บทที่ 6
ด้วยความโกลาหล เด็กน้อยในสายตามาเฟียหนุ่ม สวมใส่มินิเดรสสีสันสดใส เหมาะสมกับวัยของเธอ บัดนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นหมองหม่น สีจืดเพราะฝุ่นที่เธอนั้นไปคลุกมา เผยความมอมแมมบ่งบอกให้เดาเหตุการณ์โดยที่ไม่ต้องอธิบายกันให้ยุ่ง
สาวเจ้าเม้มปากแน่น มองตาหญิงชรารุ่นยายแล้วหลบหลีก มือกำชายกระโปรง แทบจะขยี้ซักแห้งเพียงแค่ต้องการระบายอารมณ์กันเลยทีเดียว
...อะไรกัน
เด็กน้อยตั้งคำถาม ใช้สายตาไร้เดียงสาเว้าวอนหล่อน หลังถูกผู้ใหญ่ใจร้ายอย่างซันดรูทิ้งไว้
" มาจากไหน ทำไมบ้านช่องไม่กลับ"
แม่นมเอ่ยเสียงดุ หลังซันดรูปลีกตัวออกไปทำธุระส่วนตัว
ก่อนเพียราจะช้อนตาขึ้นมอง เธอไม่ตอบแต่เลือกที่จะส่ายหน้าแล้วเอ่ยประโยคอื่นแทน
" หนูขี้เกียจเล่าแล้วค่ะ "
ที่ทำให้ซูซู่ ถึงกับตกใจ เอามือทาบอก
" นี่!"
" ขอนอนได้ไหมคะ หนูง่วงมากเลย"
แถมอึ้ง คิดไม่ถึงกับคำพูดเด็กสาว พลางถอนหายใจ คิดในใจ ตนไม่ควรจะซักถามเด็กคนนี้ หากอยากจะรู้ควรถามฝ่ายชายจะดีกว่า
" ก็ได้.." หญิงชราพยักหน้าเบาๆ เป็นการเชิญชวนให้เธอนั้นมานอนตามคำขอ " มาสิ จัดเสร็จพอดี"
ร่างบางจึงจะนอนห่อไหล่ไปนั่งตรงหน้าหล่อน
" หนูต้องอาบน้ำไหมคะ"
" ไม่อาบแล้วนอนได้ไหมล่ะ ถ้าได้ก็นอนซะ ผ้าปูที่นอนพวกนี้ ฉันซักทุกครั้งที่แขกมาพักอยู่แล้ว"
" มีคนมาพักบ่อยงั้นหรือ"
" ก็ถ้าเพื่อนกัน เมากลับบ้านไม่ได้ก็บ่อย แต่ถ้าจะนอนกันคงไม่ต้องพึ่งพาห้องนี้ ห้องนี้ยังไม่เคยมีผู้หญิงมานอน มีแต่เพื่อนในกลุ่มของเขา "
" อ่อ แล้วเขาล่ะคะ ไปไหน.."
เพียราเปลี่ยนคำถาม ก่อนจะเม้มปากแน่นอีกระลอก เมื่อช้อนตาขึ้นพบเจอกับสายตาแกมตำหนิของแม่นม เพราะเธอถามเยอะไป
" มันใช่เรื่องของเธอที่ไหนกันเล่า นอนได้แล้ว"
" ค่ะ.." ตบท้ายด้วยสีหน้าสลด ทอดมองหล่อนจากไปเชื่องช้า
ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบแทน หลังนั่งอยู่ตามลำพัง แววตาของเธอราวกับคนอื่นที่ไม่เหมาะเลยกับเด็กมัธยมอายุย่างสิบแปดขวบวัยนี้
" ..... "
****************************************
สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่โด่งดังอยู่ในตอนนี้สั่นสะเทือนพื้น ไถก้อนกรวดพากันเคลื่อนย้ายออกจากที่เดิมเบาๆ ร่างหนาบึกบึนเต็มไปด้วยมวลกล้ามเนื้อ หัวเสียทุกครั้งที่ถูกตัดสายทิ้งเพราะไม่มีคนรับ และต้องกดโทรซ้ำทุกคราไปในนาทีเดียวกัน
" ฟัค!! "
ก่อนเสียงคำรามสั่นประสาทภรรยาเล็กภรรยาน้อย หลังโทรมากกว่าสิบสายไร้วี่แววจะถูกรับ
พลางกัดฟันกรอดเมินโทรศัพท์ที่ถูกเขวี้ยงลงพื้นไปอย่างไม่ใยดี
เพียราเหลวไหลในความคิดของเขา หารู้ไม่ลูกสาวไม่ได้อยู่ในโรงเรียน ขลุกอยู่กับเพื่อนจนเกินเวลาเฉกเช่นวันก่อนๆ
ทว่ากลับสร้างเรื่องที่น่าอับอาย ชนิดที่เขารู้ก็รับไม่ได้
เวลาผ่านไปตั้งหลายชั่วโมงขนาดนี้ ใยเพิ่งจะร้อนรนใจ คิดดูเอาเถอะ!
" ไอ้จิมกับไอ้จอร์สล่ะ "
เขาหมายถึงลูกน้องซ้ายขวาที่ไล่ให้ไปทำงานหลังส่งเธอถึงโรงเรียน แต่ไร้การติดต่อกลับในเวลาต่อมา เงียบหายไปผิดวิสัยจนน่าสงสัย
ก่อนจะหัวเสียหนัก เมื่อลูกน้องที่เหลือเอาแต่ก้มหน้านิ่ง ไม่มีใครกล้าตอบสักคน
" พวกมันหายหัวไปไหน ใครสั่งใครสอนให้มันปิดโทรศัพท์แบบนี้วะ"
" มะ ไม่รู้ครับนาย"
" มึงตอบได้แค่นี้หรือห๊ะ!! "
"...!!!"
ก่อนเสียงตวาดจะดังให้ตกใจเล่นหลายระลอก พลางดวงตาคมกริบที่จ้องไปยังประตูไม่ขาด
" เพียรา...ฮึ่ม" ใจนึกถึงบุตรสาว
ภาวนาอย่าให้เธอนั้นหางานมาให้ตนปวดกบาลเพิ่ม
สำหรับเขา...แค่นี้ก็มากพอแล้ว!
ย้อนไปเมื่อ 12 ชั่วโมงก่อน
ในห้องอาหาร ที่มีเพียงกาแฟกับขนมปังแข็งๆ เพียรากัดมันคำเดียวก่อนจะวางลงที่เดิม น้ำหนักมือที่ทิ้งลงบนจานหวังให้คนตรงหน้าผละจากหนังสือพิมพ์มาสนใจกันบ้างนั้นเหมือนไม่เป็นผล มีเพียงเสียงถอนหายใจแรงและกระดาษถูกสั่นเล็กน้อยให้ดังกรอบแกรบ
เด็กสาวกอดอกเม้มปากแน่น ไม่พอใจสูงสุดต่อการกระทำของเขา ทว่าทำได้เพียงเท่านั้น แล้วทุกอย่างต้องจบไป
เพราะคนเป็นพ่อไม่เคยมีเธออยู่ในสายตา
อย่าหาว่าแดกดัน เปล่าเลยคิดว่า...ในหัวใจเขานั้นด้วย คงไม่มีเธอหรอก...
' พ่อคะ '
' กินเสร็จก็ไปเรียนซะเพียรา อย่ามัวแต่จ้องพ่อ เวลามันไม่ได้หยุดรอลูก'
เธอจ้องหนักกว่าเก่า แทบจะเห็นแต่ตาขาว ในขณะผู้เป็นพ่อ เอาแต่สนอกสนใจพาดหัวข่าว ราวกับในนั้นเสกเงินได้
' อยากให้เวลาหยุดจังค่ะ หยุดมันตรงนี้ล่ะ เผื่อพ่อจะคอเคล็ดพิกงพิการไป ไม่ต้องหันไปสนใจอะไรอื่น'
' เฮ้ !' ได้ผล เขาวางมันลง เปลี่ยนมาสนใจเธอ ทว่าหากเลือกได้ ก็อยากเปลี่ยนสายตาที่จ้องมองมานั้นด้วย
ไม่สิ! เปลี่ยนเธอเป็นหนังสือพิมพ์จะดีกว่า
' ลูก...'
' ลูกไม่ควรพูดแบบนี้กับพ่อ ' เพียราพูดแทน ก่อนจะเบ้ปาก
ซึ่งนั่นทำให้คนตรงข้ามโกรธจัดถึงกับมองตาเธอเขม่น และเช่นเคย...
' จะไปไหนก็ไป ไป' โบกมือไล่ราวกับหมูกับหมา
เกิดปรากฏการณ์ทำเพียราน้ำตาคลอเบ้า เธอจ้องเขม็ง พลางเบ้ปากจริงจัง
' ได้ค่ะ ได้เลย ' ลุกจากโต๊ะรุนแรง ทำท่าจะหันหลังเดิน ในขณะที่ผู้เป็นพ่อยังคงนิ่งงัน
เพียราหยุดชะงัก กัดปากข่มเสียงสะอื้นไว้
' หนูก็แค่อยากให้พ่อสนใจหนูบ้าง!!'
' สนใจงั้นเหรอ? แล้วทุกวันนี้เขาเรียกว่าอะไร'
' ไม่ใช่สนใจแบบนี้ '
ทว่า กลับต้องหลุดออกมาเพราะประโยคพล่อยๆนี้
' เพียราพ่องานยุ่ง! '
' ฮึก..'
เธอจ้องหน้าเขาอยู่นาน ก่อนจะปาดน้ำตาแล้วเดินออกไป
แต่ไม่วายทิ้งไว้อีกประโยคหนึ่ง...
' ไม่เป็นไรค่ะพ่อ ต่อแต่นี้ไป หนูจะทำให้พ่อสนใจแต่หนู แล้วพ่อจะคิดถึงหนูแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยคอยดู จะไม่มีเวลามาอ่านหนังสือพิมพ์บนโต๊ะอาหารทั้งที่ควรทานข้าวพร้อมหนูแล้ว กับแม่เลี้ยงอีกสิบ พ่อก็จะไม่มีเวลาแม้แต่จะปีนขึ้นเตียง '
' เพียรา!!'
ผ่านพ้นเที่ยงคืน ประตูบานไม้สีดำค่อยๆถูกแง้มออก เป็นประตูเดียวกันกับบานที่เธอเปิดเข้ามาเมื่อตอนค่ำ ข้างหลังคือห้องกว้างขว้างถูกตกแต่งแนวดาร์กเพื่อรับรองแขก ส่วนใหญ่ก็มีแต่เพื่อนเจ้าของบ้านเท่านั้นที่มาพัก ซึ่งนั่นได้กลายเป็นอดีตไปแล้วเมื่อไม่กี่เดือนก่อน
ดวงตานิ่งสงบ ทว่าสุดในลึกแฝงความดุดันเอาไว้เพ่งมองเธอ สาวน้อยที่นอนขดคู้อยู่บนเตียงผ้าปูผืนสีขาว ที่แปลกสุด คือหล่อนไม่กระเถิบตัวไปนอนตรงกลาง แต่กลับเว้นพื้นที่ว่างเหลือเอาไว้ราวกับรอให้ใครมานอนด้วย มิหนำซ้ำอุ้งมือบางข้างหนึ่งล้วงเข้าไปซุกใต้หมอน บ่งบอกให้รู้ว่าเด็กคนนี้ขาดความรักความอบอุ่นแค่ไหน
....ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
ซันดรูค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ มองฝ่าความมืดไปยังใบหน้าเสี้ยวข้างที่มีเส้นผมปรกปิดรุงรัง เห็นเพียงปลายจมูกโด่งยื่นล้ำออกมาพอให้รู้ถึงความจิ้มลิ้ม
ก่อนใช้นิ้วชี้เกลี่ยมาทัดหูให้ เผลออมยิ้มไปกับความน่าเอ็นดูยามหลับที่มันต่างลิบกับตอนตื่นนั่น เธอช่างแก่นกะโหลกกะลาไม่กลัวใครเหนือหญิงอื่นที่เขาเคยพบพาน
" ... ฉันจะให้เวลาเธอได้พักผ่อนให้นานที่สุดและเต็มที่ เผื่อตื่นมาตอนเช้า... เธออาจจะทุกข์จนนอนไม่หลับอีกเลยก็ได้ ฝันดีสาวน้อย "
ไม่รู้จะสงสารหรือสมเพชดี หากย้อนนึกถึงเหตุผลที่เขานั้นกำลังทำอยู่ เป็นแผนการเหนือแผนการที่เด็กอย่างเธอไม่มีทางได้รู้....
หรือเข้าใจ กระจ่างแน่ๆ นั่นเพราะมันสมองบวกวัยวุฒิ..ต่างกัน
ซันดรูส่ายหน้าเชื่องช้า ผละจากร่างบางมายืนมองนิ่ง ในท่าที่เท้าสะเอวนั้นบ่งบอกให้รู้เป็นอย่างดีว่าเขาเองก็วิตกกังวล
" จะจับเรียกค่าไถ่ก็เหมือนจะกระจอก จะฆ่าทิ้งก็ดูใจดำไป จะทำยังไงให้พ่อเธอโกรธจนเส้นเลือดในสมองแตกตายดีนะเพียรา... ให้สมกับความเลวที่มันเคยก่อ"
ซึ่งหากถึงขนาดยืนพูดคนเดียวต่อหน้าร่างที่หลับลึกได้ ความเครียดนี้ของเขาคงใช่ย่อย
" ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ที่ทำให้เธออยากอยู่กับฉัน ฉันจะถือว่านี่คือโอกาส "
"......."
" เพียงแค่ลูกสาวมานอนอยู่ตรงนี้ ก็เหมือนหยามกันมากแล้ว "
ก่อนจะโน้มตัวลงไปหา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้
" ดังนั้น อย่าได้เสียใจภายหลัง หากวันนึงต้องกำพร้าพ่อ "
"....."
แล้วจุมพิตเบาๆที่ขมับเธอทีนึง
" เพราะฉันจะเป็นพ่อแทนมันเอง ... "
