#####บทที่ 8
เท้าเรียวสวยภายใต้ส้นเข็มแหลมปรี๊ดก้าวขาเข้ามาในภัตตาคารสุดหรูหราตามนัดหมายของไตรฉัตรก่อนเวลาสิบนาที
วันนี้เธอแต่งตัวสวยเป็นพิเศษตามที่เขาร้องขอ อวดโฉมเรือนร่างเรียวบางตามแบบฉบับดารานักแสดง แต่อวบอูมในส่วนที่ควรเป็น เปิดสะโพกผายรั้นรับกับเอวคอดกิ่วด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงสด ความยาวเลยหัวเข่าแต่ผ่าข้างขึ้นมาจนเห็นเนินขาอ่อนรำไร ด้านบนเปิดกว้างกว้านลึกตามร่องเนื้ออิ่มอัด ห้อยสร้อยคอเล็ก ๆ ประดับจี้รูปดาว พร้อมเครื่องประดับน้อยชิ้น
เธอปล่อยผมตรงยาวสลวยถึงกลางหลัง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางในลุคคมเฉี่ยวคล้ายสาวลูกครึ่งฝรั่ง เรียกได้ว่า ฟินิชลุควันนี้ โคตรสวย!
"เชิญทางนี้ค่ะคุณพลอยปภัส" พนักงานสาวเดินออกมาต้อนรับและนำพลอยปภัสเข้าไปด้านใน "คุณไตรฉัตรจัดการทุกอย่างและสั่งอาหารไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ"
เธอพยักหน้าเล็กน้อยเป็นอันว่ารับรู้ ก่อนพนักงานสาวจะเดินออกไป
พลอยปภัสถอดแว่นตาดำที่สวมใส่อยู่เก็บเข้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู กวาดสายตามองบรรยากาศรอบ ๆ แล้วเผลอยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ร้านอาหารแห่งนี้โด่งดังและกำลังมีกระแสนิยมมากที่สุดจึงทำให้ต้องมีการจองล่วงหน้านานร่วมเดือน แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเขาไปทำเอาอีท่าไหนถึงสามารถได้ห้องวีไอพี ห้องวิวดี ที่มองไปก็เห็นทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาและแสงสีไฟสว่างจ้าจากเมืองหลวงมาได้
"หึ" พลอยปภัสเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เดินสำรวจดูทั่ว ๆ ห้อง ทว่าจังหวะที่กำลังจะหมุนตัวเดินกลับมานั่งประจำยังโต๊ะอาหาร
"ดอกไม้สวย ๆ สำหรับคนสวย ๆ ครับ" ไตรฉัตรยื่นช่อดอกคาร์เนชั่นช่อโตมอบแก่หญิงสาวด้านหน้า พร้อมรอยยิ้มที่สามารถทำให้คนหลงวูบเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
"ขอบคุณค่ะ" พลอยปภัสรับมา "สีหวานมากเลยนะคะ" เธอเอ่ยชมไม่ขาดปาก สายตาที่มองดอกคาร์เนชั่นช่อโตเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มใจ
เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่มีใครเคยทำให้เธอขนาดนี้มาก่อน ความรัก ความหลงใหลจึงถูกก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สะดุดเข้าหลุมพรางเขาเต็มเป้า
"น้องพลอยรู้ไหมคะว่าดอกคาร์เนชั่นมีความหมายว่ายังไง" ชายหนุ่มถามพลางก็เลื่อนเก้าอี้ให้ร่างบางนั่ง แววตาคู่นั้นยังคงจับจ้องใบหน้างดงามไม่เลิก คล้ายจะกลืนกินเธอเข้าท้องเต็มแก่
พลอยปภัสตอบด้วยการส่ายหน้า ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องจดจำหรือรู้ความหมายของดอกไม้พวกนั้น เพราะสองสามวันเดี๋ยวก็เหี่ยวเฉา สีสันที่เคยสวยงามก็กลายเป็นสีน้ำตาลไม่น่ามอง
