#####บทที่ 4
หลายวันผ่านไป
"ยัยพลอยแกจะมาเทงานลูกค้าแบบนี้ไม่ได้นะ!" เจ๊นัตตี้ผู้จัดการสาวประเภทสองเหวใส่เด็กในสังกัดอย่างหัวเสีย เมื่อจู่ ๆ พลอยปภัสก็ดันเทอีเวนท์ ไม่โผล่หน้าไปให้เจ้าของงานเห็นแม้แต่เสี้ยววินาที
คราวนี้ก็บานเลย! เจ้าของงานมาแหกอกด่าฉอด ๆ หล่อนนี้ก็ต้องเสแสร้งโกหกให้อีกว่าน้องพลอยไม่สบาย ลุกขึ้นไม่ไหว ไว้งานหน้าจะชดเชยทำให้ฟรี ๆ ไม่รับเงิน
"ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รับ ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว เจ๊ก็รับ ๆ อยู่นั่นไม่ถามความสมัครใจฉันสักคำ" หญิงสาวดูไม่สะทกสะท้านกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่ได้เต็มใจเสียหน่อย เจ๊นัตตี้แกคอยเจ้ากี้เจ้าการทุกอย่างแล้วพอไม่ได้ดั่งใจก็มาเหวี่ยงวีนใส่
อันที่จริงก็ไม่ได้อยากจะเป็นหรอกไอ้อาชีพนักสะดงนักแสดงอะไรนี่ คร้านจะปั้นหน้าแสร้งเป็นคนดีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อหน้าสื่อเพราะเธอมันภัยพิบัติธรรมชาติชัด ๆ
แต่ป๊าบอกจะให้เธอเข้าไปช่วยงานที่บริษัท เธอไม่อยากถูกจับตามอง ถูกจับจ้อง ไหวตัวทำอะไรก็ไม่สะดวก แถมยังชอบเอาไปเปรียบเทียบกับลูกรักลูกโปรดที่เกิดจากเมียน้อยอีก!
อีผู้คนในบริษัทก็จ้องจะซุบซิบนินทา เลียแข้งเลียขายัยคุณนายพิมพ์ดาวนั่นเสียยิ่งกว่าอะไรดี หากเธอยอมเธอก็คงไม่ต่างอะไรจากติดคุกเพราะมีสายตาคอยจดจ่อแล้วคาบข่าวไปรายงานทุกกระเบียดนิ้ว!
ประจวบเหมาะกับเจ๊นัตตี้ รุ่นพี่ในคณะเห็นแวว รูปร่าง หน้าตาผิวพรรณ ว่าเธอพอโด่งดังในวงการบันเทิงได้ จึงเข้ามาทาบทามไปเป็นเด็กในสังกัด
ตอนนั้นทำอะไรก็ได้ขอแค่ให้ไม่ต้องเข้าไปทำงานในบริษัทป๊าก็พอ!
เป็นนักแสดงสมทบ ตัวเสริม เธอชอบจะตายเพราะไม่มีใครมาสนใจหรือคอยตามติดอย่างพวกแฟนคลับแฟนอะไรนั่น
บ้าชะมัด ใครจะไปคิด ได้รับบทบาทให้เล่นฉากน้องพระเอก คนดูก็มาจับจิ้นบอกว่าเคมีเธอดันไปเข้ากับพี่ป้อง พระเอกประจำช่อง จนเธอได้เล่นละครคู่ ดังระเบิดระเบ้อ เรตติ้งนี่พุ่งกระฉูด!
