บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 นายหัวเพลิง (1)

วิลันดาถูกทิ้งให้อยู่ในกระท่อมอีกวันหนึ่งเต็มๆ โดยไม่มีการส่งข้าวส่งน้ำอย่างที่นายหัวเพลิงประกาศกับลูกน้องของเขาเอาไว้ตอนที่สั่งให้พาเธอมาที่นี่

บุปผากลับมาที่กระท่อมท้ายเกาะอีกครั้งในตอนเช้าของวันที่สอง ร่างอวบอัดมายืนเท้าสะเอวมองร่างบอบบางที่นั่งกอดเข่าจ้องหน้าตอบอยู่บนแคร่ไม้ตัวเดียวภายในกระท่อม

“มองหน้าฉันทำไม?” เห็นวิลันดาจ้องนิ่ง บุปผาเลยไม่พอใจขึ้นมา

“ก็มองหน้าคนบ้าไง ฉันจะจำไว้ทุกคนเลย” 

“กรี๊ด! อีกนังหน้าลิง แกนั่นแหละที่บ้า หน็อยจะตายอยู่แล้วยังมาทำปากดีอีก รู้ไว้เสียด้วยนะ นายหัวมอบหมายให้ฉันเป็นคนคุมแก ฉันจะทำอะไรกับแกก็ได้” บุปผาชี้หน้าวิลันดาก่อนจะยิ้มมุมปาก

“เชิญ อย่าให้ฉันหลุดไปได้ก็แล้วกัน ฉันก็จะไม่ปล่อยให้เธอมายืนด่าฉันฉอดๆ อยู่อย่างนี้หรอก”

“อีนี่อยากลองดีเหรอ”

บุปผาเดินเข้าหาวิลันดา มือเรียวที่ฉาบเล็บยาวไว้ด้วยสีสดนั้นกระชากผมของวิลันดาจนร่างบางลอยติดมือขึ้นมา แต่มีหรือคนอย่างวิลันดาจะยอม มือบางทำกลับอย่างที่โดนเหมือนกัน ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันจนผมเผ้ายุ่งเหยิง ตลอดเวลามีแต่เสียงกรีดร้องของบุปผาเท่านั้นที่แสดงออกถึงความเจ็บที่ถูกวิลันดากระทำกลับ ทั้งที่บุปผาเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ

“ปล่อยนะอีนังบ้า!” บุปผาใช้มืออีกข้างที่ว่างกระชากมือวิลันดาจากผมตัวเอง

“ถ้าอยากให้ฉันปล่อย เธอก็ต้องปล่อยเหมือนกัน” ในน้ำเสียงมีอาการหอบหายใจเบาๆอยู่ด้วย

บุปผาปล่อยมือออกจากผมของวิลันดาทันที และเมื่อศีรษะตัวเองเป็นอิสระ มือเรียวตบเข้าไปที่ใบหน้าของวิลันดาเต็มแรง หญิงสาวที่ไม่ทันตั้งตัวเลยหมุนคว้างล้มลงไปบนแคร่ไม้ วิลันดาหันกลับมามองบุปผาตาเขียวปัดด้วยความไม่พอใจ โตมาจนอายุยี่สิบเจ็ดปี แต่ไม่เคยโดนใครตบอย่างนี้มาก่อน น่าเจ็บใจจริงๆ

วิลันดาลุกขึ้นพรวดพราดเข้ามากระชากร่างของบุปผาล้มลงไปบนพื้นทรายในกระท่อม โชคดีที่สายโซ่พอจะมีความยาวให้เธอได้เดินไปได้ทั่วทั้งกระท่อมคับแคบแห่งนั้น ร่างบางตามคร่อมร่างอวบเอาไว้แล้วฝ่ามือบางก็ฟาดซ้ายขวาไม่ยั้งเหมือนกัน บุปผากรีดร้องด้วยความเจ็บอีกครา

เพียะ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกังวานอยู่ยังท้ายเกาะ

“เธอกล้ามากนะที่ตบฉัน คิดว่าฉันเป็นนางเอกละครเหรอที่จะอยู่เฉยๆ ให้นางมารร้ายมากระทำอะไรก็ได้ เธอคิดผิดแล้ว!” วิลันดายกมือขึ้นอีกครั้งแล้วฟาดสุดแรง ต้องสั่งสอนบุปผาเสียบ้างว่าอย่ามาทำกำแหงกับเธอ เพราะเธอไม่ใช่เพื่อนเล่นใคร

เพียะ! 

“โอ๊ย! อีบ้าฉันเจ็บนะ ช่วยด้วย ใครก็ได้เอาอีนังบ้าออกไปที ฉันเจ็บจะตายอยู่แล้ว”

เดชาวิ่งถลาเข้ามาภายในกระท่อมที่มีสองสาวโรมรันพันตูกันอยู่ด้วยความดุเดือด เดชาเข้าไปกระชากร่างของวิลันดาที่กระหน่ำฝ่ามือใส่บุปผาไม่ยั้ง ร่างบางกระเด็นออกไปพ้นทาง แล้วก็รีบเข้ามาดึงร่างอวบอัดให้ลุกขึ้น

“นี่มันอะไรกันน่ะบุปผา”

“จับอีนังบ้าให้ฉันหน่อย” บุปผาสั่งเดชา มือไม้ก็ปาดที่ริมฝีปาก เพื่อซับเช็ดเลือด

“จะทำอะไร”

“ฉันบอกให้จับก็จับสิ” บุปผาตวาดเสียงดังอีกรอบ

เดชาจับร่างบางที่ดิ้นรนต่อสู้สุดฤทธิ์เอาไว้ จนกระทั่งบุปผาเดินเข้ามาใกล้ กระชากผมดำนุ่มมือของวิลันดาแล้วใช้อีกมือหนึ่งตบซ้ายขวาอย่างบ้าเลือด จนเห็นของเหลวสีแดงสดไหลย้อนออกมาทางมุมปากของวิลันดา 

เพียะ! เสียงนี้ก็ดังไม่แพ้เสียงเมื่อสักครู่ก่อนที่เดชาจะมาด้วยซ้ำ ดูจะหนักกว่าที่วิลันดาตบบุปผาเสียอีกด้วย

“เป็นไง แกทำฉันเจ็บ แกก็ต้องเจ็บเหมือนกัน อีนังบ้า!” บุปผาสะใจเมื่อเห็นเลือดไหลจากปากเรียวไม่ขาดสาย

“พอแล้วบุปผา เธอจะบ้าเหรอ เดี๋ยวนายหัวก็เอาเรื่องหรอก” เดชาดึงร่างของวิลันดาเหวี่ยงมาหลบทางด้านหลังเพื่อให้พ้นจากมือของบุปผาที่กำลังจะฟาดลงมาอีกชุด

“อย่ามาแส่ไอ้เดชา” ดวงตาจับจ้องทั้งเดชาและวิลันดาอย่างเคียดแค้น

“ไม่แส่ไม่ได้ เธอทำเกินไปแล้วนะบุปผา ถ้านายรู้เข้า เธอนั่นแหละที่เดือดร้อน” เดชาพยายามเตือนสติบุปผาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธจัดเลยทำอะไรไม่ทันคิดหน้าคิดหลังไป

“ฉันไม่กลัว เอาอีบ้านั่นกลับมานี่” ร่างอวบพยายามเข้าหา ทั้งมือและเท้าใส่โครมเดชาไม่ยั้ง เพื่อให้ได้ไปถึงร่างของวิลันดาที่ยังยืนท้าทายอยู่ด้านหลัง คิดไม่ถึงว่าวิลันดาจะไม่มีท่าว่าจะเจ็บปวดจนหัวหดอย่างที่บุปผาคิดเอาไว้

“ไม่! ถ้าพูดไม่รู้เรื่องเธอก็กลับไปได้แล้ว”

เดชาไม่พูดเปล่า แต่ปล่อยร่างของวิลันดาแล้วเข้ามาคว้าข้อมือของบุปผา กระตุกครั้งหนึ่งพาเดินออกจากกระท่อมหลังน้อยนั้นไป

“ปล่อยนะ!ไอ้เดชา แกกล้ามาจับมือฉันเลยเหรอ ปล่อยสิ” เท้าเตะถีบเป็นพัลวัน นิ้วสวยสีสดยังชี้หน้าวิลันดา

“ไม่ปล่อย จนกว่าจะกลับไปถึงบ้านนายหัว”

เดชาและบุปผาเดินหายไปและพร้อมกับความเงียบ ได้ยินแต่เสียงลมและคลื่นที่มากระทบฝั่งเท่านั้น แดดเริ่มส่งความร้อนแรงจ้ามากขึ้น วิลันดาเหนียวตัวอยากอาบน้ำจะแย่ อยากเข้าห้องน้ำ ที่สำคัญหิวจนตาลายมองอะไรพร่ามัวไปหมด ในหัวปวดตุบๆ วิลันดามักจะปวดหัวทุกครั้งที่อดอาหารหรือทานอาหารไม่ตรงเวลา ได้แต่หวังว่าคนผู้นั้นจะเลิกบ้าแล้วหันหน้ามาพูดกันดีๆ ก่อนที่จะปล่อยให้เธออดข้าวจนตายไปเสียก่อน

อยู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บที่ข้างแก้มขึ้นมา “ผู้หญิงบ้า! ร้ายมาฉันก็ร้ายกลับ ไอ้พวกคนบ้า ทำไมต้องทำกับฉันอย่างนี้ด้วย” วิลันดาตะโกนเสียงดังเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ ที่มันแน่นคับอก ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครได้ มือบางยกขึ้นเกลี่ยเลือดที่มุมปากมาดูด้วยความเจ็บแค้น คิดว่าวันนี้คงไม่มีคนบ้ามาให้เธอต้องปวดหัวอีกหรอกนะ

...แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel