ตอนที่ 5 ข้อตกลงกับปีศาจ
ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่างอาบไล้ป่าสน บรรยากาศรอบกายของ หลินเยว่ฉี และ อ๋องเก้า โจวอวี้ฉี เย็นเยียบจนสัมผัสได้ถึงไอสังหารรำไรที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่บนหลังม้า
"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาพูดเรื่องกบฏต่อหน้าข้า?" อ๋องเก้าเอ่ยเสียงต่ำ พลางบังคับม้าให้เดินวนรอบตัวนาง "เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะคาบข่าวนี้ไปบอกเสด็จพ่อ หรือส่งเจ้าเข้าคุกหลวงงั้นรึ?"
เยว่ฉีไม่แม้แต่จะกระพริบตา นางยืนนิ่งราวกับรูปสลักหิน "หากท่านอ๋องเก้าอยากทำเช่นนั้น คงทำไปตั้งแต่วินาทีที่หม่อมฉันอ้าปากแล้วเพคะ อีกอย่าง... ท่านเองก็ไม่ใช่คนที่จงรักภักดีต่อ 'รัชทายาทในอนาคต' อย่างโจวหานหมิงอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?"
คำว่า 'รัชทายาทในอนาคต' ราวกับถ่านร้อนที่โยนใส่ใจของอ๋องเก้า เขาหยุดม้าเบื้องหน้านาง ระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงสองคืบ
"เจ้าไปรู้อะไรมา?"
"หม่อมฉันรู้ว่าท่านถูกบีบให้ไปเฝ้าชายแดนสิบปีเพียงเพราะผลงานศึกของท่านข่มรัศมีองค์ชายคนอื่นๆ หม่อมฉันรู้ว่าเสบียงทหารที่ส่งไปให้ท่านมักจะถูกยักยอกระหว่างทางโดยฝีมือของคนในวังหลวง... และหม่อมฉันรู้ว่า ท่านต้องการ 'คนนำทาง' ในเมืองหลวงแห่งนี้"
อ๋องเก้าจ้องมองดวงตาหงส์ที่แน่วแน่นั้นอย่างพิจารณา "แล้วเจ้า... บุตรสาวแม่ทัพที่ควรจะแต่งงานเสวยสุขในวังหลัง ทำไมถึงอยากกระโดดลงมากองเลือดนี้?"
"เพราะความสุขบนกองเลือดของคนตระกูลหลิน มันไม่ใช่ความสุขที่หม่อมฉันปรารถนาเพคะ" เยว่ฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อนึกถึงชาติก่อน "หม่อมฉันต้องการพันธมิตร และท่าน... คือหมากที่แข็งแกร่งที่สุดในกระดานนี้"
โจวอวี้ฉีแค่นยิ้ม "เจ้าเรียกข้าว่าหมากงั้นรึ? ช่างสามหาวนัก... แต่ข้าชอบ" เขากระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว "แล้วเจ้าจะให้อะไรข้าเป็นการแลกเปลี่ยน? ข้อมูลขยะๆ หรือแค่คำหวาน?"
"ข้าจะให้ 'บัญชีลับการขนส่งเกลือและเหล็ก' ของเสนาบดีฝั่งองค์ชายสามแก่ท่าน"
คำตอบนั้นทำให้อ๋องเก้าชะงัก บัญชีนั่นคือเส้นเลือดใหญ่ของกองทัพลับที่โจวหานหมิงแอบซุกซ่อนไว้ "เจ้าไปเอาของพรรค์นั้นมาจากไหน?"
"นั่นไม่สำคัญเพคะ สำคัญที่ว่า... ท่านจะรับข้อเสนอของหม่อมฉันหรือไม่?"
อ๋องเก้าเดินเข้ามาประชิดตัวนาง มือหนาภายใต้ถุงมือหนังเชยคางนางขึ้น "จำไว้ให้ดีหลินเยว่ฉี หากเจ้าหลอกใช้ข้า หรือคิดจะหักหลัง... ข้าจะทำให้เจ้าภาวนาขอความตายแต่สวรรค์ก็จะไม่ประทานให้"
"หม่อมฉันยินดีน้อมรับเพคะ" เยว่ฉียิ้มรับอย่างไม่สะทกสะท้าน
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ กระโจมตระกูลไป๋
ไป๋อวี้ตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกทั้งดีใจและขวัญผวา นางได้เป็นชายารองขององค์ชายสามตามที่ฝันไว้ แต่สายตาที่โจวหานหมิงมองนางเมื่อคืนนั้น... มันน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ
"อวี้เอ๋อร์ เจ้าทำบ้าอะไรลงไป!" เสนาบดีไป๋ ผู้เป็นบิดาตบโต๊ะเสียงดัง "ข้าบอกให้เจ้าไปตีสนิทหลินเยว่ฉี ไม่ใช่ไปทำตัวงามหน้ากลางสระบัวจนต้องเป็นแค่เมียน้อย!"
"ท่านพ่อ... ข้าถูกผลักนะเจ้าคะ! เป็นเยว่ฉีที่จงใจ..."
"หุบปาก! เยว่ฉีเป็นคนเรียบร้อยอ่อนหวาน นางจะทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร มีแต่เจ้าที่รนหาที่เอง!"
ไป๋อวี้กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความแค้นที่มีต่อเยว่ฉีพุ่งทะลุขีดจำกัด 'เยว่ฉี... เจ้าจงใจแกล้วข้า! ข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่า การเป็นชายารองขององค์ชายสาม ก็สามารถเหยียบเจ้าให้จมดินได้เหมือนกัน!'
ในขณะเดียวกัน ที่ป่าล่าสัตว์ส่วนลึก
เยว่ฉีควบม้าออกไปเพียงลำพัง โดยอ้างว่าอยากไปดูดอกไม้ป่า แต่ความจริงคือนางมารอพบ 'ใครบางคน' ตามที่นัดหมายไว้ในจดหมายลับที่นางแอบส่งออกไปเมื่อเช้ามืด
ทันใดนั้น ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศมาปักลงที่ต้นไม้ข้างกายเยว่ฉี!
นางไม่ได้ตกใจ แต่กลับกระตุกยิ้ม "ออกมาเถอะ... 'เงาสิบสาม' ข้ารู้ว่าเป็นเจ้า"
ร่างในชุดดำสนิทปรากฏตัวขึ้นจากพุ่มไม้ คุกเข่าลงเบื้องหน้านาง "คุณหนู... ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้า? และท่านรู้รหัสลับของหน่วยเงาตระกูลหลินได้อย่างไร?"
หน่วยเงาสิบสาม คือหน่วยรบพิเศษที่บิดาของนางฝึกฝนมาอย่างลับๆ ซึ่งในชาติก่อน พวกเขาถูกหลอกให้ไปตายในกับดักของโจวหานหมิงทั้งหมด
"เรื่องนั้นไม่สำคัญ" เยว่ฉีลงจากม้า "ข้ามีภารกิจแรกให้พวกเจ้าทำ... จงไปที่จวนเสนาบดีกรมคลัง ลอบเข้าไปในห้องทำงานชั้นใน แล้วนำกล่องไม้แกะสลักลายเมฆออกมาให้ข้า ภายในนั้นมีสิ่งที่จะทำให้บัลลังก์ของใครบางคนสั่นคลอน!"
ดวงตาของเยว่ฉีฉายแววอำมหิต หมากกระดานนี้เพิ่งเริ่มต้น และนางจะไม่ยอมให้ใครเดินหมากตัดหน้านางได้อีกเป็นอันขาด!
____________________
