บทที่ 5
"โอเคเข้าใจแล้ว"
ซันดรูพยักหน้านัยย์ตาเป็นประกาย
ใช่ ที่ว่าเขาอาจอ่านความคิดเธอไม่ออก แต่ใช่ว่าประสบการณ์ช่ำชองจะทำให้มันดูยาก
สาวน้อยร่างบาง ใช้ลำแข้งสะกิดเบาๆก็หัก มีหรือจะเหนือกว่าเขา
เธอช่างไร้เดียงสา??
คิ้วดกหัวต่อกันเป็นไรขนเลิกขึ้นค้างไว้ ราวกับตั้งคำถามเองตอบเอง ก่อนจะใช้ลิ้นดุนกระบุ้งแก้ม เท้าสะเอวมองเธอ พลางครุ่นคิด
" อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย" เปลี่ยนคำถามหวังหว่านล้อมเหยื่อให้ติดกับ
เพียรายิ้มตาหยีแทบเห็นฟันทุกซี่ พลางก้าวเท้าเข้าไปใกล้เขามากกว่าเดิม
" กลางเดือนหน้าก็สิบแปดแล้วค่ะ ^^"
" หืม ยังเด็กอยู่เลย"
" ไม่เด็กนะคะ หนูจะสูงเท่าพี่ชายอยู่แล้ว เห็นมั้ย?"
หญิงสาวทำแก้มป่องแขย่งตัวขึ้น ผลักไสสีหน้าชวนหาเรื่องของเขาไปปริยาย
" ไม่เห็น..." ก่อนจะขมวดคิ้วเสียงห้วน แล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มแป้นทีหลัง " เห็นแต่วิวไกลๆโน่น..."
" โธ่.... มองตรงแบบนั้นจะเห็นได้ไงล่ะคะ พี่ต้องก้มลงมาอีกหน่อย "
" อ่าว...แล้วบอกว่าสูงเท่า? "
" หนูหมายความว่า จะสูงเท่าต่างหาก มันมีจะด้วยค่ะ "
" อ้อ"
มาเฟียร้ายพยักหน้า ก่อนจะชี้นิ้วแสร้งตกใจให้เธอมองตาม ในขณะเธอเองก็กำลังจะถาม ทว่าไม่ทันเขา
" ว่าแต่ว่า พี่ชายจะให้..."
" เฮ้ย! เพียราดูนั่นสิ "
เธอหันขวับไป ไม่ทันหันกลับมา กลับถูกมือหนาทุบเข้าสันคอเสียก่อน
" อะไรหรือค..."
ผั๊วะ!!
หญิงสาวถึงกับล้มทั้งยืน หลับกลางอากาศ สลบคาท่อนแขนใหญ่ที่มารอรองรับไว้ พร้อมดวงตาเหยี่ยวเจ้าของซึ่งเคยดูใจดีไม่กี่วินาทีก่อนหน้า กลายเป็นมุ่งหมั่นคมกริบ
" ขอโทษนะสาวน้อย ฉันจำเป็น"
สองชั่วโมงต่อมา
ร่างสูงยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูเชื่อมกันระหว่างห้องอาหารกับห้องนั่งเล่น ความเงียบปกคลุมหลังจากนั้นเมื่อมาถึง ก่อนหน้าหล่อเหลาจะหันตามแรงมือ
เพี้ยะ!
ดังสนั่นไปทั้งห้อง
" อุ๊บบบ " ซูซู่ถึงกับเอามือปิดปากตัวเองไม่ให้หลุดเสียงออกมา
ต่างกับคุณหญิงภรรยาเจ้าของบ้าน และเป็นแม่ของเขา ที่ลุกพรวดขึ้น
" หยุดเดี๋ยวนี้นะ! " ถลามาผลักแขนสามี มองหน้าเขาตาเป็นมัน " อย่าทำลูก"
ในขณะเขามองกลับ สลับกับซันดรูที่เอาแต่ยืนนิ่งทั้งที่เลือดกลบปาก น่าจะเจ็บ แล้วโบกมือแสดงถึงความไม่สบอารมณ์
" เออ เข้าข้างกันเข้าไป! "
เดินออกจากตรงนั้น ไม่หันกลับมาอีก ปล่อยให้ซันดรูยืนกำหมัดแน่น ส่วนหล่อนนั้นทำได้เพียงแค่ลูบหลังเขา
" ซัน ลูกก็ด้วย แม่บอกลูกกี่ครั้งแล้ว พ่อไม่ชอบคนไม่รักษาเวลา ลูกน่าจะเห็นความสำคัญของเขาสักหน่อย "
แต่กลับถูกเขาปฏิเสธ
" แม่ ไม่เอาน่า อย่ามายุ่งกับผม" ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
ด้านเพียรา...
