตที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น
ตอนที่ 5
ผลผลิตที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น
หลังจากคืนนั้นอินทิราก็ไม่เคยย่างกรายไปที่ผับของธนวัฒน์อีกเลย เธอกลัวว่าจะเจอเขาอีกครั้งแล้วจะมองหน้ากันไม่ติด ถึงแม้ว่าจะเมามากแต่เธอก็ยังจำได้ลางๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับเขาบ้าง
น่าแปลกที่เธอจำทุกสิ่งทุกอย่างได้ แม้กระทั่งเสียงลมหายใจของชายหนุ่มหรือสัมผัสของเขามันยังคงติดตาและตรึงอยู่ในใจของเธอ
หลายครั้งที่หญิงสาวเผลอนึกถึงขึ้นมา ทำให้เธอต้องรีบสะบัดศีรษะเพื่อลืมมันทันที
“ทำอะไรคะคุณอิน”
พนักงานสาวยืนมองอยู่นาน เห็นอินทิราทำท่าทางแปลกๆจึงเอ่ยทัก
“เอ่อ พอดีพี่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย ขอขึ้นไปพักก่อนนะ”
หญิงสาวอ้าง แต่ความจริงแล้วเธอแค่เผลอเหม่อลอยนึกถึงธนวัฒน์ จึงเผลอทำอะไรแปลกๆลงไป
“เดี๋ยวมีลูกค้ามารับของที่สั่งเอาไว้ เค้กสามสิบชิ้นอยู่ในตู้กลางนะ ถ้าลูกค้ามาก็ยกไปให้เขาที่รถด้วย”
ก่อนขึ้นไปชั้นบนหญิงสาวไม่ลืมที่จะสั่งงานลูกน้อง อินทิราเคยเป็นพนักงานประจำอยู่นานหลายปี แต่เธอเบื่อสังคมแบบนั้น ทุกคนต่างก็พยายามชิงดีชิงเด่น เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ พร้อมที่จะทำร้ายคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ทำให้เธออดทนทำงานและพยายามเก็บเงินออกมาทำธุรกิจเล็กๆของตัวเอง
แต่เพราะทุนที่มีจำกัด เธอจึงเปิดได้แค่ร้านเค้กเล็กๆในห้องแถวหนึ่งคูหา ช่วงแรกๆยอดขายก็ยังไม่ดีเพราะร้านยังไม่เป็นที่รู้จัก เธอจึงต้องอาศัยโซเชียลเพื่อ โปรโมทร้าน
แต่ถึงอย่างนั้นต่อให้ร้านมีชื่อเสียงมากแค่ไหนถ้าคุณภาพของสินค้าไม่ได้ ร้านของเธอก็คงไม่ยั่งยืนมาถึงทุกวันนี้ หญิงสาวพยายามควบคุมคุณภาพ ทำให้บางครั้งเธอดูเหมือนเจ้านายที่เข้มงวด แต่ก็ไม่เคยกดดันจนลูกน้องอึดอัด
ทุกคนที่ทำงานที่นี่คือพนักงานที่บุกเบิกมากับเธอทั้งนั้น สำหรับหญิงสาวแล้วเธอไม่ได้มองพวกเขาเป็นแค่พนักงาน แต่มองว่าเป็นเพื่อนเป็นมิตรที่ดี
ร้านเค้กร้านนี้เป็นแหล่งรายได้เพียงทางเดียว เพราะฉะนั้นอินทิราจึงพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อเสียง เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจและพนักงานของตัวเอง
แต่ในการที่เธอเปิดร้านแบบนี้มันก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป บางครั้งก็มีคู่แข่งที่ปลอมตัวมาในคราบลูกค้า พยายามที่จะดิสเครดิต ด้วยการปล่อยข่าวลือว่าเค้กร้านเธอสกปรกและมีสารปนเปื้อน
อินทิราพิสูจน์ตัวเองมาโดยตลอด ทำให้เธอผ่านพ้นทุกปัญหามาได้ด้วยดี
เสียงเคาะประตูดังขึ้น อินทิราจึงรีบลุกไปเปิดประตู แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอลุกเร็วเกินไปหรือเปล่าจึงเกิดอาการหน้ามืดกระทันหัน
“รอแป๊บนึงนะ”
หญิงสาวใช้มือดันผนัง สูดลมหายใจลึกๆ เมื่อกลับมาเป็นปกติเธอจึงรีบเดินไปเปิดประตู
“ยอดขายของวันนี้กับสมุดบัญชีค่ะคุณอิน”
“ขอบใจนะจ๊ะ ฝากปิดร้านด้วยนะ ฉันรู้สึกปวดหัวคงลงไปไม่ไหว”
พนักงานคนนี้เป็นพนักงานคนแรกของเธอ และเป็นพนักงานที่เธอไว้ใจให้ดูแลเรื่องเงินๆทองๆ และยังให้เป็นคนถือกุญแจสำรองอีกด้วย ทำงานด้วยกันมานานหลายปีไม่เคยมีปัญหา พนักงานคนนี้ซื่อสัตย์มากทำให้เธอไว้ใจมาโดยตลอด
หญิงสาวรู้สึกว่าช่วงนี้สุขภาพของเธอไม่ค่อยดี เช้าวันรุ่งขึ้นเธอฝากให้พนักงานช่วยกันดูแลร้าน ก่อนที่ตัวเองจะขับรถไปหาหมอ
แต่แล้วหญิงสาวก็พบกับเรื่องที่ไม่คาดคิด เมื่อหมอได้ตรวจร่างกายเธออย่างละเอียดและพบว่าตอนนี้เธอกำลังท้อง
อินทิราช็อคมาก หวนนึกถึงคืนนั้นทันที เธอได้รับโทรศัพท์แต่เช้าว่าเตาอบที่ร้านระเบิด จึงได้รีบออกจากคอนโดธนวัฒน์ และเพราะว่าเธอนั้นยุ่งวุ่นวายอยู่กับปัญหาทั้งวัน จึงลืมกินยาคุมฉุกเฉิน
และก็ลืมมาจนถึงทุกวันนี้
หญิงสาวเหม่อลอยเดินมาถึงลานจอดรถ เธอนั่งมองพวงมาลัยอยู่พักใหญ่เพราะทำอะไรไม่ถูก
เธอควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ควรจะติดต่อหาธนวัฒน์ดีหรือไม่ หญิงสาวมองข้ามความคิดนั้น เธอไม่รู้ว่าธนวัฒน์จะยอมรับผิดชอบหรือเปล่า ความสัมพันธ์ของเธอกับเขามันเป็นแค่เรื่องฉาบฉวย บางทีเขาอาจจะลืมเธอไปแล้วด้วยซ้ำ
เขาทั้งหล่อทั้งรวยคงจะมีผู้หญิงเข้าหาไม่ขาดสาย เธออาจจะเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่เขาเคยนอนด้วย เพราะฉะนั้นเขาอาจจะจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
หญิงสาวรู้สึกสมองตื้อไปหมด ไม่รู้ว่าจะปรึกษาใคร เพื่อนสักคนก็ไม่มี พนักงานที่ร้านก็ไม่ควรมารับรู้ปัญหาส่วนตัวของเธอ
หญิงสาวได้แต่ฟุบหน้ากับพวงมาลัย กรอกตาไปมามองปลายเท้าตัวเอง เธอสับสนไม่รู้จะเอายังไงต่อกับชีวิตและงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เธอยอมรับว่ารักเด็ก แต่การที่เธอท้องโดยที่ตัวเองยังไม่พร้อมแบบนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีเลย
แต่ในเมื่อเด็กเกิดมาแล้วเธอก็จำเป็นต้องรับผิดชอบ หญิงสาวไม่ได้มีความคิดที่จะเอาเด็กออก ต่อให้เธอตัวคนเดียว แต่ไม่ได้แปลว่าเธอจะเลี้ยงเด็กคนนี้ไม่ได้
อย่างไรเธอก็มีเงินมีอาชีพและมีฐานะที่มั่นคง ลูกแค่คนเดียวเธอน่าจะส่งเสียเลี้ยงดูได้สบาย เพียงแต่ว่าสิ่งที่กังวลมันไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เธอกลัวว่าจะไม่สามารถเป็นแม่ที่ดีให้กับลูก
อินทิราขับรถผ่านหน้าผับที่เคยเจอกับชายหนุ่ม เธอเผลอชะลอรถ ชะเง้อมองเข้าไปข้างในโดยไม่รู้ตัว เธอเห็นรถเขาจอดอยู่แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะเข้าไป
จะให้เข้าไปเรียกร้องในฐานะอะไร เธอเป็นคนปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาเอง เขาไม่ได้บังคับขืนใจเสียหน่อย
หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ เธอทำตัวง่ายเอง ถ้าเป็นเรียกร้องขอความรับผิดชอบจากเขา บางทีเธออาจจะได้รับความผิดหวังกับมา
หญิงสาวถอดใจ มุ่งตรงกลับร้าน เธอควรหยุดคิดถึงธนวัฒน์และเอาเวลามาใส่ใจลูกที่กำลังจะเกิดมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีพ่อแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เธอเชื่อมั่นในศักยภาพตัวเอง แล้วมั่นใจว่าจะสามารถดูแลลูกให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นเด็กที่ได้รับความรักและ ความอบอุ่นไม่แพ้กับเด็กคนอื่นๆที่มีพ่อแม่พร้อมหน้าพร้อมตา
หลายบ้านมีทั้งพ่อและแม่ แต่เด็กก็ไม่ได้มีความสุขเพราะความขัดแย้งภายในครอบครัว แต่หากเธอสามารถมอบความรักให้กับลูกได้อย่างเต็มที่ ลูกของเธอก็จะเป็นคนที่มีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องมีพ่อ
