บท
ตั้งค่า

อดีตของเพลง พิลาวรรณ พิลาสลักษณ์

ปลายสายนิ่งเงียบไปชั่วขณะทบทวนสิ่งที่ได้ยิน อีกทั้งรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงจอแจของผู้เข้าร่วมสอบคัดเลือกไปทำงานเกาหลี ความจริงเขาได้ยินชัดถ้อยชัดคำแต่อยากฟังให้แน่ใจจึงขอให้เพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเรียนห้องเดียวกันพูดอีกครั้ง

“ใครนะครับ พี่ช่วยย้ำอีกทีได้ไหม” แล้วพระเพลิงก็พูดชื่อหญิงสาวย้ำอีกครั้งจนปลายสายร้องขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

“พี่...น้องเพลงน่ะเหรอ”

“ทำไมนายเรียกเธออย่างสนิทสนมขนาดนั้นล่ะ”

“พี่ผมกับเธอเป็นญาติกัน คือน้องเพลง…” เขาไม่เล่าแต่เลือกที่จะถามเพราะเป็นห่วง

“มีอะไรเหรอครับ เกิดอะไรขึ้นกับเธออีก”

“ไม่มีอะไรมากหรอกพี่แค่อยากรู้ แต่นายหมายความว่ายังไงที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธออีก”

“พี่เพลิงชีวิตน้องเพลงน่าสงสารมาก”

“ยังไงเหรอท็อป”

“พี่จำ..ไม่สิพี่รู้ไหมว่าตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กเสี่ยเป็นผู้หญิงขายตัว ผมบอกน้องหลายครั้งแล้วให้แก้ต่างแต่เธอก็ทำเป็นเมินเฉยทั้งที่ในใจเจ็บปวด เธอพูดเสมอว่ามันไม่ใช่ความจริงไม่จำเป็นต้องแบกรับและแก้ตัว แต่ผมรู้ว่าเธอก็ไม่มีความสุขที่โดนกล่าวหาแบบนั้น เพราะแววตาเธอมันฟ้องสีหน้าเธอมันเศร้าทุกครั้งที่ได้ยินคนเดินผ่านแล้วซุบซิบ”

“พี่เคยได้ยินแต่ก็ไม่รู้ว่ามันเรื่องเป็นมายังไงและมีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน”

“ไม่จริงเลยพี่ แล้วสรุปว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับน้องเพลง พี่เจอเธอเหรอ”

“ใช่เธอมาสมัครงานกับพี่ตอนนี้เธอนั่งอยู่ในร้าน แต่พี่อยากรู้เรื่องเธอมากกว่านี้นายสะดวกคุยไหม”

“เอางี้พี่เพลิง ผมจะส่งอีเมลเรื่องราวของเธอให้พี่นะ พี่ยังใช้เมลเดิมอยู่หรือเปล่า”

“ใช้สิส่งมาได้เลยพี่จะเปิดอ่านหากนายสะดวกตอนไหนก็ส่งมาได้เลยนะ”

“ได้พี่เรื่องน้องเพลงมันค่อนข้างละเอียดอ่อนและยาวมากแต่ผมจะรวบรัดให้แล้วกัน ตอนนี้ผมใกล้จะเข้าห้องสอบแล้วไว้สอบเสร็จผมจะส่งเมลหาพี่นะ”

“ตกลง” หลังวางสายพระเพลิงมองโทรศัพท์อยู่ชั่วครู่ความรู้สึกอึดอัดและแน่นในอกมันเกิดขึ้นชั่วขณะก่อนหันไปมองเพลง หญิงสาวที่นั่งตาลอยมองออกไปด้านนอกบานกระจกของร้าน นึกสงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรกับเธอกันแน่และเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีความเป็นห่วงและเห็นใจมันเกิดขึ้นในส่วนลึกแม้จะยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดแค่เรื่องที่เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กเสี่ยและขายตัวก็ถือว่ารุนแรงแล้วสำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

พระเพลิงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเดินไปนั่งต่อหน้าเธอชวนเธอคุยสัพเพเหระเธอก็ดูปกติดี ชายหนุ่มคิดว่าเธอคงแกล้งยิ้มกลบเกลื่อนความเศร้าภายในใจ เรื่องที่เพื่อนสมัยเรียนพูดมันทำให้เขาอยากอ่านอีเมลของท็อปเร็ว ๆ ได้แต่ภาวนาว่าเวลานั้นจะมาถึง ในอีกไม่กี่นาทีแต่ยิ่งรอก็เหมือนเวลายิ่งเชื่องช้า

จากกรุงเทพมหานคร ไปอยุธยาใช้เวลาไม่นานเขาพาเธอไปแนะนำสมาชิกในเครือข่ายเพื่อฝากให้ทุกคนเอ็นดู ร่วมมือร่วมงานกับเธอให้เหมือนกับเลขาคุณก่อน

ขณะเดินทางกลับเขาพาเธอแวะกินมื้อค่ำข้างทางพอดีกับได้ยินเสียงเตือนว่ามีอีเมลเข้า ชายหนุ่มรีบดึงมือถือออกมาดูก็ปรากฏว่าเป็นอีเมลที่ส่งมาจากท็อป แล้วดันมันกลับเข้ากระเป๋ากางเกงเงยหน้าขึ้นยิ้มให้หญิงสาวแล้วรีบกินอาหารต่อ

หลังกินอิ่มท้องด้วยมื้อค่ำง่าย ๆ เขาพาเธอกลับทันทีและกว่าจะถึงที่ทำงานก็สองทุ่มครึ่ง ทั้งสองเดินเข้าลิฟต์เมื่อมันเปิดออกแล้วชายหนุ่มก็ดึงโทรศัพท์ในกระเป๋ามาเปิดอีเมลอ่าน

เนื้อหาในอีเมลฉบับนั้นทำให้พระเพลิงได้รู้ว่าเดิมทีหญิงสาวที่อยู่ในลิฟต์กับตนเคยมีฐานะร่ำรวย แต่เพราะว่าพ่อที่เป็นเสาหลักของบ้านมาด่วนจากไปเสียก่อนตอนเธอเรียนอยู่ปีสองเทอมแรกด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันแค่ปีเดียวธุรกิจก็ซบเซาลงอย่างไม่เป็นท่า ตอนนั้นเพราะแม่ที่เศร้าโศกครองสติไว้ไม่อยู่เป็นแสงนำทางให้ลูกและสานต่อธุรกิจเอาไว้ไม่ได้ไม่นานนักก็ตรอมใจตายตามสามี

‘เพราะแบบนี้เองหรอกเหรอตอนนั้นที่ถามหาพ่อแม่เธอถึง...’ ชายหนุ่มสลัดความคิดนั้นทิ้งก่อนแล้วตั้งใจอ่านต่อ

พี่ชายที่เพิ่งจบใหม่ยังไม่มีประสบการณ์พยายามพยุงธุรกิจของผู้เป็นพ่อไว้ได้ไม่นานนักทุกอย่างก็เริ่มติดขัดหนักกว่าเดิม และเพราะไม่มีประสบการณ์เขาเอาชนะใจทีมเก่าแก่ของพ่อไม่ได้จึงไร้การร่วมมือที่ดีแต่ก็พอถูไถผ่านพ้นไปได้แต่ละเดือนในสภาวะง่อนแง่นและสั่นคลอน

วันหนึ่งพี่ชายของเธอได้แต่งงานจัดพิธีใหญ่โตตามคำขอของทางเจ้าสาวทั้งที่สภาพคล่องย่ำแย่ ไม่นานก็มีลูกด้วยกันสองคนแบบหัวปีท้ายปีโดยที่เพลงยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น ซึ่งเป็นบ้านที่พ่อแม่ร่วมกันสร้างและขวนขวายมา ทว่าหลังงานแต่งการเบิกจ่ายใช้สอยในครัวเรือนมันมากจนเกินเหตุ พอผู้หญิงคนนั้นท้องเงินที่ถูกเบิกออกก็เพิ่มมากขึ้นจนคลอดลูกสาวสองคน พี่สะใภ้มักอ้างว่ารายจ่ายเกิดจากเด็กทั้งสองมีมากเกินไปทำให้ระบบเสียจนบริษัทเริ่มเป็นหนี้หนักในตอนที่เพลงอยู่ปีสี่

พอสภาวะทางการเงินของบริษัทมีปัญหามักตรวจสอบที่ไปที่มาของเงินไม่ได้ ผู้ใหญ่จึงเล็งเห็นว่าขืนอยู่ต่อคงมีแต่ขาดทุนจึงพากันทยอยถอนหุ้นหมด พี่ชายเพลงเครียดหนักจนวันหนึ่งเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีก กลางดึกเขาเส้นเลือดในสมองแตกและจากไปอีกคน

เมื่อธุรกิจไม่มีคนดูแล และแล้วมันก็ล้มละลายอย่างสมบูรณ์ พี่สะใภ้ยึดบ้านจากนั้นก็ไล่เพลงออกแต่ไม่ยอมใช้หนี้ที่ตนกับสามีร่วมกันสร้าง บังคับให้เพลงที่มีอำนาจในมรดกขายทรัพย์สินเอาเงินไปใช้หนี้ อ้างว่าต้องช่วยหลานตนมีภาระแต่เพลงไม่มีคงเอาตัวรอดได้

รถยนต์ส่วนตัวของเพลงก็ถูกรบเร้าให้ขายเอาเงินให้เธอ อ้างว่าเอาไว้เป็นค่าเลี้ยงดูหลาน ๆ บ้านหลังใหญ่ก็บังคับให้โอนเป็นของตนเพื่อค้ำประกันชีวิตสุขสบายของหลานสาวเพราะทั้งสองไม่มีพ่อแล้วจะได้ไม่อยู่อย่างลำบากจนเกินไป

พอได้สมใจก็ไล่เธอออกเหมือนหมูเหมือนหมา อ้างแต่ว่าตนมีลูกของพี่ชายซึ่งเป็นหลานแท้ ๆ ของเพลง บังคับขู่เข็ญให้ทิ้งบ้านหลังนั้นไว้ให้เธอกับลูกอยู่ตามลำพัง ไล่เพลงออกไปโดยไม่สนใจว่าเพลงจะอยู่ยังไง บอกอย่างหน้าด้าน ๆ ว่าบ้านหลังนั้นเป็นของตนเพลงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือเอาคืน

‘อะไรกันทำไมถึงได้น่าเกลียดแบบนี้’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel