#####บทที่ 2
"ขอโทษครับ" ไตรฉัตรเดินคอตกออกมาลับ ๆ แล้วกลับไปยังโต๊ะวงเหล้าทำทุกอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น
สาบานเลยเขาไม่มีทางเล่าเรื่องพวกนี้ให้ไอ้สามตัวร้อยนั่นฟังเด็ดขาด
แต่กูจดจำใบหน้าผู้หญิงที่กล้าปฏิเสธคาสโนว่าอย่างไอ้ไตรฉัตรเอาไว้แล้ว! หน้าแบบนี้ หุ่นแบบนี้ ปากแบบนี้ สักวันกูจะเอาโจ้ยยัดให้หายปากดีเลยคอยดู!
กูนี่แหละจะสอยดาวลงมาจากฟ้า ดูสิถ้าเกิดได้กูสักครั้ง คร้านจะคลานเข่าเข้ามาขอร้องอ้อนวอนให้กูซ้ำเป็นครั้งที่ร้อย
ลีลาลวดลายระดับไอ้ไตรฉัตร ชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกล! โจ้ยใหญ่ ลีลาแซ่บ เอวดีระดับห้าจี
"มึงหายไปไหนมาตั้งนานวะไอ้ไตร" ธามไธถาม
"กูท้องเสียว่ะ" เขาตอบปัด ๆ ยังเจ็บใจไม่หาย ไอ้แม่เย็บ! กล้ามาก กล้ามากที่หักหน้ากูแบบนั้น
...
ทางฝั่ง พลอย หรือ พลอยปภัส ทายาทคนโตจากเจ้าสัวณรงค์เจ้าของธุรกิจห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีสาขาขยายไปทั่วประเทศ หล่อนเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เพิ่งทะเลาะกับพ่อก็เลยซิ่งรถบีเอ็มดับบลิวคันหรูมันมาจิบไวน์จิบเบียร์ดื่มตามลำพัง
แต่จู่ ๆ ก็มีไอ้หน้าหล่อจากไหนไม่รู้ เที่ยวพูดจอแจอยู่ข้างหู ซึ่งมันน่ารำคาญ! คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ ไม่รู้จักกาลเทศะเอาซะเลยถ้าขืนเธออยากมีคนคุยด้วยก็คงไม่หลบมุมมันนั่งตามลำพัง!
"ขอชนแก้วหน่อยครับสุดสวย" หนุ่มตี๋ ใส่แว่น ทรงเนิร์ด แต่ดันเกิดในวงเหล้า ก็เลยกลายเป็นขาประจำ เบื้องหลังซุกซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ เดินเข้ามาทักทายสาวสวยที่นั่งอยู่ตามลำพัง
"ไม่สะดวกค่ะ" เธอปฏิเสธ
"หน่า คนสวยอย่าหยิ่งสิครับ ผมก็แค่ขอชนแก้วนิด ๆ หน่อย ๆ เอง" ไอ้หมอนี่ยังตามตื๊อไม่เลิก ดูจากท่าทาง ทรวดทรงแล้วคงเยอะกว่าไอ้คนเมื้อกี้ใช้ได้
คนก่อนก็ดูเป็นสุภาพบุรุษ ชวนคุยบ้างแต่ก็ไม่ได้ใช้สายตารุ่มร่ามหมายจะแทะโลมเธออย่างชัดเจนขนาดนี้ หมดกัน! ความสงบที่อยากได้ ผู้ชายนี่เป็นเชี้ยอะไรกันหมด
"ก็บอกว่าไม่ได้ไง!" พลอยปภัสกระแทกแก้ว ก่อนจะคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูแล้วเดินสับ ๆ ออกไปอย่างอารมณ์เสีย ทว่า
"เดี๋ยว! หยิ่งนักเหรอ หืม" แขนเรียวถูกคว้าและฉุดกระชากเข้ามาแนบประชิดลำกายแกร่งของไอ้หนุ่มน่าตีเมื่อครู่
"ก็บอกว่าปล่อย! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอไง" หงุดหงิด หงุดหงิดโว้ย! น่ารำคาญชะมัด ขนาดเธอปฏิเสธไปแล้วก็ยังถูกตามตื๊อไม่เลิก
"ไม่ปล่อย...ปากดีแบบนี้มาเป็นเมียพี่ดีกว่ามั้ยน้อง" เขาโน้มหน้าเข้ามาหมายจะฉกชิงริมฝีปาก แต่พลอยปภัสกลับถุยน้ำลายใส่ แล้วกระทืบเท้าลงบนหลังตีนแรง ๆ "โอ๊ย!!!! อีนี่!" เขาเต้นเร่า ๆ ราวกับหมาถูกน้ำร้อนลวก
"เมียพ่อมึงสิไอ้ทุเรศ! น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง ทำตัวสถุน ผู้หญิงเขาปฏิเสธแล้วฟังไม่รู้เรื่องหรือต้องให้พูดภาษาสัตว์ ห๊ะ!" พูดจบก็รีบเดินออกไป แต่ดูเหมือนมันจะทำให้อีกฝ่ายโมโหเข้าจึงรีบวิ่งตามไปด้วย
"จะรีบไปไหนอีตัวดี!"