ความอึดอัดถ่าโถมเข้ามาโอบอุ้มร่างบางที่นอนเหยียดยาวอยู่บนฟูก ก่อนมันจะค่อยๆจางหายไปเมื่อรู้คำตอบ
เพียราลืมตาตื่นขึ้นมาจากความฝัน เบิกตากว้างกว่าเดิมหลังเห็นสิ่งที่ตรวนแขนอยู่ พันธนาการไม่ให้เธอรุดหนี
" อะไรกัน " หญิงสาวพึมพำ
กวาดตามองไปรอบๆ เธอยังอยู่ในบ้านหลังเดิมที่เขาพามา เปลี่ยนไปก็แต่โซ่เส้นใหญ่ที่คล้องข้อเท้า กับผ้าก็อตพันแผลคาดรอบต้นแขนเรียวก็เท่านั้น
หลังประตูบานนี้ไปด้านนอก มองปราดเดียวก็พอจะรู้ว่ามันมืดแค่ไหน ทว่าโชคดีที่มีแสงไฟสปอร์ตไลท์สีขาวนวลดวงเล็กแขวนอยู่บนขื่อ กับลวดเล็กๆเพียงเส้นเดียว แม้ไม่สว่างจ้า แต่มันก็ทำให้เธอหายกลัวไม่มากก็น้อย
เดาออก มาเฟียหนุ่มคงปีนขึ้นไปแขวนมันไว้เมื่อไม่นานมานี้
" ว่าแต่เขาหายไปไหนแล้วล่ะ แล้วโซ่นี่.."
ร่างบางเพิ่งจะแตกตื่นเมื่อความคิดบางอย่างโผล่เข้ามาในโซนสมอง
" หือ O.O อย่าบอกนะว่า.."
ใช่ เขาขังและตรวนเธอไว้ด้วยโซ่สนิมนี่ทำไม!
" จะ ใจร้ายจัง.. "
น้ำตาก้อนใหญ่ค่อยๆเอ่อ ก่อนล้นหล่นลงมาอาบแก้ม
งั้นหมายความว่า... ท้ายทอยที่ปวดตุบๆนี่ก็เป็นฝีมือเขาน่ะสิ
" ฮึกๆๆ"
เพียราเริ่มงอแง เธอเลื่อนขาคู่จากเหยียดตรง ขึ้นมาชันเข่า ขึ้นมากกกอด ก่อนจะซบหน้าตัวเองลงบนนั้น
" ไม่อยากกลับบ้าน ก็ไม่ได้แปลว่าจะอยู่ที่นี่สักหน่อย ...". แล้วคร่ำครวญ
ด้านของซันดรู...
หลังเสร็จภารกิจประจำ ที่เขาต้องทำทุกวันแล้วนั้น ภาระที่เพิ่มพูนขึ้นมาให้ปวดหัวเล่น เห็นจะเป็นเด็กผู้หญิงคนนั้น เขาเพิ่งจะนึกออกว่าได้ขังเธอเอาไว้ ก็หลังจากสามชั่วโมงมาแล้ว
" ตายห่_"
เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมบุหรี่ถูกขยี้จนไฟดับ เขาเพิ่งจะดูดมันได้อึกเดียว กลับต้องปักทิ้งให้มันอ้างว้างกลางกระเบื้องเซรามิกหนารูปสามเหลี่ยมคู่ใจ
ตึก ตึก ตึก
" อ้าว นั่นจะไปไหนคะนั่น ดึกขนาดนี้แล้ว "
ก่อนเสียงแม่นมจะลอยตามหลังเขา เมื่อทิ้งน้ำหนักเท้าลงบันไดจนมันสะเทือนไปถึงชั้นล่างจนหล่อนได้ยิน
" พ่อกับแม่กลับแล้วใช่ไหมซู"
" ค่ะ เมื่อกี้นี้ ทำไมหรือคะ"
" เดี๋ยวผมมา ซูจัดห้องเล็กไว้ให้ผมสักห้องล่ะกัน "
" หืม??..."
เขาหยุดวิ่งอึดใจหนึ่ง เพื่อจะหันกลับมาขยิบตาให้หล่อน
" เถอะน่า..." แล้ววิ่งต่อ
เขาว่ากันว่ามาเฟียไม่กลัวความมืด แต่มันคงจะต่างกับคนจิตใจปกติอย่างเช่นเธอ
ความมืดที่ว่าหากเปรียบเป็นไฟ แม้ไม่ได้แผดเผาหนังจนไหม้แล้ว ก็ยังรับรู้ถึงความร้อน และหยอกเย้าให้จิตใจอ่อนแอลงเรื่อยๆได้ แถมจะยิ่งทวีคูณมากขึ้นอีก ถ้าตอนนี้มันมีเสียงสัตว์เล็กตัวนึงแต่กัดเจ็บที่เรียกว่า...หนู
ใช่ เพียรากลัวมันนักล่ะ!
" โอ้ววว พระเจ้า.." สาวน้อยน้ำตาคลอ
หันมองซ้ายขวาหาเสียงนั้นหน้าตาตื่นตระหนก ในใจภาวนาให้มีใครสักคนเข้ามา หรือเหตุการณ์ใดเข้ามาให้เธอปลอดภัย
แต่แล้ว...
เหมือนโชคชิงชัง เมื่อหนูที่ว่านั้นเดินรุดๆมาทางเธอ พร้อมทำฟุดฟิดจมูกเหมือนกำลังหากลิ่นปฏิกูลบางอย่าง
เพียราถึงกับเบิกตาโพลง
" อย่านะไอ้หนูสกปรก "เธอกัดฟันกรอด พยายามย้ายตัวหนี
ทว่า....
เหมือนยิ่งห้ามยิ่งยุ เมื่อมันวิ่งหายเข้าไปในกระโปรงบานของเธอ
" ไม่นะ กรี๊ดดดดดด!"
สิ้นเสียงนี้ เขาที่กำลังเดินมาจะถึงกับชะงักตกใจไปด้วย
"!!!!"
และซันดรูเร่งฝีเท้าทันทีในเวลาต่อมา ก่อนถีบประตู
ปึง!
" เป็นอะไร??!"
ทว่า ภาพที่เห็นกลับทำเขาต้องยืนอึ้งแทน
" เอามันออกไปที ฮือๆ เอามันออกไปให้หน่อยค่ะ"
สาวน้อยหน้าใสตรงหน้า ซึ่งนอนหงาย กำลังกอดชายกระโปรงตัวเอง เผยเพียราน้อยออกมายิ้มแฉ่งให้เห็นกันโท่งๆ
จะว่าน่าสงสารก็น่าสงสารอยู่หรอก ถ้าเธอจะเห็นใจเข้าบ้าง งดการเชิญชวนให้เขาเข้าใกล้แบบนี้
" เร็วสิคะ ยืนเฉยทำไม มันจะกัดหนูอยู่แล้วเนี่ย!"
" ท่าจะกลัวจริงๆแฮะ "
ชายหนุ่มพึมพำ ก่อนหยุดคิดอกุศลชั่วขณะ แล้วเดินไปช่วยเธอ
"ไหนล่ะ มันเข้าไปถึงไหน" ก่อนจับหมับเข้าตรงของสงวนนั้น ทำเพียราสะดุ้ง
" ไม่ได้เข้าไปในนั้น!!! " ตะปบมือเขา ส่วนอีกข้างนึงกำหนูไว้แน่น " อยู่นี่ หนูบีบมันอยู่"
" อ้าว! "
ซันดรูเปลี่ยนทิศทางมือสั่น ปล่อยจากจุดซ่อนเร้นมายังจุดที่เธอบอกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะปบมือเธอ เพื่อจะถ่ายเทหนูเจ้าปัญหามาให้เขาจับแทน
" เร็วๆซี่.."
" โอเคๆ จับมันได้แล้ว "
หญิงสาวค่อยๆปล่อยมือ ทว่าก็ยังชักช้าสำหรับเขา เนื่องจากเธอไม่เชื่อใจ ยังผวาเกรงเขาจะจับมันไม่แน่นพอ ก่อนจะถูกมือใหญ่อีกข้างนึงดึงออก
เขาขมวดคิ้วเป็นปม ช้อนตามองหน้าเธอหลีกเลี่ยงภาพนั้นที่ทำเขาต้องกลืนน้ำลายลงคอหลายอึก ทว่ากับพลาดท่าอีกรอบเมื่อเผลอไปมองตาเธอเข้า
ตาผสานตาทำทั้งคู่ชะงัก
" อะ เอ่อ..."
แต่แล้ว...
คนที่แข็งแกร่งทั้งร่างกายและความรู้สึกอย่างเขา เป็นฝ่ายที่ละสายตาเสียเอง ก่อนจะกลบเกลื่อนโดยการเอาหนูออกจากร่มผ้า แล้วหักคอทิ้ง
กรอบ!
" อย่า!..."
ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของเพียรา แต่เหมือนจะไม่ทัน
เธออ้าปากค้าง มองหนูตัวเล็กนั่น ที่ถูกฆ่าตายคามือต่อหน้าต่อตา
พลางน้ำตาคลอเบ้า
" หะ หะ ให้เอาออกไป...ปล่อย มะ ไม่ใช่ให้ฆ่าทิ้ง "
กับเสียงพูดสั่นเครือไม่เป็นศัพท์
ซันดรูหันหน้ามามอง ก่อนแค่นหัวเราะ แล้วลุกขึ้นยืน เดินมาแกะโซ่ตรวนนั่น หวังปลดเธอให้พ้นจากพันธนาการ
" สงสารมันหรือ? "
"......."
" สงสารตัวเองก่อนดีไหม "
" ทำไมคะ "
" อยากอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ ลุก! "
เปลี่ยนมาเป็นฉวยแขนเรียวแทน