"ดอกคาร์เนชั่นเป็นสัญลักษณ์ของดอกไม้ที่ยืนหยัดเพื่อความรักและความหลงใหลค่ะ สีแดงหมายถึงความรักที่ชื่นชม ชื่นชอบ ให้ด้วยความเสน่ห์หา" เลื่อนมือไปจับ ๆ ที่ดอกคาร์เนชั่นสีแดง ตวัดสายตาเหลือบมองพลอยปภัสแล้วส่งยิ้มทำลายหัวใจส่งให้เธอ "ส่วนสีชมพูหมายถึงความรักที่กำลังผลิบาน เหมือนความรักของเราสองคนไงคะ"
ตาย ช็อตนี้พลอยปภัสตายอย่างเขียด
ใบหน้าสวยเห่อร้อน พวงแก้มแดงก่ำคล้ายผลตำลึงสุก ดวงตาสั่นระริกหลุบไหวเพราะไม่อาจต้านทานเสน่ห์ที่กำลังดึงดูดเธอจากตัวเขาได้
"โห อาหารน่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ" เลือกที่จะแก้อาการขัดเขินของตนเองด้วยการเปลี่ยนเรื่อง หันมาสนใจมื้อสุดหรูหราหมาเห่าที่กำลังวางอยู่บนโต๊ะอาหารแทน
"ของโปรดน้องพลอยทั้งนั้นเลยนะครับ"
ไม่เคยมีใครจำได้ ไม่สิ! ไม่เคยมีใครสนใจผู้หญิงงี่เง่าน่ารำคาญแบบเธอแม้กระทั่งป๊า บิดาผู้ให้กำเนิด อย่าถามถึงเลยว่าเธอชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร จำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ว่าลูกสาวนอกคอกคนนี้เกิดวันไหน
แต่ไตรฉัตรกลับใส่ใจทุกรายละเอียดของเธอ...
"ขอบคุณค่ะ"
ทั้งสองคนรับประทานมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยบ้างประปราย
"ที่นี่วิวดีจังเลยนะคะ" ถามพลางก็เดินไปยืนกอดอกอยู่ริมระเบียงที่สามารถทอดเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างชัดเจน
"ครับ" ชายหนุ่มเดินตามหลังมาพร้อมกับไวน์องุ่น สองแก้ว "วิวสวยมาก"
พลอยปภัสไม่รู้เขากำลังพูดถึงอะไรกันแน่ เพราะสายตานั้นไม่ได้มองวิวด้านนอกเลยแต่มันกลับจับจ้องอยู่บนใบหน้าเธอต่างหาก
"ไวน์องุ่นจากฝรั่งเศสครับ"
"พี่ไตรจะมอมเหล้าพลอยหรือเปล่าคะเนี่ย" พลอยปภัสแหงนหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แต่ก็ยกขึ้นจิบเบา ๆ
"แล้วถ้าเกิดพี่มอมเหล้าน้องพลอยจริง ๆ ล่ะ" หลุบตามองต่ำ แล้วเลื่อนหน้าเข้าไปข้างใบหูเล็ก "น้องพลอยจะยอมให้พี่มอมไหมคะ"
น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าชวนให้คนฟังขนลุกซาบซ่าน เธอเริ่มหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง รู้สึกว่าก้อนเนื้อดวงน้อยกำลังเต้นผิดจังหวะคล้ายกับตอนเข้าฟิตเนสวิ่งบนลู่วิ่ง
"พี่ไตร..."
เราใกล้ชิดกันจนมันค่อนข้างอันตรายต่อหัวใจ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดหัวไหล่มนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปหมด ก่อนฝ่ามือหนาจะยกขึ้นมาประคองสะโพกผายพร้อมใบหน้าที่เลื่อนมาจรดกันพอดี
"น้องพลอยสวยมากเลยนะคะ" สายตาคู่นั้นกำลังทำให้เธอหลงใหลและยินยอมพร้อมใจไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตามนับต่อจากนี้
บรรยากาศใต้แสงเทียนที่มีเพียงชายหญิงซึ่งในใจเต็มไปด้วยต้นรักเล็ก ๆ กำลังถูกก่อตัวขึ้นอยู่กันตามลำพังในอริยบถที่ค่อนข้างล่อแหลมต่อการหวั่นไหว ชักนำพาความรู้สึกให้ลุ่มหลงไปกับคำหวานที่ถูกพ่นออกมาจากปากผู้ชายเจ้าชู้จอมกะล่อนอย่างไตรฉัตร
"พี่ไตร..."