นับจากนั้นชีวิตของเธอก็ไม่สงบสุขอีกเลย
"ยัยพลอย! นี่แกทะเลาะกับป๊ามาอีกแล้วใช่ไหม" รู้จักกับมันมาตั้งแต่มันเรียนอยู่ปีหนึ่ง อายุสิบเก้า ทาบทามมันมาเป็นเด็กในสังกัดก็ตอนยี่สิบเอ็ดมั้ง จนตอนนี้มันยี่สิบหกแล้ว ทำไมจะไม่รู้
นังนี่มันเป็นคนขี้เหวี่ยง ขี้วีน (เฉพาะคนที่เหลืออด เกินเบอร์จริง ๆ) ปากจัดยิ่งกว่าเลี้ยงหมาไว้สักร้อยตัว ด่าเจ็บ จี๊ดเข้าทรวงอก เอาแต่ใจใช้ได้ ควบคุมยากหน่อยเพราะยึดเอาตัวเองสู้งงง
แต่ถ้ารู้จักมัน จริง ๆ แล้วยัยเด็กนี่มันน่าสงสาร แม่ตรอมใจตายเพราะป๊าพาเมียน้อยซึ่งเป็นน้องสาวที่คลานตามกันออกมาจากรูเดียวกันเข้าบ้านในฐานะเมียอีกคน พอเขามีลูก มันก็ตกกระป๋อง ไม่เคยได้รับความรัก อยู่กับแม่นมตั้งแต่เด็กจนโต
โชคชะตาเล่นตลกกับมันสุด ๆ
ลึก ๆ แล้วมันก็นิสัยดีนั่นแหละ รักเพื่อนรักพ้อง ใจถึงพึ่งได้ แต่ติดที่ปากหมาก็เลยไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วยสักเท่าไหร่
"เห้อ! อย่าพูดถึงมันเลยเจ๊ เรื่องแค่นี้สบาย ๆ อยู่เหรอ ฉันไม่ได้สนใจสักหน่อย" ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ลึก ๆ แล้วก็แอบน้อยใจ
หนูไม่ใช่ลูกป๊าเหรอ!!
"แล้วนี่เดือนนี้ฉันมีงานอะไรอีกบ้าง" ตวัดตาไปถาม ก่อนจะเอนตัวพิงหลังลงบนโซฟานุ่ม ยกแขนขึ้นกายหน้าผากสลัดคราบนางเอกเบอร์ต้นของช่อง
เจ๊นัตตี้หยิบไอแพดที่ใช้จดบันทึกตารางงานของเด็กในสังกัดขึ้นมาเปิดดู "แยะจ้าหนู! มีคิวถ่ายละครที่เล่นคู่กับป้อง ซีรีย์รีเมคจากเกาหลีก็กับป้อง และพวกถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา เอาเป็นว่าเดือนนี้ทั้งเดือนคิวเต็มจ้ะ"
"ตาย! ฉันเป็นคนนะเจ้ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะให้ทำงานครบทั้งสามสิบวัน" เธอแทบจะบ้า! คนยิ่งหาอะไหล่ซ่อมยากอยู่ด้วย หักโหมทำงานมากไปมีหวังเธอคงได้ตายก่อนที่สองแม่ลูกเห็บหมัดนั่นได้ชดใช้กรรมน่ะสิ
"แหมม ช่วงนี้เป็นช่วงขาขึ้นของแกนะจ๊ะยัยพลอย ต้องรีบกอบโกยสิ มีงานไหนเขาว่าจ้างก็รับให้หมด เดี๋ยวพอนานเข้ามีเด็กสด ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาคนเก่า ๆ ก็ไม่ได้เกิดแล้วจ้า" เจ๊นัตตี้ อยู่ในวงการบันเทิงทำงานเป็นผู้จัดการมานานหลายปีเชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นอย่างดี
"แล้วแต่เจ๊จะจัดสรรเลย แต่เดือนหน้าขอวันหยุดให้ฉันบ้างก็แล้วกัน สักสองสามวันเงินเจ๊ไม่หลุดไปเท่าไหร่หรอก"
ใครว่าเป็นดารานักแสดงทำงานสบาย ๆ ก็รวยสุดโต่ง บ้าจะตาย ลองมาทำดูเองไหมล่ะจะรู้ซึ้งถึงเครื่องพริกแกงว่ามันเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะได้มาแต่ละบาทเนี่ย
ทั้งท่องจำบทให้เป๊ะเวอร์ แอ็คติ้งต้องผ่าน อ่านเนื้อเรื่องนับร้อยเพื่อนเข้าถึงบทบาทให้ผู้ชมดูแล้วต้องอินไปกับตัวละคร บางฉากถ่ายกันตั้งหลายทีกว่าจะผ่าน เจ็บเนื้อเจ็บตัวก็มี
"จ้ะ! เออนี่ยัยพราว เจ๊ลืมบอกไปว่ามีงานด่วนน่ะเพิ่งติดต่อมา เงินดี ถ่ายแบบแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเอง" หล่อนพึ่งนึกออก
"งานอะไร รับทำไม?" ก็ควรจะติดต่อล่วงหน้าป่ะ ถ้าเกิดเธอไม่ว่างหรือมีธุระอะไรที่วางแพลนเอาไว้ จะทำไง
"ทีแรกฉันก็เล่นตัวนั่นแหละบอกว่าไม่รู้แกจะว่างหรือเปล่า ทางโน้นเขาดูอยากให้แกไปเป็นพรีเซ็นเตอร์นางแบบถ่ายคู่กับรถเขามากเลยนะ ก็เลยเสนอมาเจ็ดหลัก งานง่าย สบาย แป็บเดียว เงินดี ทำเถอะหน่า"
"ฉันปฏิเสธได้ด้วยเหรอเจ๊" พลอยปภัสกรอกตามองบน ก็รู้อยู่แล้วแหละว่าแค่แจ้งให้ทราบเฉย ๆ ไม่ได้ต้องการความคิดเห็นหรือคำตอบรับยินยอมใด ๆ ทั้งสิ้น
"ดีมากจ๊ะลูกรัก พรุ่งนี้บ่ายสอง เดี๋ยวเจ๊แชร์โลไปให้ เจอกันที่นู่นเลยแกจะได้ไม่ต้องขี่รถอ้อมอยู่หลายรอบ"
"โอเคเจ๊ งั้นฉันขอตัวก่อน"
พลอยปภัสเดินกลับลงมาจากคอนโดเจ๊นัตตี้ผู้จัดการส่วนตัว แต่บังเอิญเดินชนกระแทกไหล่เข้ากับใครสักคน จนตัวเธอเซแทบล้ม โชคดีที่เขาคว้าเอาไว้ได้ทันไม่งั้นสะโพกเธอคงหักแหง ๆ
"เดินยังไง ไม่เห็นคนหรือไง?" หญิงสาวรีบสะบัดตัวออก ยังไม่ทันได้แหงนขึ้นมองหน้าเครื่องจักรตัวด่าก็เริ่มทำงานทันที "นี่ถ้าเกิดฉันล้มขาพลิก กระดูกกระเดี้ยวหักขึ้นมาจะรับผิดชอบไหวเหรอ"
"ขอโทษครับ" เขาก้มหน้ารัว ๆ แต่พอหันหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ "คุณพลอย"
"คุณไตรฉัตร"
"โลกกลมจังเลยนะครับ เอ๊ะ หรือว่าพรหมลิขิต"
พลอยปภัสกระแอมเสียงในลำคอเล็กน้อย เจอะหน้ากันครู่เดียวก็เริ่มหยอดทันที บ้านเขาทำอาชีพขายขนมครกรึเปล่าเนี่ย? ดูผิวพรรณแล้วก็เข้าท่า ขาวเหมือนน้ำทรายดี "กรรมลิขิตมากกว่ามั้งคะ เจอคุณทีไรฉันมักจะโชคไม่ค่อยดีทุกที"
เพล๊ง! แตกอีกรอบ ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก
มั่นหน้าไว้ก่อน
"ว่าแต่คุณพลอยพักอยู่คอนโดนี้เหรอครับ" ไตรฉัตรกำลังเปลี่ยนเรื่องคุย
"ปล่าวค่ะ ฉันมาหาผู้จัดการ" ถ้าตอบไปเพราะไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปิดบัง
"คุณเป็นดาราเหรอครับ"
"ลองดูจากโหวเฮ้งสิคะ ว่าหน้าตาแบบนี้พอจะเป็นดารากับเขาได้บ้างหรือเปล่า" เมื่อเขาเล่นลิ้นมาพลอยปภัสก็อยากจะลองเล่นลิ้นกลับบ้าง เขาจะได้รู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ใช่หยิม ๆ
"ระดับนางเอกนะเนี่ย" นางเอกหนังโป๊ หุ่นแบบนี้ นมแบบนี้ ตูดแบบนี้ กูรับรองเรทติ้งแตกแน่! ไตรฉัตรคิดในใจ
"เหรอคะ?" พลอยปภัสเลิกคิ้วถาม
"ครับ นางเอกในดวงใจผมน่ะครับ"
"ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นสงสัย ฉันคงจะต้องเปลี่ยนกับผู้หญิงอีกหลายคนแน่เลย เพราะดูจากคารมคมคายหน้าตา บุคลิกท่าทีของคุณแล้ว มีแววเจ้าชู้นะคะเนี่ย"
และเธอเกลียดนักกับผู้ชายเจ้าชู้!
"คุณพลอยไม่ลองเข้ามาก่อนเหรอครับ จะได้รู้ว่าจริงอย่างที่คิดหรือเปล่า" เขาเชื้อชวนเต็มที่
"หึ" เธอกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่ตอบโต้ ไม่พูดไม่จาอะไร เดินออกไปเสียดื้อ ๆ จนไตรฉัตรเองก็เกาหัวแกรก ยังสงสัยอยู่เลยกูพูดอะไรไม่เข้าหูอีกรึเปล่า
