#####บทที่ 3
“ยัยพลอย!!!” พิมพ์ดาวง้างมือทำท่าจะฟาดลงบนใบหน้าสวยเพื่อสั่งสอน
“มา!” แต่มีหรือที่คนอย่างพลอยปภัสจะยอมให้โดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว เธอง้างมือตั้งท่ารับด้วยเช่นเดียวกัน “มาวัดกันไหมล่ะว่าใครจะตบแรงกว่า ตบมา ตบกลับ แต่ถ้าเกิดให้ฉันตบเนี่ยเลือดไม่กลบปากก็คงไม่หยุดหรอกนะ”
“!!!” พิมพ์ดาวสะบัดมือออกด้วยความโมโห ก่อนจะถอยตัวกลับด้านหลังเล็กน้อยเพราะรู้จักนิสัยใจคอลูกสาวของผัวคนนี้ดีว่าสันดานมันเป็นยังไง
“อย่ามาสอดเรื่องของฉันให้มาก เอาเวลาไปอบรมสั่งสอนลูกสาวตัวเองดีกว่าเพราะฉันกลัวว่าลูกไม้มันอาจจะหล่นใกล้ต้น ส่งทอดสันดานแย่งผัวชาวบ้านผ่านดีเอ็นเอเดี๋ยวจะแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้เหมือนแม่มัน” ทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อนจะเดินสับแบบนางงามเวทีมิสแกรนด์ขึ้นไปชั้นบนของบ้านซึ่งเป็นโซนห้องนอนส่วนตัว
“อีพลอย!!” หล่อนกำหมัดแน่นแต่จะให้กรีดร้องหรือแสดงกิริยาอาการมากก็ไม่ได้ “คอยดูเถอะ! ฉันจะทำให้แกก้มลงกราบแทบเท้าฉันเอง”
ปึ้ง!!!!!
กระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูถูกเขวี้ยงทิ้งลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างแรงด้วยความโมโห ก่อนร่างบางจะกระแทกสะโพกลงนั่งฝ่ามือบีบขยำผ้านวมผืนหนาสีขาวจนยับยู่ยี่แล้วออกแรงเหวี่ยงมันลงพื้น
“ฮื้ออ!!!!!!” เรือนร่างบอบบางหายใจหอบถี่สั่นโยกสั่นคลอน ฟันบนฟันล่างขบกันดังกรอดจนเส้นเอ็นผุดขึ้นตามใบหน้า ความโมโห ความโกรธกำลังแล่นเข้าครอบงำเธออีกรอบ
ฝ่ามือเล็กเอื้อมไปหยิบกรอบรูปที่บันทึกภาพถ่ายคู่กับมารดาสมัยที่อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ขึ้นมามองด้วยแววตาแดงก่ำ “แม่ทิ้งพลอยไปทำไม?”
“ทำไมแม่ไม่สู้! แม่ปล่อยให้มันมีความสุขกันได้ยังไง!” นี่คือคำถามที่มันยังค้างคาอยู่ในใจของพลอยปภัสไม่เคยหาย เธอไม่เข้าใจแม่เลยสักนิด ไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงยอมให้ป๊าเอาผู้หญิงอีกคนเข้ามาลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้าน
“…”
“แม่ใจร้าย แม่ตายไปก็มีความสุขไม่ต้องมาทนทุกข์อยู่เหมือนพลอย” ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น ทั้งจุกอยู่ในอก
ย้อนกลับไปเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน…
ตอนนั้นเธออายุได้เจ็ดขวบ เพิ่งเรียนชั้นประถมศึกษาได้ปีแรก ชีวิตครอบครัวโคตรมีความสุข ป๊าเป็นถึงเจ้าสัวณรงค์ที่มีกิจการและทรัพย์สินเงินทองมากมายใช้ไม่หมดสิ้น
ทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาสามคนพ่อแม่ลูก ช่วงวันหยุดศุกร์เสาร์อาทิตย์ก็ไปเที่ยว ไปเอ็นจอย ไปแฮปปี้กัน ชีวิตคุณหนูพลอยปภัสลูกสาวเพียงคนเดียวของเจ้าสัวณรงค์และคุณนายเพ็ญจันทร์โคตรน่าอิจฉา
แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องบ้า ๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวอันแสนสุขของเธอ เหตุการณ์ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่สามารถกลับมารู้สึกเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
นั่นก็คือวันที่ป๊าพาเมียใหม่เข้ามาในบ้าน…
“อ้าว พิมพ์มาเยี่ยมหลานเหรอจ๊ะ” คุณนายเพ็ญจันทร์กำลังนั่งถักโครเชต์อยู่ในสวนหลังบ้าน ซึ่งมีบรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น หล่อนกับลูกสาวมักจะมาใช้เวลาปูเสื่อนั่งปิกนิกกันตรงนี้เป็นประจำ
“เปล่าค่ะพี่เพ็ญ” วันนั้นสีหน้าของคุณน้าพิมพ์ดาวไม่สู้ดีสักเท่าไหร่คล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างติดค้างในใจ
“คุณณรงค์ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ” แปลก เพราะโดยปกติแล้วช่วงวันจันทร์และพุธป๊าจะเข้าไปตรวจโกดังสินค้า
“ผมมีอะไรจะบอกน่ะคุณเพ็ญ”
“มีอะไรเหรอคะ” คุณนายเพ็ญจันทร์วางโครเชต์ที่ยังถักไม่เสร็จใส่ตะกร้าดังเดิม แล้วหันไปตั้งใจฟังสิ่งที่สามีต้องการจะทราบ “นวลจ้ะ มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ”
“ค่ะคุณนาย” หล่อนก้มหน้าแล้วรีบออกมา
“เอ่อ…อะ…เอ่อ คือ” เจ้าสัวณรงค์ไม่เคยรู้สึกกระอักกระอ่วนและลำบากใจเท่าวันนี้มาก่อน เขาเอื้อมมือไปจับฝ่ามือของพิมพ์ดาวเอาไว้รวบรวมความกล้าแล้วตัดสินใจเอ่ยออกมา “ผมจะพาพิมพ์ดาวเข้ามาอยู่ในบ้าน”
เซนต์ของคนเป็นเมีย เซนต์ของผู้หญิงไม่เคยพลาด หล่อนเริ่มใจคอไม่ดีตั้งแต่ที่เขาเดินกลับมาพร้อมกับพิมพ์ดาวแล้วยื่นมือจับประสานกันซึ่งมันไม่สามารถคิดแค่ว่าพวกเขาสองคนอยู่ในสถานะน้องเมียพี่เขยได้
“คะ?” แต่ยังสร้างแกล้งทำ หลับหูหลับตาไม่รู้เรื่องอะไร การได้รู้จักปากเขา จากปากสามีที่อยู่กินกันมาร่วมสิบกว่าปีคงจะดีกว่า
“ผมทำพิมพ์ดาวท้อง พิมพ์ดาวกำลังท้องลูกอีกคนของผม” วินาทีนั้นเด็กสาวตัวน้อยที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ได้ยินทุกคำพูดชัดถ้อยชัดคำ เธอโต โตพอที่จะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
"คะ...คุณณรงค์ อย่าล้อเล่นสินะ" แววตาเพ็ญจันทร์สั่นระริก ลอบกลืนน้ำลายก้อนเหนียวหนืดลงคอเฮือกใหญ่ พยายามคิดแง่บวก แต่ภาพตรงหน้ามันก็ให้คำตอบชัดเจนแล้วว่าคือความจริง
"ผมพูดความจริง ผมขอโทษ" เจ้าสัวณรงค์พยายามที่จะเข้ามาจับเนื้อต้องตัวภรรยาแรก ทว่าหล่อนกลับหลบหลีกตัวนี้แสดงท่าทีรังเกียจรังงอนรสสัมผัสจากเขา
เพี๊ยะ!!