ไตรฉัตรเลื่อนใบหน้าเข้ามาชิดใกล้ ทาบทับลงบนกลีบปากอวบอิ่มแล้วขบเม้มเบา ๆ อย่างอ่อนโยนมากที่สุด
"อือ..."
ปลายลิ้นร้ายชำแรกเข้าไปในโพรงปากอุ่น พยายามฉกชิงความหวานที่เขาเฝ้ารอคอยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มือข้างหนึ่งก็บีบคลึงสะโพกด้วยเบา ๆ จนร่างบางสั่นระทวยไปหมด
ความร้อนแรงยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเขาไม่ได้เป็นผู้ล่าต้อนไล่เหยื่อฝ่ายเดียว แต่พลอยปภัสเองใช้อารมณ์และความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อเขาเป็นเครื่องช่วยนำทางตอบสนองกลับไปอย่างเก้งกัง
เพราะนี่ คือจูบแรกของเธอ
เพิ่งจะคิดได้ตอนนี้ว่าไอ้แก้วไวน์มันช่างเกะกะและน่ารำคาญเสียจริง
ซึ่งดูเหมือนว่าไตรฉัตรจะคิดเห็นเช่นเดียวกัน เขาถอดถอนจูบออก จูงมือพาหญิงสาวกลับเข้าไปโซนด้านใน รีบเก็บแก้วไวน์วางให้พ้นทางก่อนจะยกเธอขึ้นนั่งบนโต๊ะอาหารมื้อหรู
จากนั้นจึงบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันอีกรอบ คราวนี้เป็นจูบที่ดุเดือดและร้อนแรงกว่าเดิม ทั้งสองผลัดกันฉุกชิงผลัดกันหยอกล้อจนเสียงดังจ๊วบจ๊าบ
มือหนาเคล้าคลึงบั้นสะโพกกรมมนเบา ๆ ส่วนพลอยปภัสก็เลื่อนแขนเรียวยาวขึ้นคล้องลำคอแกร่งเอาไว้ กระทั่งผ่านไปร่วมห้านาทีจึงถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ
"พะ...พี่ไตร..."
"น้องพลอย..." ไตรฉัตรพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ซุกซ่อนไปด้วยความเซ็กซี่เย้ายวนใจ เขาไล่ประพรหมจูบลงมาเรื่อย ๆ จนถึงไหล่ลาดเนียนแล้วสูดดมกลิ่นหอมจากเนื้อกายขาวนวลดั่งน้ำนมข้าวหลายที
พลอยปภัสนั่งตัวเกร็ง ทำอะไรไม่ถูก ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ ยังคิดถึงรสสัมผัสจากจูบอันแสนดูดดื่มของเธอและเขาเมื่อครู่ไม่หาย
ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น ทุกคำพูด ทุกแววตา ทุกการกระทำ มันเหมือนขนนกที่ปลิดปลิวผ่านแล้วค่อย ๆ เกลี้ยกล่อมจนคล้อยตา
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเคลิบเคลิ้ม ไตรฉัตรจึงอาศัยจังหวะนั้นใช้นิ้วกระตุกสายเชือกเส้นเล็กที่พาดผ่านอยู่บนไหล่ลาดเกี่ยวตวัดลงมา
"พี่ไตร..."
"น้องพลอยไม่ชอบพี่เหรอคะ?" เขาถามอย่างเอาแต่ใจ ตามประสาผู้ชายที่คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
"เอ่อ...อะ" เธอกระอักกระอ่วน แน่นอนคำตอบมันชัดเจนตั้งแต่ที่เธอยอมไปไหนมาไหนด้วยเขาแล้ว
"เป็นของพี่นะคะ" ว่าพลางฝ่ามือก็ลูบไล้แขนเรียวบางไปด้วยด้วยสายตาหยาดเยิ้มพร้อมรบเต็มที
