บทที่ 1 : คลื่นใต้น้ำในตำหนักใน
กลิ่นกำยานหอมกรุ่นราคาแพงลอยอวลอยู่ภายในตำหนักฉือหนิง ตำหนักส่วนตัวของไทเฮา ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดเสียยิ่งกว่าพายุใหญ่ที่กำลังจะพัดถล่ม
เพล้ง!
เสียงแจกันกระเบื้องเคลือบสีครามล้ำค่าหล่นกระแทกพื้นแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี เศษกระเบื้องและน้ำชาอุ่นๆ กระเด็นกระดอนไปทั่วพื้นพรมปักลายหงส์ทอง ไทเฮาหลิวซูอิง ในวัยสามสิบปลายๆ ที่ยังคงความงดงามเย้ายวนและทรงอำนาจ ทรงยืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด พระเนตรคู่คมแดงก่ำจ้องมองบุรุษหนุ่มผู้เป็นโอรสสวรรค์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยความผิดหวังและร้าวราน
"เจ้าทำลงไปได้อย่างไรเซียวเหวิน! เจ้าทำลงไปได้อย่างไร!"
น้ำเสียงที่มักจะนุ่มนวลและทรงอำนาจของไทเฮากรีดร้องออกมาอย่างเหลืออด พระนางแทบจะทรงพระตัวยืนไม่อยู่จนนางกำนัลคนสนิทต้องรีบเข้ามาประคอง
ฮ่องเต้เซียววิน ในวัยสิบหกปีที่เพิ่งจะครองบัลลังก์ได้เพียงไม่กี่เดือน ทรงก้มพระพักตร์ต่ำ พระวรกายสั่นน้อยๆ อย่างน่าเวทนา ใต้ฝ่าพระบาทของพระองค์คือราชโองการและสำนวนคดีประหารล้างตระกูลอู๋ที่เพิ่งลงพระปรมาภิไธยไปหมาดๆ
"เสด็จแม่... ลูก... ลูกไม่มีทางเลือก..." เสียงของฮ่องเต้น้อยสั่นเครือและแหบแห้ง พระองค์ไม่อาจเงยพระพักตร์ขึ้นสบตามารดาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังได้เลย
"ไม่มีทางเลือกอย่างนั้นหรือ?!" ไทเฮาหลิวซูอิงก้าวเข้ามาใกล้ พลางชี้ไปยังโอรสสวรรค์ด้วยความเดือดดาล "เจ้าอายุสิบหกปี ครองราชย์ยังไม่ทันพ้นฤดูใบไม้ผลิด้วยซ้ำ! เจ้าไม่รู้หรือว่าตระกูลอู๋คือใคร? ตระกูลอู๋คือพันธมิตรผู้ตายแทนตระกูลหลิวของเรามาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ! ก่อนที่แม่จะตบแต่งเข้าสู่ราชสำนักเพื่อเป็นฮองเฮาของเสด็จพ่อของเจ้า ตระกูลอู๋และตระกูลหลิวร่วมมือเคียงบ่าเคียงไหล่ ฝ่าฟันเลือดเนื้อและความตายจนทำให้แผ่นดินนี้ร่มเย็นเป็นสุข!"
ไทเฮาหอบหายใจด้วยความคับแค้นใจ เมื่อนึกถึงสภาพความเป็นจริงในยามนี้
แม้ว่าก่อนหน้านี้ เซียวเหยียนชินอ๋องผู้เหี้ยมโหด จะใช้อำนาจล้นฟ้าบีบบังคับส่งบรรดาขุนนางสายตระกูลหลิวและตระกูลอู๋ให้ออกไปประจำการรบยังเขตชายแดนที่ห่างไกลและทุรกันดาร เพื่อขับไล่พวกเขาให้พ้นหูพ้นตาและตัดมือตัดเท้าในราชสำนักทีละน้อย ทว่านางก็ยังอดทนและรอคอยจังหวะเวลา... แต่นางไม่คาดคิดเลยว่า เซียวเหยียนจะลงมือเด็ดขาดถึงขั้น ฆ่าล้างตระกูลอู๋ ทิ้งทั้งโคตรเช่นนี้!
"อ๋องสารเลวผู้นั้น..." ไทเฮาหลิวซูอิงกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด "เป้าหมายที่แท้จริงของเซียวเหยียนไม่ใช่แค่กำจัดเสี้ยนหนามธรรมดา แต่มันต้องการฆ่าล้างตระกูลทั้งหมดที่ไม่ใช่พวกของมัน! มันตั้งใจจะกวาดล้างราชสำนักให้เกลี้ยงเกลาเพื่อขึ้นมาครองบัลลังก์ด้วยมือของตัวเอง!"
ฮ่องเต้เซียวเหวินกำพระหัตถ์แน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่าพระบาทจนเลือดซึม พระองค์ทรงรู้ซึ้งดีว่าตนเองเป็นเพียงหุ่นเชิดที่เซียวเหยียนปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อบังหน้า การที่อ๋องผู้เยือกเย็นผู้นั้นสามารถก้าวขึ้นมามีอำนาจเหนือองค์ฮ่องเต้และควบคุมทุกอย่างในกำมือได้ ล้วนมาจากความเจ้าเล่ห์เพทุบายและแผนการอันล้ำลึกที่ค่อยๆ ซึมซับอำนาจทีละน้อยจนไม่มีใครต้านทานทัน... โดยที่พระองค์เองในตอนนั้นยังทรงพระเยาว์เกินกว่าจะมองทันเล่ห์เหลี่ยมอันแยบยลนั้น
"เสด็จแม่... ตอนนี้อำนาจทหารแปดส่วนอยู่ในมือเขา ตราสั่งการทหารสี่ทัพก็อยู่ที่เขา หากเราขัดขืนแม้แต่น้อย..." ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "แผ่นดินนี้คงนองเลือด และตระกูลหลิวของเรา... คงไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูก"
ไทเฮาหลิวซูอิงทรุดพระกายลงนั่งบนตั่งไม้แกะสลักด้วยความหมดเรี่ยวแรง พระนางหลับตาลงอย่างเจ็บปวด เมื่อตระหนักได้ว่าเวลานี้ ตนเองและฮ่องเต้น้อยกำลังนั่งอยู่บนกองไฟที่เซียวเหยียนจุดรอไว้
ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดฝ่ายใน บัลลังก์มังกรที่โอรสของนางประทับอยู่นี้ ช่างเปรียบเสมือนเก้าอี้ที่ทำจากหนามแหลมคม เซียวเหยียนกำลังบีบให้พวกนางจนมุมทีละก้าว... และถ้านางยังนิ่งเฉยต่อไป จุดจบของตระกูลหลิวและชีวิตของฮ่องเต้น้อย ก็คงไม่ต่างอะไรจากตระกูลอู๋ที่กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีตในกองเพลิง!