ฝ่ามือบอบบางฟาดลงบนใบหน้าสามีอย่างแรง นี่เป็นครั้งแรกที่พลอยปภัสเห็นแม่กระทำเช่นนี้กับป๊า เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่ค่อยจะมีปากมีเสียง สงบเสงี่ยม ยกให้ป๊าเป็นใหญ่เสมอ
"คุณทำแบบนี้กับเพ็ญได้ยังไง!!" น้ำเสียงเกรี้ยวกราดแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดยากจะอธิบาย ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำปลดปล่อยสายธารไหลโกรกอาบสองพวงแก้ม "นี่มันน้องสาวเพ็ญนะ! คุณทำแบบนั้นได้ยังไงคุณณรงค์!!"
หัวอกคนเป็นเมียแทบสลาย ภายในใจเธอแตกร้าวด้วยฝีมือเขาจนไม่เหลือชิ้นดี มองหน้าสามีสลับกับหน้าน้องสาวในไส้ที่คลานตามกันออกมาแต่ตอนนี้กลับใช้ผัวร่วมกันกับหล่อน
"ผมขอโทษ" ไม่มีคำใดจะแก้ตัว แก้ต่าง หรืออธิบาย
"ผู้หญิงมีตั้งมากมายแล้วทำไมต้องเป็นน้องสาวเพ็ญ! ฮึก..." มารดาเธอทรุดฮวบลงบนเก้าอี้ ยกฝ่ามือเสยผมแบบลวก ๆ แล้วกุมหน้างอตัวพร้อมร้องไห้ออกมาจนร่างกายสั่นโยกสั่นคลอน "ทำไม ทำไมถึงทำแบบนี้กับฉัน ทำไม"
"พี่เพ็ญ ฉันขอโทษ..." พิมพ์ดาวเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ พี่สาว แล้วเลื่อนขึ้นไปจับท่อนแขนเรียวบาง "แต่ฉันอยากให้พี่เข้าใจฉันบ้าง ความรักมันห้ามกันไม่ได้ ฉันกับคุณณรงค์เราสองคนรักกัน พี่จะให้ฉันทำยังไง แถมตอนนี้ฉันก็กำลังตั้งท้องหลานของพี่ พี่เมตตาฉันหน่อยได้ไหม"
ตอนนั้นความเป็นเด็กพลอยปภัสไม่เคยเข้าใจ แต่พอโตขึ้นจึงได้รู้ว่าคำพูดพวกนั้นมันน่าสมเพชมากแค่ไหน ตรรกะป่วย ๆ ของเมียน้อยที่เรียบเรียงมันขึ้นมาให้สวยหรูดูดี ท้ายสุดแล้วก็แค่ใช้อ้างหาเหตุผลเพื่อแย่งผัวชาวบ้านเท่านั้น
"แกก็เหมือนกัน! แกรู้ทั้งรู้ว่าคุณณรงค์เป็นสามีพี่ แต่ทำไมแกถึงกล้านอนกับเขาแล้วปล่อยให่ตัวเองท้อง แกไม่ละอายแก่ใจบ้างเลยเหรอพิมพ์ดาว แกกำลังเอาผัวพี่สาวตัวเอง!" เพ็ญจันทร์สติแตก
"พอเถอะคุณเพ็ญ อย่าโทษพิมพ์เลย ผมผิดเองที่ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้" เจ้าสัวณรงค์รีบไปพยุงตัวเมียสาวกลับมาสู่อ้อมอก "ผมจะให้พิมพ์อยู่ชั้นเดียวกับเรา"
พูดจบก็ทิ้งเพ็ญจันทร์ให้นั่งสมเพชตัวเองอยู่บนเก้าอี้ ปราศจากคำอธิบายใด ๆ ที่อยากจะได้ยินจากปากสามี เพราะเขาแคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายมากกว่าคนที่อยู่กินกันมาเกือบสิบปี
ตั้งแต่วันนั้นเธอก็เห็นแม่ร้องไห้ บนใบหน้าแปดเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา แต่ก็ต้องแสร้งยิ้มเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ
ป๊าไม่เคยมาสนใจใยดีแม่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในท้องแม่ยังมีลูกของป๊าอีกคน
ลูกที่เกิดจากเมียหลวง เมียตามทะเบียนสมรส เมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่เมียน้อยหน้าด้านที่กล้าใช้ผัวร่วมกันกับพี่สาว
