บทที่ 2 นายหัวเพลิง (4)
เพลิงเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวของตัวเองทันทีหลังจากแผลถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว บุปผาเก็บกล่องยา
มองนายเหนือหัวตาปรอย
“สักวัน สักวันบุปผาต้องทำให้นายหัวเป็นของบุปผาให้ได้”
“อะไรนะบุปผา” เพลิงออกมาพร้อมกับเสื้อตัวใหม่ทันได้ยินบุปผาพึมพำอะไรบางอย่างเหมือนเอ่ยถึงเขา
“เปล่า เปล่าคะ บุปผาแค่บ่นว่าร้อนน่ะค่ะ นายหัวจะไปฟาร์มหรือคะ” บุปผาแก้ตัวแทบไม่ทัน
“อือ บอกป้าละอองด้วยว่าไม่ต้องทำมื้อเย็น ฉันจะเลยไปในเมือง คงค้างคืนที่โน่นเลย”
“ค่ะ บุปผาจะบอกให้” เพลิงจากไปด้วยความเร็วและเงียบตามวิสัยการเดินของเขา
บุปผาลอบเป่าลมออกจากปาก คิดว่าเพลิงจะได้ยินที่เธอพูดเสียอีก สายตาเหลือบไปเห็นเสื้อที่เพลิงถอดทิ้งไว้ อดไม่ได้ที่จะเก็บขึ้นมาแนบแก้ม สูดดมกลิ่นชายของเขาเข้าไปเต็มปอด
“บุปผารักนายหัวค่ะ สักวันบุปผาต้องเป็นนายหญิงของเกาะสีมุกแห่งนี้ให้ได้”
เพลิงแวะเข้าบ้านในเมืองตอนพลบค่ำ เพราะยุ่งเรื่องคัดเกรดหอยมุกส่งลูกค้าเลยทำให้เขาแทบไม่มีเวลากลับมาเยี่ยมบิดาและมารดาเท่าไรนัก หรืออีกนัยหนึ่งคือเขาไม่มีคำตอบดีๆ เรื่องน้องสาวมาให้มารดาได้ชื่นใจจึงไม่ใคร่อยากจะเห็นความเศร้าหมองบนใบหน้าของมารดานัก
หลังจากที่เพลงพิณหนีออกจากบ้านเพราะความอับอายหลังจากที่บอกใครๆ ว่าท้อง แต่พ่อของเด็กไม่ยอมรับ มารดาของเขาก็ไม่เป็นอันกินอันนอน ได้แต่ร่ำไห้เรียกหาน้องสาวเขาตลอด มา ระยะหลังๆ ที่ท่านเริ่มจะทำใจได้ แต่ก็ยังคงอยู่ในอาการที่เรียกว่าหมดอาลัยตายอยาก อยู่อย่างเลื่อนลอยไปวันๆ บิดาเขาปลอบใจเท่าไร ท่านก็ไม่ดีขึ้น มีทางเดียวคือ เขาต้องตามหาเพลงพิณ น้องสาวของเขาให้เจอในเร็ววัน
เพลิงเดินเงียบเข้ามาในบ้าน เมื่อผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองเห็น ใบหน้าที่ติดจะเศร้าหงอยยิ้มแย้มขึ้นต้อนรับบุตรชาย เสาหลักของบ้าน
“เพลิง แม่คิดถึงจะแย่ อยู่กันแค่นี้เองทำไมไม่มาหาแม่กับพ่อบ้างล่ะลูก”
“ขอโทษครับแม่ ผมติดคัดพันธุ์หอยให้ลูกค้าครับ เราเพาะเลี้ยงเอง ผลิตมุกขายเองแล้วก็แบ่งพันธุ์หอยของเราให้ลูกค้าที่ต้องการด้วย ช่วงนี้เลยไม่ค่อยว่างจริงๆ นี่ก็เพิ่งจะจัดส่งไปเมื่อตอนบ่ายนี้เองครับ”
“โธ่ ลูกแม่ เพลิงพักบ้างเถอะลูก แม่เป็นห่วง บ้านเราก็ใช่ว่าจะอับจนเสียเมื่อไหร่”
“ปล่อยลูกไปเถอะคุณ เพลิงยังหนุ่มยังแน่น หัวคิดก้าวไกล พ่อสนับสนุนเต็มที่” เริงฤทธิ์ให้ท้ายเพลิงเต็มที่เพราะเขาภูมิใจในตัวบุตรชายและรู้ว่าลูกของเขามีความสามารถหลายด้าน ทั้งเก่งและฉลาดหาใครเกิน ไม่อย่างนั้นคงพาธุรกิจขยายใหญ่ขึ้นเป็นนักธุรกิจระดับแนวหน้าของประเทศไม่ได้หรอก
“เพลิง”
“ครับแม่”
“ได้ข่าวเรื่องน้องหรือยัง”
เพลิงหันกลับไปมองหน้าบิดา ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วง “ยังเลยครับแม่ แต่คงอีกไม่นาน เพลงไม่เคยห่างบ้านไปไหนไกลๆ โดยที่ไม่มีคนติดตาม คุณแม่ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ทำใจให้สบาย”
“แม่ห่วงน้อง ไม่น่าเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นเลย ผิดที่แม่ ไม่ดูแลน้องให้ดี”
เพลิงส่ายหน้า “คุณแม่ไม่ผิดครับ ถ้าจะผิดคงเป็นผมที่ไว้ใจคนผิด ผมสัญญาว่าจะตามน้องกลับบ้านให้ได้ แต่คุณแม่ต้องสัญญากับผมก่อนว่าจะไม่เป็นกังวลกับเรื่องนี้จนร่างกายทรุดโทรม”
“จ้ะ แม่ให้สัญญา และแม่เชื่อว่าเพลิงต้องตามน้องกลับบ้านจนได้”
เพลิงพยักหน้าแล้วฝืนยิ้มให้มารดา
“เพลิงคงเหนื่อยนะลูก พ่อว่าขึ้นไปพักก่อนเถอะ เพิ่งไปที่วังมาไม่ใช่เหรอ คงกำลังวุ่นวายกันนะ ช่วงฤดูท่องเที่ยวแบบนี้ลูกค้าคงแน่นขนัดแน่ ไปเถอะลูกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน ว่าแต่จะกลับเกาะสีมุกวันไหน”
“คงพรุ่งนี้เลยครับ ผมยังมีงานต่อ” เพลิงไม่ได้มีงานสำคัญอะไรหรอก แต่ตัวการสำคัญอีกคนยังอยู่ที่เกาะและดูท่าทางจะฤทธิ์เยอะไม่น้อย คนอย่างวิลันดาต้องเขาคนเดียวที่เอาอยู่
เพลิงคิดไปถึงหญิงสาวร่างบางระหง เขาเองยอมรับว่าวิลันดาสวยมาก เรือนร่างสวยสมส่วน ผมยาวดกหนา ดวงหน้าเรียวเครื่องหน้าคมเข้ม ดวงตาสวยเฉียบโดยที่ไม่ต้องตกแต่งอะไรเลย จมูกรั้นน้อยๆ เหมือนคนไม่ยอมใคร ดูภาพรวมแล้วดูอ่อนหวาน ช่างผิดกับการกระทำที่ทำเอาเขายังเจ็บแสบอยู่จนกระทั่งตอนนี้ เพลิงเผลอคิดไปไกลพร้อมมือที่ยกขึ้นลูบแขนตัวเองภายใต้เชิ้ตแขนยาว ที่ลำคอเองก็เช่นกัน ชายหนุ่มเลือกเสื้อที่สามารถปกปิดรอยเหล่านั้นไม่ไม่ให้บุพการีทั้งสองสงสัยและเกิดข้อสักถามใด เพราะเขายังไม่อยากให้ใครรู้ว่าน้องสาวของไกรศรได้เดินทางมาที่เกาะสีมุกเพื่อชดใช้หนี้ด้วยเรือนร่าง ตามความต้องการของไกรศรเอง
