ตอนที่ 4 หมากกระดานแรก
ควันจากเหตุการณ์ริมสระบัวยังไม่ทันจางหาย ข่าวเรื่ององค์ชายสาม "โอบอุ้ม" แม่นางไป๋อวี้ในสภาพเปียกปอนก็แพร่กระจายไปทั่วล่าสัตว์หลวงราวกับไฟลามทุ่ง
ภายในกระโจมรับรองของตระกูลหลิน หลินเจิ้นหนาน นั่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ขณะที่ หลินมู่เฉิน พี่ชายของเยว่ฉีกำลังเช็ดกระบี่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เยว่ฉี เจ้าบอกพ่อมาตามตรง เกิดอะไรขึ้นที่สระบัว?" หลินเจิ้นหนานถามเสียงเข้ม
เยว่ฉีรินน้ำชาด้วยท่าทางสงบนิ่ง "ไม่มีอะไรมากเจ้าค่ะ เพียงแค่พี่อวี้เดินไม่ระวังจนพลัดตกน้ำ และองค์ชายสามผู้มีน้ำพระทัยกว้างขวางก็ทรงบังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงรีบลงไปช่วยชีวิตนางไว้... ท่ามกลางสายตาขุนนางนับสิบ"
"บังเอิญงั้นรึ?" มู่เฉินแค่นเสียงเหี้ยม "ที่นั่นเป็นที่อับลับตาคน องค์ชายสามไปทำอะไรที่นั่นถ้าไม่ใช่ว่ามี 'แผนการ' บางอย่าง"
เยว่ฉีวางถ้วยน้ำชาลงเบาๆ "จะเป็นแผนการหรือไม่ ตอนนี้ผลลัพธ์ก็ออกมาแล้วเจ้าค่ะ ในเมื่อองค์ชายสามทรง 'แตะต้อง' ร่างกายสตรีที่ยังไม่ออกเรือนต่อหน้าสาธารณชน ท่านพ่อคิดว่าฝ่าบาทจะทรงจัดการเรื่องนี้อย่างไรเจ้าคะ?"
ยังไม่ทันที่หลินเจิ้นหนานจะตอบ ขันทีจากตำหนักหลวงก็ก้าวเข้ามาคุกเข่าที่หน้ากระโจม
"เรียนท่านแม่ทัพหลิน ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้คุณหนูหลินเยว่ฉีเข้าเฝ้า ณ กระโจมกลางเป็นการด่วนพ่ะย่ะค่ะ!"
ณ กระโจมกลาง
บรรยากาศภายในตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ฮ่องเต้โจวเหวินตี้ ประทับบนบัลลังก์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ด้านล่างมีองค์ชายสามโจวหานหมิงที่สีหน้าซีดเผือด และไป๋อวี้ที่สะอึกสะอื้นอยู่ในชุดใหม่ที่ดูซูบซีด
"เยว่ฉีมาแล้วหรือ" ฮ่องเต้ตรัสเสียงเรียบ "เจ้าเป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ เจ้าเห็นว่าอย่างไร?"
เยว่ฉีคุกเข่าลงอย่างอ่อนช้อย "หม่อมฉันเห็นเพียงความกล้าหาญขององค์ชายสาม และความน่าเวทนาของพี่ไป๋อวี้เพคะ แต่ในฐานะที่พี่อวี้เป็นแขกของจวนแม่ทัพ และนางต้องมาเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นนี้ หม่อมฉันรู้สึกละอายใจยิ่งนักที่ไม่ดูแลนางให้ดี"
"เจ้าจะบอกว่า... หานหมิงควรรับผิดชอบนางอย่างนั้นหรือ?" ฮ่องเต้เลิกคิ้ว
"หามิได้เพคะ" เยว่ฉีเงยหน้าขึ้น สบตาฮ่องเต้อย่างมั่นคง "แต่ขนบธรรมเนียมมีอยู่ หากบุรุษแตะต้องกายสตรีจนเป็นที่ประจักษ์ ย่อมต้องมีพิธีการที่เหมาะสม มิเช่นนั้นตระกูลไป๋และชื่อเสียงของราชวงศ์จะถูกครหาได้เพคะ"
โจวหานหมิงกัดฟันกรอด เขาต้องการเยว่ฉีเพื่ออำนาจทหาร แต่ตอนนี้เยว่ฉีกำลังผลักไสนางกำนัลไร้ค่าอย่างไป๋อวี้มาให้เขา!
"เสด็จพ่อ! ลูกเพียงแค่ต้องการช่วยคน!" หานหมิงพยายามโต้แย้ง
"แต่คนเขาก็เห็นกันทั้งงาน!" ฮ่องเต้ตบโต๊ะดังปัง "ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ เพื่อรักษาเกียรติของทุกฝ่าย ข้าจะให้ไป๋อวี้เข้าตำหนักองค์ชายสามในฐานะ 'ชายารอง' ส่วนเรื่องชายาเอก... ข้าจะพิจารณาอีกครั้ง"
ไป๋อวี้ลอบยิ้มผ่านม่านน้ำตา แม้จะเป็นเพียงชายารอง แต่นางก็ได้ก้าวเข้าสู่ตำหนักในสมใจ ทว่าสำหรับโจวหานหมิง นี่คือความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ เพราะโควตา "ชายารอง" ของเขาถูกใช้ไปกับหมากที่ไร้ประโยชน์
"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท" เยว่ฉีหมอบกราบ ทว่าในใจกลับเย็นเยียบ 'นี่แค่น้ำจิ้มเท่านั้น ไป๋อวี้... ชาติก่อนเจ้าอยากได้เขานัก ชาตินี้ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้เข้าไปอยู่ในกรงทองร่วมกับเขาเร็วขึ้นหน่อย!'
ยามค่ำคืนใต้แสงจันทร์
เยว่ฉีปลีกตัวออกมาเดินรับลมที่ชายป่า ความเงียบสงัดถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าเบาๆ ของม้า
"เจ้าเดินหมากได้รุนแรงดีนะ... คุณหนูหลิน"
เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้น เยว่ฉีหันไปมอง พบกับ อ๋องเก้า โจวอวี้ฉี ที่ยังคงสวมหน้ากากเงินครึ่งหน้า เขานั่งอยู่บนหลังม้าสีดำสนิท ดูลึกลับและอันตราย
"หม่อมฉันไม่ทราบว่าท่านอ๋องพูดเรื่องอะไรเพคะ" เยว่ฉีตอบพลางย่อกายตามมารยาท
"แสร้งทำเป็นผ้าพับไว้ แต่กลับถีบเพื่อนรักลงน้ำและบีบให้พี่ชายตัวเองต้องรับนางเป็นเมียรอง... เจ้าไม่ใช่เด็กสาวธรรมดาแน่ๆ" อ๋องเก้าโน้มตัวลงมาหา "เจ้าต้องการอะไรกันแน่? อำนาจ? หรือแค่ความสะใจ?"
เยว่ฉีเงยหน้าสบตาบุรุษที่ถูกขนานนามว่าเป็นปีศาจในสนามรบ นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกหนึ่งก้าว แล้วกระซิบด้วยเสียงที่หนักแน่น
"หม่อมฉันต้องการ... ให้คนที่ยืนอยู่บนบัลลังก์ ไม่ใช่คนที่ชื่อโจวหานหมิงเพคะ"
ดวงตาภายใต้หน้ากากเงินวูบไหวด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ
"น่าสนใจ... ถ้าอย่างนั้น เรามาลองทำข้อตกลงกันหน่อยไหม?"
____________________
