ทันทีที่เริ่มงาน
“พี่อรอุษาคะรอเดี๋ยวก่อน” พิลาวรรณซอยเท้าตามหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปติด ๆ ทำเธอหันกลับมาตามเสียงเรียกพลางเลิกคิ้วก่อนเอ่ยถาม
“เอ๋ มีอะไรคะ น้องเพลงจะเปลี่ยนใจเหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะ หนูแค่มีเรื่องอยากจะถาม”
“จ้ะ ถามมาได้เลย”
“คือ” พิลาวรรณหันซ้ายแลขวาก่อนขยับเข้าใกล้ร่างอวบของอรอุษาแล้วกระซิบเสียงแผ่ว
“คุณเพลิงเขามีแฟนหรือยังคะ” อรอุษาได้ยินก็ตะลึงค้างหันมองใบหน้าพริ้มเพราของสาวรุ่นน้องอย่างเชื่องช้าก่อนจะยิ้มออกมา
“หล่อใช่ไหมล่ะ” อรอุษาหัวเราะคิกทำหน้าทะเล้นมอง
“มะ มันไม่ใช่แบบที่พี่คิดนะคะ อาจดูเสียมารยาทแต่หนูจำเป็นต้องถามเพราะว่า...” ท่าทีเลิ่กลั่กของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นลังเล แววตาแฝงไว้ด้วยความกลัวจากเรื่องในอดีต หวาดระแวงกับอนาคตที่ยังไม่เกิดและลำบากใจหากจะเล่า อรอุษาเห็นก็รู้ว่าคงเคยมีปัญหาแต่ไม่อยากถามมากความเลยรีบบอก เพราะกลัวน้องใหม่ไม่สบายใจ
“ไม่มีหรอก ตั้งแต่พี่รู้จักคุณเพลิงมายังไม่เห็นเขาพาผู้หญิงมาที่นี่หรือมีผู้หญิงจากข้างนอกเข้ามาในฐานะอะไรก็ตามที่เรียกว่าแฟนหรือคนที่กำลังศึกษาดูใจเลยสักครั้ง” หัวหน้าฝ่ายบุคคลบอกด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง
“พี่อรอุษามั่นใจเหรอคะ”
“มั่นใจสิ นี่น้องเพลงเรื่องนี้สบายใจได้ ถ้าน้องกลัวว่าการเป็นเลขาของเจ้านายหนุ่มรูปหล่ออาจจะมีผู้หญิงมาตบตีแย่งชิงหึงหวงแล้วล่ะก็ เลิกคิดเรื่องนั้นไปได้เลยคุณเพลิงไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น แต่ว่าลูกค้าสาว ๆ หรือคู่ค้าข้างนอกนั้นพี่ไม่รู้ อันนี้น้องก็คงต้องแก้ปัญหาเองแต่สำหรับที่นี่พี่รับประกันได้ อ้ออีกอย่างเรียกพี่สั้น ๆ ว่าอรก็ได้ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่อร แล้วหนูต้องเพิ่มเอกสารอะไรให้พี่หรือเปล่า”
“เพิ่มค่ะ แต่ว่าวันหน้าก็ได้พี่อยากได้บุ๊คแบงค์น่ะ พรุ่งนี้ถ้าน้องเพลงไม่ลืมก็เอามาให้พี่ด้วยก็แล้วกันส่วนอย่างอื่นคงไม่มีละ อ่อจริงสิน้องเพลงทำประกันสังคมของโรงพยาบาลไหน” หัวหน้าฝ่ายบุคคลถามก่อนจะได้รับคำตอบที่แน่ชัด เธอต้องการรายละเอียดทั้งหมดเพื่อการยื่นต่อประกันสังคมหรืออาจทำเรื่องย้ายโรงพยาบาลที่บริษัทใช้ประจำ จากนั้นทั้งคู่จึงแยกย้ายกัน
ก๊อกๆๆ
พิลาวรรณไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายอนุญาตเธอเปิดเข้าห้องทำงานที่มีพระเพลิงนั่งรออยู่ด้านในแล้วหันมาปิดประตูก่อนเดินตรงไปยังโต๊ะเจ้านายหนุ่มรูปงามนามร้อนแรงแล้วถามว่าตนเองต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวันชายหนุ่มจึงผายมือเชื้อเชิญให้เธอนั่งลงตรงหน้า
“เหมือนเลขาทั่วไปชงกาแฟให้ผมกาแฟดำนะแล้วก็ติดตามผมไปทุกที่ที่ผมไปคอยเช็กเรื่องเอกสารอย่างละเอียดว่าแต่ละวันผมต้องเซ็นอะไรบ้าง”
พระเพลิงหยิบแฟ้มเอกสารที่อยู่ข้างโต๊ะมายื่นให้หญิงสาวแล้วอธิบายอย่างละเอียดว่าหน้าที่ของเธอที่ต้องทำแทนคนเก่ามีอะไรบ้าง เขาเอาเอกสารสำคัญให้เธอไปศึกษาเรียนรู้และสานต่อพร้อมทั้งสอนงานบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงในบริษัทของเขา โดยส่วนใหญ่แล้วก็เป็นการค้าการส่งออกสินค้าที่ผลิตจากมือเป็นงานหัตถกรรมเช่นสินค้าโอทอป และผ้าไหมไทย รวมถึงสินค้าชนิดอื่นที่มีผู้เข้าร่วมโครงการของเขา เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเที่ยงพระเพลิงจึงแกล้งถามขึ้น
“คุณเพลงมีนัดกับใครหรือเปล่าครับ”
“คะ!?”