ทันทีที่พราวปภัสหันหน้ากลับไปฝ่ามือก็ถูกฟาดลงบนใบหน้าอย่างแรงจนร่างบางล้มลงไปบนพื้น เพี๊ยะ!!!
"มึงกล้าด่ากูงั้นเหรอ! ได้!"
"ไอ้เหี้ย! ทำได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้ เก่งแต่กับผู้หญิง เก่งแต่กับเพศแม่ ไปเอาผ้าถุงแม่มึงมานุ่งไป้!" เอาสิ ต่อให้อับจนหนทางกลายเป็นหมาจนตรอกแต่สกิลปากของพลอยปภัสก็ยังคงพ่นคำด่าออกมาไม่หยุดราวกับเป็นเครื่องจักร
"อีนี่!" เขาก้าวขาขึ้นคร่อม กระชากเส้นผมยาวสลวย แล้วทำท่าจะง้างใช้หลังมือตบอีกรอบ ทว่า
ตุ้บ!!! จู่ ๆ ก็มีใครที่ไหนก็ไม่รู้ ถีบจนมันกลิ้งตกลงไป
"เป็นอะไรรึเปล่าครับ"
ผู้ชายคนนั้น! คนที่เคยเข้ามานั่งชวนคุยเธอเมื่อกี้
"เสือกเหี้ยไรวะ!" หนุ่มหน้าตี๋พยุงตัวเองลุกขึ้น ปัดเสื้อผ้ากางเกงที่มีฝุ่นเกาะออกเบา ๆ "ไม่ใช่เรื่องของมึง ถอยไป"
"ไม่ใช่เรื่องของกูได้ยังไง" ไตรฉัตรจับตัวพลอยปภัสมาหลบไว้ด้านหลัง สวมบทบาทฮีโร่ขี่ม้าขาวคอยช่วยเหลือปกป้องเจ้าหญิงปากหมา "ก็คนที่มึงมาทำตัวรุ่มร่ามด้วยคือเมียกู"
"ฉันไปเป็นเมียคุณตอนไหน!" เธอพูดเสียงอู้อี้อยู่ด้านหลัง โชคดีที่ไม่ตะโกนแหกปากโหวกเหวกโวยวาย มีหวังแผนล่มหมด ไอ้บ้าเอ้ย
"เมีย" ไอ้หนุ่มหน้าตี๋หัวเราะ "เมียเหรอวะ กูเห็นนั่งอยู่คนเดียว แล้วจะเป็นเมียมึงได้ไง" เลิกคิ้วถามเชิงรู้ทัน
"ผัวเมียเขาก็แค่ทะเลาะกัน มึงไสหัวไปได้แล้วถ้าไม่อยากมีเรื่อง" ไตรฉัตรกดเสียงต่ำ สายตาเขาพร้อมบวก "หรือมึงจะเอา?"
เขาลูกใคร ทุกคนรู้ แล้วใครจะกล้ามีปัญหาด้วย
"หน็อย! เออ"
"เป็นไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่า" ชายหนุ่มหันหน้ากลับไปถามคนด้านหลังด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสายตาเป็นห่วงเป็นใย
"มะ...ไม่ ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันเอาไว้" พลอยปภัสถอยหลังสองสามก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่สมควร "งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ" เธอทำท่าจะเดินออกไป
"เดี๋ยวครับ ถ้าไม่รังเกียจผมขอทราบชื่อคุณได้ไหมครับ"
พลอยปภัสเห็นแก่ความดี บุญคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้จากไอ้หนุ่มหน้าตี๋โรคจิตนั่น ก็แค่บอกชื่อเสียงเรียงนามคงไม่มีอะไรเสียหายนักหรอก
"พลอยปภัสค่ะ" พูดจบก็เดินออกไป
"ผมไตรฉัตรนะครับ" เขาตะโกนตามหลัง "หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับคุณพลอยปภัส"
บ้า! ใครอยากจะเจอ
ใบหน้าสวยเห่อร้อน ยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว อย่างโบราณเขาว่าบุรุษมีรูปเป็นทรัพย์ไม่เกินจริง จะพูดว่าเขาหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ก็ไม่ใช่ หล่อระดับพระเอกฮอลลีวูดได้เลย
รถถูกแล่นไปเรื่อยจนกระทั่งเลียบจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โตที่มีพื้นที่กว้างขวาง แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับรู้สึกว่าที่นี่มันคับแคบจนไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเธอเลยสักครั้ง
ตั้งแต่แม่เสีย บ้านหลังนี้ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...บรรยากาศที่เคยอบอุ่น ป๊าที่เคยมองเธอ โอบกอดเธอด้วยความรัก ทุกอย่างที่เธอควรจะได้รับมันลดเลือนหายไปจนตอนนี้การที่เธอจะอยู่หรือไม่อยู่ที่นี่ก็แทบไม่ต่างกัน
แต่เธอต้องอยู่! อยู่เพื่อรับสิทธิ์ที่ตัวเองควรได้รับในฐานะลูกสาวซึ่งเกิดจากเมียหลวง เมียแรกและลูกสาวคนโตของวงศ์ตระกูล ขืนเธอออกไปอยู่ที่อื่น มีหวังสองแม่ลูกนั่นคงทำตัวเป็นเห็บหมัดสูบเลือดสูบเนื้อทรัพย์สมบัติและมรดกจนหมดเกลี้ยง
"กลับมาแล้วเหรอ"
หญิงสาวมองผ่านร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดนอนผ้าซาตินและเสียงที่มันค่อนข้างจะระคายหูทำเหมือนว่าเป็นเพียงแค่เสียงนกเสียงกา
"ยัยพลอย! แม่พูดกับลูกอยู่ไม่ได้ยินเหรอจ๊ะ" พิมพ์ดาว เมียคนที่สองของพ่อที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำจนแทบไม่อยากอยู่ร่วมบ้านด้วย
พลอยปภัสหันหน้ากลับไป เหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย "เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันมีแม่คนเดียว และเธอ..." ตวัดสายตาเหลือบมองตั้งแต่หัวจรดเท้าซึ่งเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม "ไม่มีอะไรคู่ควรหรือเหมาะสมที่จะได้รับเกียรติเป็นแม่ฉัน ผู้หญิงแบบเธอแค่พ่อฉันเอามาใช้บำเรอก็ถือว่าสูงส่งมากพอแล้ว"
"ยัยพลอย!! ฉันเป็นน้าแกนะ" พิมพ์ดาวกำหมัดแน่น
"รู้ตัวด้วยเหรอว่าตัวเองมีศักดิ์เป็นน้า เป็นน้องสาวของแม่ฉัน แต่ตอนนั้นจิตใจมันต่ำตม ผิดชอบชั่วดีถูกกลืนหายไปแล้วแทนที่ด้วยความคันเหรอถึงได้เอาผัวพี่สาวตัวเองมาทำผัวจนปล่อยให้ท้องป่องประจานความน่ารังเกียจ?" แม้ใบหน้า ริมฝีปากจะยิ้มแต่น้ำเสียงและคำพูดคำจากลับเชือดเฉือนใจสุด ๆ
