บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ร้ายมา ร้ายไป (3)

“บอกให้ปล่อยไง ไม่ได้ยินเหรอ” บุปผาหันมาตวาดไม่เต็มเสียงนัก

เดชาไม่ฟังคำทัดท้านของบุปผาเขากลับจับต้นขาอวบทั้งสองข้างแยกออกจากกันให้กว้างขึ้นเพื่อนำร่างกายของเขาเข้าไป เดชาดันเพียงครั้งเดียวความผงาดอวบใหญ่เข้าไปแดดิ้นอยู่ในธารน้ำฉ่ำชื้น

“อือ อยากให้ปล่อย อีกไหมบุปผา”

“ปล่อย” เสียงนั้นแผ่วลงไปมาก

“ได้” เดชาครางเสียงสั่น

เดชาเริ่มขยับเอวสอบเข้าใส่กลีบดอกไม้แย้มบานด้วยความหนักหน่วง รุนแรงพอๆ กับที่บุปผาต้องการเช่นทุกครั้งที่ทั้งสองเสพสมกันมาเป็นระยะเวลาช้านาน มือหนาปัดมือของบุปผาที่บีบอกอวบอิ่มของตัวเองอยู่แล้วกอบกุมไว้เสียเองพร้อมออกแรงบีบเคล้นคลึงหนักมือจนเกิดรอยแดงทั้งสองเต้าทรวง เดชาจับร่างอวบของบุปผาให้นอนคว่ำหน้าแล้วดึงสะโพกสวยอวบหยัดขึ้นเพื่อรับความผงาดของเขา เดชาเร่งขยับถี่กระชับ เอวสอบส่ายไปมาเพื่อเพิ่มความรัญจวนให้ร่างอวบที่ส่งเสียงครวญครางลั่นสนั่นทางเดินแห่งนั้น

“เร็วอีกไอ้เดชา”

บุปผาครางเสียงกระเส่าเอวคอดช่วยส่ายไปตามจังหวะการกระแทกของเดชา มือเรียวเอื้อมไปทางด้านหลังเพื่อจับเอวของเดชาเข้าใส่ความสาวของตัวเองเร่งให้เดชาเพิ่มจังหวะ เล็บยาวจิกลงไปบนเนื้อหนุ่มจนเกิดรอย เดชาเอื้อมมาจับแขนทั้งสองข้างของบุปผาดึงเข้าหาตัว จนร่างอวบแอ่นมาทางด้านหลังอวดหน้าอกอวบใหญ่ไหวกระเพื่อมตามจังหวะการขยับโยก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังผสมเสียงครวญครางของคนทั้งสอง

เดชาส่งบุปผาไปถึงฝั่งด้วยความสุขสมตามแบบฉบับความรุนแรงของเขา ก่อนจะจับร่างของบุปผาขึ้นมาอุ้มในท่าเดิมใช้แขนแข็งแรงรับน้ำหนักร่างอวบอัดช่วยในการขยับ และเร่งจะหวะเพื่อพาตัวเองไปยังจุดหมายเดียวกับบุปผา เสียงครางระงมทั่วทั้งบริเวณ

ถึงจะปฏิเสธเดชา แต่เมื่อความเสียวซ่านมันทำให้เธอมีความสุขทุกครั้ง บุปผาเลยไม่ปล่อยโอกาสที่จะยึดเหนี่ยวมันไว้เพื่อจะได้ปลดปล่อยให้สมอารมณ์หมาย จริงอยู่ที่บอกกับเดชาว่าเธอเป็นเมียนายหัวเพลิง แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่เพลิงจะสนใจไม่ แค่พูดให้เดชาเลิกยุ่งกับเธอเท่านั้น แต่ด้วยความยั่วยวนของเธอเอง สักวันต้องเป็นเมียของเพลิงตามที่ตั้งความหวังเอาไว้ให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่สำเร็จเลยต้องหาที่ปลดปล่อยเอากับหนุ่มร่างสูงอย่างเดชาที่รู้ทุกการเคลื่อนไหวของเธอดี ถึงเดชาจะทำให้มีความสุข และทั้งสองเข้ากันได้ดีในเรื่องนั้น แต่บุปผาก็ยังเกลียดหน้าเดชาอยู่ดี ด้วยความที่เดชาเป็นคนพูดตรงและมองเธอทะลุปรุโปร่งเลยไม่ค่อยชอบเขา