“ผมหมายถึงมื้อเที่ยง”
“เอ่อ ไม่มีค่ะ”
“งั้นเราไปกันเถอะผมหิวแล้ว”
“เอ๋”
“ไม่เอ๋ครับ การกินข้าวกับผมก็เป็นหน้าที่ของคุณด้วย”
“หา”
“ไปกันเถอะ จริงสิหยิบเอกสารชุดนั้นมาด้วยครับ หลังมื้อเที่ยงเราจะเดินทางข้ามจังหวัดกันเลย”
“เราจะไปไหนกันคะ”
“อยุธยา ครับ” ร่างบางรีบตอบรับเจ้านายหยิบเอาเอกสารฉบับที่เขาชี้บอกพร้อมกับกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กสำหรับใส่มือถือและเงินของเธอเดินตามหลังร่างสูงไป
“คุณขับรถเป็นหรือเปล่า”
“เป็นค่ะ”
“มีใบขับขี่ไหม”
“มีค่ะ แต่เพลงไม่มีรถยนต์นะคะ”
“อ้าว แล้วมาทำงานยังไงครับ”
“ที่พักเพลงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนักก็เลยนั่งวินมอเตอร์ไซค์มาค่ะ”
“แปลกจังมีใบขับขี่ไม่มีรถ” หญิงสาวนิ่งเงียบเมื่อชายหนุ่มพูดสะกิดแอบถอนหายใจอย่างอึดอัด หลังจากพ่อแม่และพี่ชายจากไปทรัพย์สินหลายอย่างถูกขายใช้หนี้ เหลือเพียงคอนโดเท่านั้นที่เธอเก็บไว้อยู่อาศัยเพราะคนให้ขายไม่รู้ว่าเธอมี
“แถวนี้มีแต่คอนโดหรู ๆ ทั้งนั้นนะครับ คุณเช่าอยู่เหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะ เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณพ่อกับคุณแม่ทิ้งไว้ให้”
“เอ๋ หมายความว่ายังไงครับ” พิลาวรรณเงียบไม่กล้าเล่าอะไรมา จนชายหนุ่มต้องขอโทษและเริ่มสงสัยในชีวิตความเป็นอยู่ของเธอรวมถึงอดีตที่มักถูกคนอื่นพูดถึงในแง่ร้ายเรื่องการขายตัวหรือเป็นเด็กเลี้ยงของเสี่ยใหญ่
คราวนี้เมื่อได้เจอกันอีกครั้งพระเพลิงไม่อยากพลาดโอกาส หรือแม้กระทั่งตัดสินใจผิดพลาดก่อนคิดจะเดินหน้าจีบเพราะตนมีใจแอบชอบเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาไม่อยากเสียเธอไปโดยที่ไม่รู้เรื่องราวให้แน่ชัดจนตัดสินเธอตามขี้ปากคน และหากรู้ความจริงแล้วมันเป็นอย่างที่คนอื่นล่ำลือก็คงต้องถามตัวเองว่าจะรับอดีตของเธอได้หรือเปล่า คิดเช่นนั้นพระเพลิงจึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
“คุณเพลงครับคุณเข้าไปก่อนนะ เดี๋ยวผมโทรหาเพื่อนสักครู่คุณสั่งอาหารรอได้เลย อ่อ อยากกินอะไรสั่งได้ตามสบายนะครับไม่ต้องเกรงใจ” พระเพลิงบอกเมื่อมาถึงร้านสุกี้แล้วหญิงสาวก็เดินเข้าไปด้านในหลังรับคำและกล่าวขอบคุณ
ชายหนุ่มดูให้แน่ใจว่าเธอเดินไปยังจุดที่เขาชี้บอกหรือเปล่าจากนั้นจึงล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงกดเบอร์โทรเพื่อนรุ่นน้องที่ติดต่อกันตั้งแต่สมัยเรียน ทว่าสิ่งที่เขากำลังจะได้ยินนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดเพราะมองข้ามไปก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่รู้จักดีหลังจากกลับไปเรียนกับเลขาคนใหม่ของตัวเอง
“ฮัลโหลพี่เพลิงไม่ได้คุยกันนานเลยนะ เป็นยังไงบ้างสบายดีหรือเปล่าครับพี่ หายไปตั้งหลายปีผมเกือบเปลี่ยนเบอร์แล้วนะ”
ปลายสายร้องทักขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจเมื่อเบอร์ที่โชว์หน้าจอเป็นเบอร์ของพระเพลิงเพื่อนร่วมห้องที่อายุมากกว่าและได้มีโอกาสสนิทสนมกันหลังจากเขากลับเข้าไปเรียน พระเพลิงเป็นคนฉลาดและช่วยติวหนังสือให้เขาอยู่บ่อย ๆ จนเกิดความสนิทสนมไว้ใจกันทั้งนับถือกันเป็นพี่น้องแต่ว่าพระเพลิงเองก็ไม่เคยปริปากพูดถึงความรู้สึกของตนที่มีต่อรุ่นน้องอย่าง เพลง พิลาวรรณ พิลาสลักษณ์ ให้เพื่อนร่วมห้องอย่างท็อปฟังเลยสักครั้ง
“ขอโทษทีพี่ยุ่งเรื่องงานที่บ้านน่ะ ว่าแต่นายเถอะเป็นยังไงสบายดีบ้างไหม”
“ผมสบายดีพี่ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงรอสอบเพื่อไปทำงานที่เกาหลีครับ”
“ดีจังเลยขอให้นายสอบผ่านและได้ไปทำงานที่นั่นนะ”
“ขอบคุณครับพี่”
“ท็อปพี่มีเรื่องจะรบกวนเวลานายสักหน่อย”
“อะไรเหรอครับพี่พูดมาเลยถ้าผมช่วยได้ผมจะช่วย”
“นายจำรุ่นน้องที่ชื่อ พิลาวรรณ พิลาสลักษณ์ ได้ไหม”
