คนสัมภาษณ์ช่างผิดคาด
ปัจจัยการลาออกของเลขาคนก่อนที่ได้ยินทำให้พิลาวรรณรู้สึกโล่งอกไปเปลาะหนึ่งสูดหายใจเข้าลึกก่อนปล่อยออกอย่างผ่อนคลายในขณะร่างอวบที่ยืนด้านหน้าอธิบายต่อ
“ตอนแรกคุณเพลิงก็ไม่อยากให้ออกหรอกแต่เพราะเธอเป็นมะเร็งระยะที่สองตอนแรกคุณเพลิงไม่รู้เลยพยายามรั้งไว้ทั้งเสนอเงินเดือนเพิ่มแต่เธอล้มฟุบลงต่อหน้าเจ้านายและคู่ค้าจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลกะทันหัน อีกอย่างเธอต้องกลับไปดูแลพ่อแม่ด้วย”
“อ๋อ น่าเห็นใจนะคะ”
“อืม ว่าแต่น้องเพลงเถอะถ้าบอสรับเข้าทำงาน น้องเพลงสะดวกเริ่มงานทันทีเลยไหมคะ อันนี้พี่ถามไว้นะ”
“สะดวกค่ะ เพลงทำได้อยู่แล้ว” อรอุษาได้ฟังหญิงสาวตรงหน้าพูดออกมาอย่างกระตือรือร้นแบบนั้นก็ยิ้มออกก่อนเอ่ยขึ้น
“ดีจ้ะไปกันเถอะ” สองคนเดินตามกันไปติด ๆ ไม่นานนักก็ถึงประตูห้องทำงานเจ้านาย
พิลาวรรณตื่นเต้นปนประหม่าไม่น้อยเมื่อต้องเข้าสัมภาษณ์งานโดยเจ้านายคนใหม่จะสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง หญิงสาวได้แต่หวังว่าภรรยาของลุงคนนี้หรือเจ้านายใหม่ของตนจะไม่งี่เง่าเหมือนกับภรรยาของเจ้านายคนก่อน ที่คอยตามหึงตามหวงสามีอย่างหน้ามืดตามัวไม่ให้เกียรติเธอต่อหน้าลูกค้า กล่าวหาสารพัดจนเกิดการซุบซิบนินทาในที่ทำงาน ก่อให้เกิดความอับอายจนไม่สามารถร่วมงานกับคนอื่นได้ทั้งที่สามีของเธอนั้นไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีกับเธอเลยสักครั้ง
ก๊อกๆๆ
เสียงอรอุษาเคาะประตูเพื่อขออนุญาตเข้าด้านในทำลายสิ้นซึ่งภวังค์ความคิดของเธอ พิลาวรรณกะพริบตาถี่ยังไม่หายประหม่าความหวาดระแวงจากเรื่องเก่าคืบคลานเข้าครอบงำจิตใจ
“เชิญครับ” เสียงตอบรับดังขึ้นตามด้วยเสียงเปิดประตูจากร่างอวบที่ยืนอยู่ด้านหน้าก่อนจะก้าวเข้าด้านใน
อรอุษาหันมาพยักหน้าส่งสัญญาณให้หุ่นอรชรในชุดที่ดูทะมัดทะแมงเดินตาม เธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานชายที่อยู่เบื้องหน้าวางเอกสารลงแล้วเบี่ยงตัวออกไปยืนด้านข้างโต๊ะ ผายมือเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งลงด้านหน้าเจ้านายตัวเอง พิลาวรรณมองชายเบื้องหน้าอย่างสับสนแล้วหันไปมองอรอุษาอีกครั้งก่อนจะขยับเก้าอี้แล้วนั่งลง
‘ตายจริงเขายังหนุ่มอยู่เลย ว้าย...แล้วฉันหน้าแดงหรือเปล่า แฟนเขาจะตามจิกหัวฉันไหม ฉันจะรับงานนี้ดีไหมเนี่ย’
“น้องเพลงคะนี่คือคุณเพลิง หรือที่รู้จักในวงการธุรกิจคือ คุณพระเพลิง อัคนีโชติ CEO เดอลาเบล กรุป ของเราค่ะ”
ริมฝีปากอวบย้วยเผยอค้างผนวกกับสายตาคู่กลมที่ถูกกรีดอายไลเนอร์อย่างพอเหมาะมองเขาไม่กะพริบ สองใบหูก็ฟังการแนะนำถึงชายที่อยู่เบื้องหน้าของอรอุษาราวกับว่ากำลังตกอยู่ในภวังค์ ความดีใจปะปนกับความกลัวมันเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน กลัวว่าแฟนของเขาจะตามจิกตนจนทำงานไม่เป็นสุข ดีใจที่ตนเองกำลังจะได้งานทว่าความกลัวนั้นมันมีมากกว่าจนเธอลังเล
“เอ่อสวัสดีค่ะบอส” เธอกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้อย่างนอบน้อมทั้งในใจยังคิดว่า
‘เอาวะถ้าได้งานก็รับไว้ก่อนถ้าเขามีแฟนมาตามจิกกัดค่อยหางานใหม่ก็ได้’