เดชาเป็นคนหนุ่มอายุยี่สิบเก้าปี มีแฝดผู้พี่ชื่อเดโช ทั้งสองได้รับความช่วยเหลือจากนายหัวเพลิง เทพธากร เพลิงส่งเสียให้เดโชและเดชาเรียนจนจบปริญญาตรี ทั้งสองจึงเคารพรักเพลิงเหมือนพ่อบังเกิดเกล้า จึงทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานทดแทนบุญคุณที่เพลิงให้มาตลอด เดโชรับหน้าที่ดูแลงานอยู่ที่ร้านจิวเวลรี่ขนาดใหญ่ ที่มีอีกชื่อเรียกว่าวังเริงฤทธิ์ตามชื่อของนายใหญ่บิดาของเพลิง ผู้ก่อตั้งและมีโรงงานเจียระไนอีก ส่วนเดชาไม่ค่อยชอบอยู่ในเมือง เพลิงเลยให้เข้ามาเป็นผู้จัดการคอยดูแลที่ฟาร์มหอยมุกทั้งหมด ซึ่งเดชาก็ทำได้ดีเพราะกรรมวิธีทำฟาร์มหอยมุกก็ต้องใช้ความดูแลเอาใจใส่อย่างละเอียดอ่อนเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ

“เสร็จแล้วก็ปล่อยสิ” บุปผาพูดเสียงดัง มือเรียวจับข้อมือของเดชาที่กำลังอยู่ในห้วงความสุขขณะที่ปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้าไปสู่เรือนร่างอวบอัด เดชาผ่อนร่างตัวเองและบุปผาลงที่พื้น มือหนาจับร่างอวบให้นอนหงาย ตัวเองขึ้นไปทาบทับ

“ปล่อยนะ! ฉันจะกลับบ้าน”

“เดี๋ยว เมื่อกี้ฉันไปหาเธอที่บ้าน ป้าละอองบอกว่าเธอเอาข้าวไปให้คุณวิลันดา แล้วทำไมไปเสียนาน” เดชาตั้งท่าจับผิดบุปผาเต็มที่

“เรื่องของฉัน” หญิงสาวสะบัดเสียงไม่ใส่ใจ

“ใช่ เรื่องของเธอ แต่อย่าให้รู้นะว่าไปทำอะไรคุณวิลันดา ไม่อย่างนั้นเธอนั่นแหละที่ต้องเดือดร้อน”

“ฉันไม่กลัว”

“ระวังเถอะบุปผา นายรู้เข้าเธอจะทำยังไง”

“แล้วรู้ได้ไงว่าฉันทำอะไรผู้หญิงคนนั้น อีนังนั่งมันไม่สมควรอยู่บนเกาะนี้เสียด้วยซ้ำ”

“คุณวิลันดาเธอจะเป็นยังไง มีคนเดียวเท่านั้นที่ตัดสินทุกอย่าง นั่นก็คือนายหัว ไม่ใช่เธอ”

“ฉันตบมันเล่นให้หายคันมือ นายหัวคงไม่ว่าหรอก”

“ฉันเตือนเธอ ทางที่ดีอย่าไปมีเรื่องกับคุณวิลันดาเป็นดีที่สุด”

“เชื่อตายล่ะ” บุปผาสะบัดหน้า

“ไม่ไปที่ฟาร์มแล้วเหรอ” เดชาแกล้งยั่ว หากเวลาปกติเดชาก็เป็นอีกคนที่บุปผาไม่อยากเข้าใกล้เพราะความที่เขาชอบทำหน้าเฉย บื้อมึนตึง

“อยากไปก็ไปเองสิ ไอ้บ้า!”

“เมื่อไรจะพูดดีกับฉันสักที”

“ไม่มีทาง”

บุปผาผลักร่างสูงของเดชาออกไปพ้นตัว แล้วเร่งรีบจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะเดินจากไปทางด้านบ้านพักของคนงาน บุปผาพักอยู่คนเดียวในบ้านหลังเล็กๆ ที่ติดกับบ้านของเดชาซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่กว่าของคนงานทั้งหมดเพราะหน้าที่การงานของเขาเหนือกว่าใคร

เดชามองร่างอวบอิ่มเดินจากไปด้วยสายตานิ่งเฉย ก่อนจะลุกขึ้นจัดแต่งเสื้อผ้าของตัวเองและเข้าไปทำงานในฟาร์มต่อ

วิลันดาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูกระท่อม แต่ก็ต้องใจชื้นขึ้นมาหน่อยเมื่อคนที่เข้ามาเป็นหญิงวัยกลางคนที่ถือถาดอาหารเข้ามาวางลงที่แคร่ไม้ตรงหน้าเธอ ท่าทางบ่งบอกว่าไม่ร้ายเหมือนบุปผาหรือนายเหนือหัวในเกาะแห่งนี้

“กินเสียเถอะคุณ เสร็จแล้วจะให้นังบุปผามาเก็บจาน ป้าไปล่ะ” ป้าละอองพยายามพูดสำเนียงเดียวกับคนกรุง แต่เพราะชาติกำเนิดเป็นคนใต้ เลยพูดแปร่งๆ ไปบ้าง แต่วิลันดาก็ไม่ถือสา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel