Chapter 4 คำชมจากเจ้าชายน้ำแข็ง
Chapter 4
คำชมจากเจ้าชายน้ำแข็ง
วันต่อมา
ฉันหลังจากที่เรียนเสร็จก็แยกย้ายกับพราวฟ้าที่ปัจจุบันอัพเกรดมาเป็นเพื่อนสนิทแล้ว งี้แหละค่ะ ฉันทำความรู้จักกับคนง่าย เจอเมื่อวานวันนี้สนิทแล้ว
ตอนนี้ฉันเดินเข้ามาที่ลานกิจกรรมคณะวิศวะพร้อมกล้องคู่ใจ พร้อมพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย
“วันแรกก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว นี่ยังจะต้องมาวันที่สองอีก…ค่ารถเขานี่แพงขนาดฉันต้องทำงานเป็นเดือนเลยหรือไง!”
ร่างสวยในชุดนักศึกษาแขนสั้นสีขาวเสื้อรัดพอตัว กับกระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเยอะสีดำ พร้อมกับเข็มขัดหนังสีน้ำตาล แม้จะเพิ่งขึ้นปีหนึ่ง แต่โชคดีที่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนจึงไม่ได้มีกฏเรื่องการแต่งตัวมากนัก ฉันก็เลยจัดการแต่งตัวสวยแซ่บเข้ามาเรียนตั้งแต่วันแรกแม้อุปกรณ์จะพะรุงพะรังแต่ฉันก็จิกส้นสูงสีครีมคู่สวยใส่มาเรียนนะคะ
เดินไปเรื่อนๆจนถึงจุดนัดหมาย แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่าลานกิจกรรมดูยุ่งเหยิงยิ่งกว่าวันก่อน โต๊ะและอุปกรณ์หลายอย่างกระจัดกระจาย ส่วนกลุ่มนักศึกษาก็เดินไปมาด้วยความเร่งรีบ
“นี่มันอะไรกัน?” ฉันถามตัวเองด้วยความสงสัย
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง ร่างสูงกว่า 180 เซนติเมตรในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีแดง ที่วันนี้ดูจะยับยู่ยี่และเลอะเทอะกว่าปกติ ประโยคทักทายประโยคแรกของเขาเหมือนกับเมื่อวานไม่มีผิด
“สายอีกแล้ว?”
ฉันสะดุ้งเฮือกสุดตัว หันไปเจอพี่เบย์แบดในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีแดงกับกางเกงยีนส์สีซีดที่เปื้อนคราบน้ำมันเล็กน้อย เขายืนกอดอกมองฉันเหมือนเคย ดวงตาหล่อคู่คมกริบจ้องมา ท่าทางและหน้าตาที่แม้จะหล่อมากแต่ก็แฝงไปด้วยความหยิ่งยโสอย่างที่ไม่ควรเป็น...หล่อแต่หยิ่ง!
“หนูไม่ได้สาย พี่เบย์ต่างหากที่ไม่ได้บอกว่าต้องมาเร็วขนาดนี้”
ฉันเถียงกลับ ก็พูดจริงนี่นา เขาแค่บอกว่าเจอกันพรุ่งนี้ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าต้องเจอกันกี่โมง ฉันเลิกเรียนเสร็จก็เลยเอ้อระเหยหาน้ำปั่นกินก่อนค่อยมาที่นี่ โชคดีนะที่คณะนิเทศของฉันอยู่ไม่ไกลจากคณะวิศวะ แทบจะติดกันเลยด้วยซ้ำ ถูกกั้นกลางเอาไว้แค่คณะสังคมศาสตร์
“ถ้าเธอจริงจัง เธอจะมาถึงก่อนเวลานัด” พี่เบย์แบดตอบเรียบ ๆ แล้วเดินผ่านฉันไป และแน่นอนว่ามันทำให้ฉันไม่พอใจ! เอะอะก็ว่ากันอีกแล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเรื่องรอยขนแมวที่รถให้เขานะ ฉันชิ่งไปแล้ว งานก็เยอะ เรียนก็เยอะ เรื่องอะไรจะต้องมาเสียเวลากับเขากันล่ะ!
งานโปรเจกต์ใหญ่ของคณะ
ฉันเดินตามพี่เบย์แบดไปยังจุดที่กลุ่มนักศึกษากำลังทำงานอย่างเร่งรีบ มือเรียวเล็กก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายไปด้วย พลางมองพี่เบย์ที่คอยควบคุมงานทุกอย่างด้วยความสงสัย
“นี่พวกพี่กำลังทำอะไรกันเหรอคะ?” ฉันถาม
นักศึกษาคนหนึ่งในชุดช็อปสีแดงหันมาบอกด้วยสีหน้าเครียด
“โปรเจกต์งานแสดงเครื่องจักรที่ต้องส่งพรุ่งนี้น่ะสิ รุ่นพี่บอกให้ทำ แต่ดันมีปัญหาที่ระบบเครื่องยนต์”
ผู้ชายคนนั้นตอบ ดูท่าว่าจะเป็นรุ่นน้องของพี่เบย์แบดอีกที แต่ว่ามีเสื้อช็อปใส่แล้ว บวกกับลงมือด้านงานปฏิบัติการแล้ว ฉันเลยขอเดาว่าน่าจะอยู่ชั้นปีที่สองนะ
“แล้วพวกพี่ก็ต้องแก้ให้ทันใช่ไหม?” ฉันถามต่อ
“ใช่” นักศึกษาปีสองคนนี้ตอบพลางถอนหายใจ
ฉันจ้องมองเจ้าเครื่องจักรกลที่มีปัญหาด้านระบบเครื่องยนต์นั้นอย่างสนอกสนใจ จะว่าไปการถ่ายวิดีโอหัวข้อนี้ก็ดีเหมือนกันนะ อาจจะเพิ่มเอ็นเกจเม้นให้กับช่องของฉันก็ได้
ฉันหันไปมองไปพี่เบย์แบดที่ยังคงนิ่งสงบและควบคุมสถานการณ์อย่างมืออาชีพ แหม อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในใจจริงๆ
“เขาดูเก่งจัง…” ถึงปกติจะเงียบขรึมมากก็เถอะ
หล่อจังเลย ยิ่งเขาตั้งใจ ยิ่งมีสมาธิจดจ่ออยู่กับอะไรบางอย่างยิ่งทำให้ดูมีเสน่ห์ ไม่รอช้าฉันรีบเก็บภาพนั้นเอาไว้รัวๆ วิดีโอก็ถ่าย ไหนจะแอบควักโทรศัพท์มาถ่ายภาพนิ่งอีก
ฉันเพิ่งเข้ามาเรียนจึงยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยนี้มากนัก แต่เดาได้เลยว่าพี่เบย์แบดคนนี้จะต้องเป็นคนฮอตในคณะอย่างแน่นอน ดวงหน้าคม ดวงตาเรียวรี มือที่ตอนนี้ใส่ถุงมือแล้วกำลังจับสายไฟที่เครื่องจักรกลนั้นเอาไว้ ดูเท่ระเบิดไปเลย
ระหว่างที่ถ่ายคลิปอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันก็เผลอเดินเข้าไปในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยชิ้นส่วนเครื่องจักรกลโดยไม่ได้ระวังตัว
“ระวัง!” เสียงของพี่เบย์แบดดังขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินมาดึงแขนฉันออกจากพื้นที่เสี่ยง
ฉันมองเขาด้วยความตกใจ
“หนู…ขอโทษ หนูไม่รู้ว่ามันอันตราย”
ฉันรีบ ตอบออกไปในทันที ไม่คิดจริงๆว่าจะเป็นอันตราย มัวแต่เก็บภาพเพลินไปสักหน่อย ไม่ได้เก็บภาพการซ่อมเครื่องจักรเพลินหรอก เก็บภาพใบหน้าหล่อๆของพี่เบย์แบดเพลินซะมากกว่า
“เธอน่าจะใช้ตาดูมากกว่าปากพูด” พี่เบย์แบดพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ดวงตาของเขามีแววเป็นห่วงเล็กน้อย
ฉันกัดฟันแล้วเชิดหน้าขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“หนูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”
“งั้นก็อยู่เฉย ๆ ถ้าช่วยอะไรไม่ได้” เขาตอบกลับ แล้วปล่อยมือจากแขนฉัน
ฉันยืนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ
“ก็ได้…แต่หนูจะช่วยในแบบของหนู”
ฉันมองสถานการณ์รอบตัว ดูแล้วคิดว่าฉันไม่จำเป็นต้องช่วยซ่อมเครื่องจักร แต่ฉันสามารถใช้ความสามารถด้านการถ่ายวิดีโอของฉันเพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจทีมได้นี่ จริงมั้ย!?
เมื่อคิดได้ฉันก็เริ่มถ่ายวิดีโอเล็ก ๆ เกี่ยวกับความตั้งใจและความพยายามของนักศึกษาวิศวะเครื่องกล พร้อมใส่คำพูดปลุกใจที่ฉันแต่งสด ๆ ลงไปในคลิป
“พวกพี่ทำได้แน่! สู้ๆนะคะทุกคน! พวกพี่กำลังพิสูจน์ให้คนภายนอกเห็นว่าคณะวิศวะของมหาวิทยาลัยแอชตันเจเคคือที่สุด!”
เสียงของฉันดังไปทั่วลานกิจกรรมของคณะวิศวะ นักศึกษาหลายคนหันมามองฉันด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ รู้สึกมีกำลังใจเพิ่มขึ้น ดีใจจังที่พลังบวกของฉันทำให้ทุกคนยิ้มได้
เบย์แบดมองเธอจากระยะไกลโดยไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป
“นั่นรุ่นน้องมึงเหรอวะไอ้เบย์?”
ซีเค เพื่อนสนิทสุดแสนรักเพียงคนเดียวในชุดช็อปวิศวะสีแดงของเบย์แบดเอ่ยขึ้น ผมสีน้ำตาลอ่อนแสดงให้เห็นถึงความเป็นลูกครึ่ง ดวงตาสีเขียวหม่น ปากได้รูปคลี่ยิ้มขึ้นอย่างสนอกสนใจในตัวรุ่นน้องคนนั้น
“เด็กนิเทศ เอามาช่วยถ่ายคลิป”
“อ๋า เข้าใจละ ที่บ้านสั่งมึงมาสินะให้หาทางโปรโมตคณะ คนจะได้เข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้เยอะๆ”
“...”
ยังคงไม่ตอบอะไร แต่จ้องมองไปทางรุ่นน้องปีหนึ่งที่แสนจะสดใส เธอกำลังเก็บภาพวิดีโออยู่ยังมีความสุขพร้อมกับพากย์เสียงไปด้วย
การถ่ายทำวิดีโอโปรโมตของคณะวิศวะหมดไปอีกวัน ฉันยังคงนั่งตัดต่อวิดีโอในโทรศัพท์อยู่ที่มุมลานกิจกรรม ขณะที่นักศึกษาคนอื่นเริ่มทยอยกลับ
พี่เบย์แบดเดินเข้ามาหาฉัน
“เธอควรกลับหอได้แล้ว”
“หนูอยากให้วิดีโอนี้เสร็จก่อน แล้วพรุ่งนี้จะได้ปล่อยให้ทุกคนดู” ฉันตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้น
พี่เบย์แบดนั่งลงข้าง ๆ เขาเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น
“วันนี้เธอทำได้ดี”
เอ๊ะ นี่เขาชมฉันอย่างนั้นเหรอ ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อเอาซะเลย
ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจ
“นี่พี่เบย์ชมหนูเหรอ?”
“แล้วแต่จะคิด” เขาตอบเรียบ ๆ
ฉันคลี่ยิ้มขึ้นมาบาง ๆ
“แต่หนูก็จะเก็บเอาไว้ในใจนะคะ ว่าครั้งหนึ่งคนเย็นชาอย่างพี่เบย์เคยชมหนู ภูมิใจจัง”
พี่เบย์แบดเหลือบมองฉัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
