บทที่ 1 เกาะสีมุก (4)
“ฮึ เพื่อนรัก ไอ้คนเลวๆ อย่างพี่ชายเธอ ใครจะคบ”
“เอ๊ะ...” วิลันดาหยุดทันทีเมื่อเพลิงชี้หน้า ถลึงตาคมใส่ เชิงไม่ให้พูดอะไรที่เป็นคำหยาบกับเขา
ไม่ถึงสิบนาทีบุปผาวิ่งกลับมาพร้อมกับชายร่างสูง ผิวดูคล้ำกว่าเจ้าของเกาะเล็กน้อย ชายร่างใหญ่มองเลยมาทางหญิงสาวร่างบางแต่สวยราวนางฟ้าก็ไม่ปาน ก่อนจะละสายตามองเจ้านายหนุ่ม
“เดชา เอาผู้หญิงคนนี้ไปขังไว้ที่ท้ายเกาะ ไม่ต้องให้น้ำให้
ข้าว” คำสั่งเฉียบขาดทำให้บุปผายิ้มเยาะวิลันดา เดชาก็กำลังงงว่าอะไรเป็นอะไร
“หา! ขังฉันนี่นะ” วิลันดาเบิกตากว้าง ร้องถามไปเสียงหลง เพลิงไม่สนกับท่าทางของเธอ
“เดชา!” สั่งเสียงเข้มพร้อมทั้งพยักหน้ากับเดชาเมื่อฝ่ายนั้นขมวดคิ้วทำหน้าฉงน แต่ก็เข้าไปคว้าแขนวิลันดาไว้
“นี่มันอะไรกัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำอย่างนี้ ปล่อยสิ คุณมันบ้าไปแล้ว”
วิลันดาสะบัดตัวออกจากชายร่างสูงที่ชื่อว่าเดชา แต่ดูเหมือนเธอจะกลายเป็นมดตัวน้อยนิดที่บังอาจไปเทียบกำลังกับเจ้ายักษ์ตัวโต
“ไปสิไอ้เดชา ยืนทำบ้าอะไรอยู่เล่า ไม่ได้ยินที่นายหัวสั่งเหรอ” บุปผาร้องเตือนมาอีกเมื่อเดชายังไม่ยอมออกเดิน แถมยังปล่อยให้วิลันดาเอาแต่ร้องโวยวาย
“ทำบ้าอะไร!” วิลันดาหันมาตวาดเดชาเมื่อลำแขนล่ำโอบเอวบาง ทำทีเหมือนจะยกขึ้นลอย “ปล่อยนะ!” หญิงสาวหลุดจากแขนเดชาแล้ว เธอเดินเข้ามาหาเพลิง มองหน้าตาเขาตรงๆ อย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าทั้งนั้น “มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ”
“ไป!” เพลิงไม่สนใจวิลันดาอีกเลย
ร่างสูงใหญ่หันกลับเข้าบ้าน ปล่อยให้วิลันดายืนงง กระทืบเท้าเร้าๆ อย่างขัดใจ บุปผาเข้ามาผลักร่างของวิลันดาให้เข้าไปใกล้เดชา ชายร่างยักษ์เลยคว้าหมับที่แขนเธออีกครั้ง
“จับฉันทำไม ปล่อยสิไอ้บ้า”
วิลันดาถูกกระชากออกเดินเลยบ้านของนายหัวมาดดุมาทางด้านหลัง ตัดเขาลูกย่อมๆ ขึ้นไปเป็นเวลาเกือบสิบนาที ก่อนจะเดินลงสู่ตีนเนินในเวลาอีกหลายนาทีกว่าจะเจอชายหาดอีกด้านของเกาะ ดูร้างไร้ผู้คน มีเพียงกระท่อมหลังเล็กโดดเดี่ยวสภาพทรุดโทรมอยู่ชิดริมผาหินสูง
“โอ๊ย! นี่มันอะไรกัน จับฉันมาทำไม พวกคุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันเป็นน้องสาวของพี่ไกรศร เขากับนายหัวเพลิงเป็นเพื่อนรักกัน แล้วมาทำกับฉันอย่างนี้ทำไม” วิลันดาหันมาถามเดชาเสียงดัง
เดชาเลิกคิ้วและเข้าใจอะไรๆ ได้ทันที “นั่นมันเมื่อก่อนครับ ก่อนที่พี่ชายคุณจะหักหลังนายหัว”
เดชาตอบหน้าตาเฉย ท่าทางไม่เดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด
“พี่ชายฉันหักหลังนายหัวเหรอ? ไม่จริง เป็นไปไม่ได้” ใบหน้าเรียวส่ายไปมา
“ไม่เชื่อผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง” เดชาไม่สนและทำท่าจะผละจากกระท่อมเมื่อพาวิลันดาเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
“ไอ้เดชา นายหัวให้ล่ามนังนี่เอาไว้” บุปผาเดินตามเข้ามาในกระท่อม ยื่นโซ่เส้นยาวพร้อมด้วยแม่กุญแจให้หนุ่มร่างยักษ์วัยยี่สิบปลายๆ หน้าตาติดจะเป็นคนเฉยชา ตายด้าน คงจะเหมือนกันทั้งลูกน้องและเจ้านาย
เดชารับมาแล้วเอามาคล้องกับข้อเท้างามของวิลันดา แล้วเอาปลายอีกด้านไปคล้องไว้กับขาแคร่ไม้ขนาดเล็กที่มีเพียงตัวเดียวภายในกระท่อมหลังแคบแห่งนั้น วิลันดาไม่ทันได้ขัดขืนการกระทำอันรวดเร็วนั้น
“นี่มันบ้าอะไรกัน ฉันทำอะไร ทำไมต้องมากักขังกันอย่างนี้ด้วย ไปตามนายของเธอมาเลยนะ ฉันอยากคุยกับเขา หรือไม่ก็ปล่อยฉัน ฉันจะได้ไปคุยกับเขาเอง” วิลันดาหันไปพูดกับบุปผา รายนั้นก็เอาแต่ยิ้มเยาะเย้ยหยันมาเต็มที่
“เธอไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งนั้น หากเป็นคำสั่งของนายหัวเพลิงแล้ว ไม่มีใครกล้าปฏิเสธหรือฝ่าฝืน เตรียมตัวรับกรรมไว้ให้ดีเถอะ ฮ่าๆ” พูดจบบุปผาก็หัวเราะเสียงแหลมก้อง ก่อนจะเดินออกจากกระท่อมหลังน้อยทรุดโทรม ตามไปด้วยเดชาชายร่างยักษ์
“บ้าไปแล้ว คนในเกาะนี้ท่าจะบ้ากันหมดทุกคน แล้วนี่มันเรื่องอะไรที่ต้องเอาฉันมาขังไว้ที่นี่ ฉันไม่ใช่สัตว์นะ กลับมานะ มาปล่อยฉันก่อน กลับมา!”
วิลันดาตะเบ็งสุดเสียงแต่ก็ไม่มีเงาของใครสักคนที่จะกลับมาหาเธอเลย วิลันดากระชากโซ่เส้นเขื่อนสุดแรงแต่ก็ไร้ผล เลยหมายจะให้มันหลุดจากขาแคร่ไม้เสียเลยแต่ก็มีผลเหมือนเดิม วิลันดาทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ที่ส่งเสียงประท้วงน้ำหนักของเธอ หญิงสาวไม่ใช่คนอ้วน ติดจะผอมด้วยซ้ำแต่เพราะความที่แคร่ไม้อันนี้มันเก่าโทรมมากแล้ว เลยทำท่าว่าจะพังแหล่มิพังแหล่อยู่ตลอดเวลา
“พวกบ้า!” วิลันดาว่าอย่างขัดใจ
“สมน้ำหน้ามันนะ” บุปผาหันมาพูดกับเดชาที่เดินตามกันมาเงียบๆ
“อย่าไปยุ่งเรื่องของเขา”
“เรื่องมันก็เกี่ยวกับนายหัว แล้วก็ต้องเกี่ยวกับฉันหรือพวกเราทุกคนในเกาะอยู่แล้ว หรือแกจะเข้าข้างมัน” บุปผาหยุดเดินกะทันหันแล้วหมุนร่างกลับมาจ้องหน้าเดชาเขม็ง
“ไม่เข้าข้างใครทั้งนั้น แค่ทำตามที่นายสั่งทุกอย่าง” เดชาเดินผ่านบุปผาไป
“นี่” แขนล่ำถูกบุปผากระชากให้หยุดเดิน ก่อนที่เดชาจะถอนหายใจหนักหน่วง
“มีอะไรอีก ฉันจะไปทำงาน ไม่ได้อยู่เฉยๆ เหมือนเธอนี่”
“อย่ามาทำอารมณ์เสียใส่ฉันนะ แกสงสารมันใช่ไหม ทั้งๆ ที่พี่ชายมันทำให้ทั้งเกาะต้องปั่นป่วน ทำให้นายใหญ่กับนายแม่แทบกินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ”
“ถึงยังไงฉันก็เห็นนายดีกว่าคนอื่นเสมอ แค่อยากเตือนให้เธออยู่ห่างๆ ผู้หญิงคนนั้นไว้ อย่าแส่เรื่องเจ้านายให้มากนัก” เดชาเอ่ยเสียงเรียบแล้วเดินผ่านบุปผา คิดจะกลับไปทำงานของตัวเองที่ฟาร์มหอยมุกเพราะเพิ่งนึกได้ว่ามีเรื่องสำคัญต้องทำ
“ฮึ มันร้ายมา ฉันหรือจะอยู่เฉย ฉันไม่บื้อเหมือนแกนี่ไอ้เดชา” บุปผาเบ้หน้าไล่หลังร่างยักษ์ไปรู้สึกขัดใจที่เดชาไม่คล้อยตามเธอ
