ตอนที่ 6 แผนร้ายในโรงน้ำชา
สามวันหลังจากงานเทศกาลล่าสัตว์จบลง ข่าวการประทานสมรสพระราชทานระหว่างองค์ชายสามและไป๋อวี้ในฐานะชายารองก็กลายเป็นหัวข้อซุบซิบอันดับหนึ่งในเมืองหลวง หลินเยว่ฉีใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจเรื่องอื้อฉาวนี้ เริ่มต้นหมากตัวต่อไปของนาง
"คุณหนูเจ้าคะ แม่นางไป๋ส่งเทียบเชิญมาเจ้าค่ะ" ชิงเหอ ยื่นจดหมายกระดาษหอมกรุ่นให้นางด้วยสีหน้าไม่พอใจ "นางนัดคุณหนูไปพบที่ 'โรงน้ำชาจุยเซียน' ยามบ่ายวันนี้ บอกว่าอยากจะขอขมาเรื่องที่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ"
เยว่ฉีรับจดหมายมาคลี่อ่าน มุมปากกระตุกยิ้มหยัน 'ขอขมาหรือ? โรงน้ำชาจุยเซียนเป็นกิจการลับของคนตระกูลไป๋ ชาติก่อนข้าเคยถูกนางหลอกไปที่นั่นเพื่อแอบดูองค์ชายสามทำคะแนนด้วยการช่วยเด็กตกรถม้า... แต่วันนี้นางคงมีแผนที่ 'พิเศษ' กว่าเดิม'
ณ โรงน้ำชาจุยเซียน
ห้องรับรองชั้นสามถูกจัดเตรียมไว้อย่างหรูหรา ไป๋อวี้ในชุดสีฟ้าสดใสดูภูมิฐานขึ้นกว่าแต่ก่อนนั่งรออยู่พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ เมื่อเห็นเยว่ฉีก้าวเข้ามา นางก็รีบลุกขึ้นต้อนรับ
"เยว่ฉี เจ้ามาแล้ว! ข้านึกว่าเจ้าจะโกรธจนไม่ยอมมาพบพี่สาวคนนี้เสียแล้ว"
"น้องสาวจะกล้าโกรธพี่อวี้ได้อย่างไรเจ้าคะ ในเมื่อตอนนี้ท่านกำลังจะได้เป็นถึงชายารองในองค์ชายสาม" เยว่ฉีนั่งลงฝั่งตรงข้าม ท่าทางสงบนิ่งจนไป๋อวี้รู้สึกอึดอัด
"เจ้าก็พูดไป... ข้าเองก็ลำบากใจนัก แต่ในเมื่อฝ่าบาทมีรับสั่ง ข้าก็ขัดไม่ได้" ไป๋อวี้แสร้งทำหน้าเศร้า ก่อนจะรินน้ำชาส่งให้ "ดื่มน้ำชาชั้นดีนี่ก่อนเถิด ข้าสั่งมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ"
เยว่ฉีมองถ้วยน้ำชาครู่หนึ่ง กลิ่นหอมของมันช่างเย้ายวน ทว่าในฐานะคนที่เคยตายด้วยพิษมาครั้งหนึ่ง นางย่อมจำกลิ่นอายของ 'ผงราคะไร้ลักษณ์' ได้ดี พิษชนิดนี้ไม่มีรสไม่มีสี แต่มันจะทำให้ผู้ดื่มเกิดอาการร้อนรุ่มและขาดสติภายในครึ่งชามยาม
'นางกะจะให้ข้าเสียตัวให้กับบุรุษชั้นต่ำในโรงน้ำชา เพื่อทำลายชื่อเสียงตระกูลหลินสินะ' เยว่ฉีคิดในใจ
"พี่อวี้... ทำไมชาของข้าถึงดูเข้มกว่าของท่านนักล่ะเจ้าคะ?" เยว่ฉีแสร้งขยับจานขนมจนน้ำชาในถ้วยของไป๋อวี้กระฉอกเล็กลง "อุ๊ย! ขออภัยเจ้าค่ะ พี่อวี้ท่านดูสิ เสื้อท่านเปื้อนหมดแล้ว"
ไป๋อวี้อุทานด้วยความตกใจรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับ ในจังหวะที่ไป๋อวี้ก้มหน้าอยู่นั้น มือของเยว่ฉีขยับไวดุจสายฟ้าสลับถ้วยน้ำชาทั้งสองใบอย่างแนบเนียน
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่นิดเดียวเอง" เยว่ฉียิ้มหวานพลางยกถ้วยน้ำชา (ที่สลับแล้ว) ขึ้นจิบ "น้ำชารสชาติดีจริงๆ เจ้าค่ะ พี่อวี้ก็ดื่มสิเจ้าคะ เดี๋ยวจะเสียน้ำใจคนเตรียม"
ไป๋อวี้เห็นเยว่ฉีดื่มจนหมดถ้วยก็ยิ้มกริ่ม นางรีบยกถ้วยของตัวเองขึ้นดื่มรวดเดียวเช่นกัน "ใช่จ้ะ... รสชาติดีจริงๆ"
ผ่านไปเพียงไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ใบหน้าของไป๋อวี้ก็เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ลมหายใจของนางหอบถี่ มือไม้เริ่มไม่อยู่สุขลูบไล้ไปตามคอและหน้าอก
"เยว่ฉี... ข้า... ข้ารู้สึกร้อนแปลกๆ" ไป๋อวี้พึมพำ เสียงพร่าเลือน
"ร้อนหรือเจ้าคะ? สงสัยอากาศจะอบอ้าวเกินไป" เยว่ฉีลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสง่างาม "ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวไปตามคนมาช่วยท่านนะเจ้าคะ"
เยว่ฉีเดินออกจากห้องไปอย่างใจเย็น นางพยักหน้าให้ เงาสิบสาม ที่ซุ่มอยู่บนเพดาน "พา 'แขก' ที่นางเตรียมไว้ให้ข้า เข้าไปในห้องนั้นเสีย... อ้อ แล้วอย่าลืมเชิญนักข่าวจากสำนักพิมพ์ต่างๆ และฮูหยินขี้เม้าท์ที่อยู่ชั้นล่างขึ้นมาดู 'งิ้วฉากเด็ด' ด้วยนะ"
"รับทราบครับคุณหนู"
เยว่ฉีเดินลงมาที่ชั้นหนึ่งอย่างสบายอารมณ์ แต่แล้วนางก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสีดำนั่งจิบสุราอยู่ที่มุมมืดของร้าน อ๋องเก้า โจวอวี้ฉี นั่นเอง
เขามองนางพลางยกจอกสุราขึ้นเป็นการทักทาย "เล่นสนุกพอหรือยัง?"
"เพิ่งเริ่มต้นเพคะท่านอ๋อง" เยว่ฉีเดินเข้าไปหา "ท่านมาทำอะไรที่นี่เพคะ?"
"มาดูว่าหมากของข้าจะถูกแมวป่าคาบไปกินหรือเปล่า" อ๋องเก้าวางจอกลง "แต่ดูเหมือนแมวป่าตัวนี้จะดุร้ายกว่าที่ข้าคิด"
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องและเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากชั้นสาม ผู้คนต่างวิ่งขึ้นไปดูเหตุการณ์ ภาพที่ปรากฏคือไป๋อวี้ที่กำลังพัวพันอยู่กับชายอันธพาลสองคนที่นางจ้างมาเอง ท่ามกลางสายตาขุนนางและชาวบ้านนับสิบที่บังเอิญ (ถูกจ้าง) ให้มาที่นี่
"นั่นแม่นางไป๋ ชายารองขององค์ชายสามนี่!"
"สวรรค์! นางช่างกล้าทำเรื่องบัดสีในที่สาธารณะเช่นนี้เชียวหรือ!"
เยว่ฉียืนฟังเสียงสะท้อนแห่งความพินาศของศัตรูด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย นางหันไปหาอ๋องเก้า "ท่านอ๋อง... ของขวัญที่หม่อมฉันสัญญาไว้ (บัญชีลับ) ถูกส่งไปที่จวนของท่านแล้ว หวังว่าท่านคงจะพอใจ"
อ๋องเก้ามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความสนใจที่มีต่อนางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหลงใหลในความร้ายกาจ "เจ้าใจดำกว่าที่ข้าคิดนะ เยว่ฉี"
"ในโลกที่คนดีไม่มีที่ยืน... การเป็นปีศาจก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่นะเพคะ"
____________________