“สวัสดีครับ ชื่อเล่นคุณชื่อเพลงเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“ชื่อเพราะดีนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรู้สึกว่าหน้าตนร้อนผ่าวและคงแดงถึงใบหูขึ้นมาทันทีหลังถูกผู้ชายด้านหน้าเอ่ยชมทั้งยังเกรงว่าเขาจะสังเกตเห็น ชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอประหม่านิ้วมือเรียวกำแน่นไว้บนหน้าตักถึงแม้แอร์จะเย็นจนเกือบหนาวเข้ากระดูกยังรู้สึกว่าฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“ถ้างั้นผมขอถือวิสาสะเรียกชื่อเล่นคุณก็แล้วกันนะครับ”
“เอ่อ ได้ค่ะ” เมื่อหญิงสาวตอบตกลงเจ้านายหนุ่มก็หันไปหาหัวหน้าฝ่ายบุคคล
“คุณอรนั่งรอสักครู่นะครับผมขอสัมภาษณ์ไม่นาน” อรอุษาพยักหน้าหันรีหันขวางมองหาที่นั่งก่อนจะเดินไปยังมุมหนึ่งที่มีเก้าอี้และโต๊ะทำงานของเลขาคนก่อนตั้งอยู่
“ผมคงไม่อ้อมค้อมเพราะตำแหน่งเลขาของผมว่างมาสองเดือนเต็มแล้ว คุณเพลงพร้อมจะเริ่มงานวันนี้เลยไหมครับ”
“เอ่อคือ พร้อมค่ะ”
“ดูไม่มั่นใจเลยนะครับ คุณติดธุระอะไรหรือเปล่าหรือว่ายังเคลียร์อะไรยังไม่เสร็จหรือเปล่าบอกได้นะครับ ผมให้เวลาได้ขอแค่คุณมาทำงานกับผม” พระเพลิงไม่รีรอที่จะพูดดักแม้จะเผื่อใจ
“ไม่ใช่ค่ะ แต่เพลงแค่สงสัยที่ต้องเริ่มงานทันทีมันแปลก”
“ไม่แปลกหรอกครับก็เป็นอย่างนี้กันทุกที่แหละ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับผู้มาสมัครด้วยถ้าทำงานทันทีเราก็คิดเงินค่าแรงให้ทันที รอจ่ายตอนสิ้นเดือนคุณจะตกลงหรือเปล่า”
“ตกลงค่ะ”
“วันนี้ต้องเดินทางไปดูงานกับผมคุณมีใครรออยู่ที่บ้านไหม”
“ไม่มีค่ะ”
“คุณพ่อคุณแม่ล่ะ”
“ไม่มีค่ะ” พระเพลิงมองเธอนิ่งไปชั่วครู่ก่อนพูดต่อ
“เช่นนั้นตอนบ่ายสามเราจะออกไปอีกสาขาซึ่งต้องข้ามจังหวัดอาจจะกลับดึกหน่อยนะครับคุณไม่มีปัญหาใช่ไหม”
“ไม่มีค่ะ”
“แฟนคุณจะว่าหรือเปล่าถ้ากลับดึก”
“ไม่มีค่ะ”
“ไม่มีแฟนหรือแฟนไม่ว่าครับ”
“ไม่มีแฟนค่ะ”
“ผมขอโทษที่เสียมารยาทถามเรื่องนั้นนะครับ งานผมกลับบ้านไม่ตรงเวลาไม่อยากให้มีปัญหากับการดำเนินงาน”
“ไม่เป็นไรค่ะ เพลงเข้าใจ” พิลาวรรณ ยิ้มอ่อน
“โอเคถ้างั้นคุณเริ่มงานได้เลยโต๊ะทำงานคุณอยู่ตรงนั้น”
พิลาวรรณหันมองตามทางที่พระเพลิงชี้ ตรงมุมห้องอรอุษากำลังนั่งยิ้มอ่อนให้อยู่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกใจสั่น ที่ทำงานครั้งก่อนเธอนั่งหน้าห้องคราวนี้ต้องนั่งร่วมห้องกับเจ้านายมิหนำซ้ำเขาทั้งหล่อและยังหนุ่มอีกด้วย คิดอย่างนั้นได้หญิงสาวก็หวั่นใจกลัวแฟนสาวของเจ้านายจะมาราวีตน
“ค่ะ ขอบพระคุณที่ให้โอกาสเพลงค่ะ”
“คุณอรคุณช่วยบรรจุชื่อเธอเข้าเป็นพนักงานประจำเลยนะครับไม่ต้องทดลองงาน”
“เอ๋” อรอุษาร้องออกมาอย่างแปลกใจ
“ไม่เอ๋ครับทำตามที่ผมสั่งก็พอ”
“ได้ค่ะคุณเพลิง” อรอุษาเดินมาหยิบเอกสารจากโต๊ะเขาแล้วเดินออกห้องไป
“เอ่อ คือเพลงขอเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
“ได้ครับ เชิญ” พระเพลิงกล่าวพยักหน้าผายมือ เมื่อสองสาวพ้นประตูไปชายหนุ่มที่นั่งมองตามก็หันหน้าออกไปมองทิวทัศน์ด้านนอก ตาคมหรี่เมื่อแสงยามเช้าช่างสว่างจ้าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นทั้งจากบรรยากาศภายนอกและไฟแห่งความรู้สึกในหัวใจ รอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาก่อนริมฝีปากล่างหนานุ่มแดงระเรื่อจะเผยอมยิ้มเอ่ยคำพร่ำเพ้อรำพันอยู่เพียงลำพัง
“เป็นเธอจริง ๆ ด้วยดูสวยขึ้นเป็นกอง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เจออีกครั้ง อยู่ในชุดทำงานแล้วเซ็กซี่กว่าชุดนักศึกษาอีก”
