Chapter 2 เธอต้องรับผิดชอบ
Chapter 2
เธอต้องรับผิดชอบ
@ลานจอดรถมหาวิทยาลัย
ฉันยังคงยืนอึ้งกับคำพูดของผู้ชายที่เพิ่งเดินจากไป เขาบอกให้ฉัน ‘ถ่ายคลิปโปรโมตคณะวิศวะ’ แทนการจ่ายค่าซ่อมรถ แถมยังพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนจะไม่มีทางให้ฉันปฏิเสธได้
“เอาวะวาวา ก็ยังดีกว่าต้องจ่ายเงิน ไอ้เจ้ารถคันนี้ค่าทำสีมันก็คงจะแพงหูฉี่”
ฉันพึมพำเบา ๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองตามแผ่นหลังของเขาไปจนลับตา เกิดมาพึ่งเคยเจอคนที่มีรังสีความเย็นชาได้ขนาดนี้ แค่ยืนใกล้ก็เสียวหลังได้
ฉันลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมาเช็กว่ามันยังใช้งานได้ไหม โชคดีที่ไม่มีอะไรเสียหาย
“เฮ้อ…อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเงินค่าซ่อมกล้องเพิ่มอีก”
ฉันรีบเก็บอุปกรณ์เข้ากระเป๋าแล้วเลิกถ่ายทำก่อนจะรีบก้าวขาฉับไวเดินไปยังตึกคณะนิเทศศาสตร์เพื่อที่จะเข้าเรียนในวันแรก ฉันเดินทางมาจากหอในของมหาวิทยาลัยโดยการปั่นจักรยานสีชมพูหวานแหววคู่ใจ โชคดีที่ได้ทุนการศึกษาเรียนฟรีและอยู่หอฟรีจากมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งนี้
ฉันเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนแอชตันเจเคได้จากการยื่นรอบพอร์ตโฟลิโอ ด้วนความสามารถในฐานะอินฟลูเอ็นเซอร์ที่มีผู้ติดตามถึง 300,000 subscribe และยอดเอ็นเกจเม้นที่ได้รับในช่วงหนึ่งปีหลังที่ผ่านมานี้เป็นไปในทิศทางที่ดี นั่นทำให้ฉันได้เข้ามาเรียนที่นี่ด้วยทุนมหาวิทยาลัย
ฉันเดินขึ้นมาบนตึกเรียนและนั่งอยู่ในห้องเรียนพร้อมกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จักกันได้ไม่นาน พราวฟ้า เด็กสาวร่างเล็กที่ดูเป็นคนพูดเก่งและกระตือรือร้นสุด ๆ น่ารักจังเลย
“จริงเหรอวาวา? เธอไปทำรถหรูเป็นรอยงั้นเหรอ?”
พราวฟ้าอ้าปากค้างหลังจากฟังเรื่องราวที่ฉันเล่าให้ฟัง มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้เอง
“ใช่…มหาลัยนี้มีแต่เด็กรวยๆทั้งนั้นเลยเนอะ ขับรถคันสามสิบล้านมาเรียนได้”
ฉันส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ถึงแม้จะไม่ต้องรับผิดชอบเป็นการจ่ายเงิน แต่ก็ต้องไปถ่ายวิดีโอโปรโมตคณะให้กับเขา ดวงตากลมโตกรอกไปมาอย่างรู้สึกเบื่อหน่าย เส้นผมสีดำขลับกับหน้าม้าของฉันถูกปล่อยลงมา แน่นอนว่าฉันสวยมากค่ะ ถ้าไม่สวยคงเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์และคนติดตามมากขนาดนี้ไม่ได้ อิอิ (นานทีขอชมตัวเองหน่อยนะคะ)
“รู้มั้ย เขาให้ฉันรับผิดชอบด้วยการไปถ่ายคลิปโปรโมตคณะวิศวะด้วยนะ”
“ฮึ้ย แบบนี้ก็ได้ใกล้ชิดพี่เขาอ่ะสิ” พราวฟ้าหัวเราะคิกคัก
“แต่ฉันไม่ได้อยากไปถ่ายให้หรอกนะ” ฉันทำหน้ามุ่ย แต่เอาเถอะ ถึงจะทำหน้ามุ่ยความสวยของฉันก็คงจะไม่ลดลง หลงตัวเองอีกละเรา
“เขาทั้งเย็นชา ทั้งขี้เก๊ก” ฉันบ่นอุบ
“อยากเจอจังเลยน๊า รุ่นพี่วิศวะที่ขับรถซูเปอร์คาร์คันหรู แค่คิดก็คงจะหล่อมากแล้ว”
เธอพูดพร้อมยักคิ้วแล้วหยิบปากกาไอแพดมาควงเล่น
“เขาคงเป็นเหมือนไอดอลของมหาวิทยาลัยเลยนะ ใคร ๆ ก็คงอยากเข้าใกล้เขา เรียนวิศวะ มีรถหรูขับ โอ๊ย...ใจละลาย”
ยังไม่ทันจะรู้ว่าเป็นใคร หน้าตา สีผิว ส่วนสูง เป็นยังไง แต่ยัยพราวฟ้าก็จินตนาการเกินร้อยไปแล้ว ฉันถึงกับต้องส่ายหัวไปมาอย่างอ่อนใจในความบ้าคนหล่อของเพื่อนใหม่คนนี้
“แต่ฉันไม่อยากเลยสักนิด” ฉันยืนยันหนักแน่น ไม่เห็นอยากจะเข้าใกล้ตาบ้านั่นเลย
ลานกิจกรรมคณะวิศวะ
ช่วงบ่าย
ฉันมาถึงคณะวิศวะพร้อมกับกล้องในมือ ฉันได้รับข้อความจากผู้ชายคนนั้น เขาบอกให้ฉันมาที่นี่เพื่อถ่ายทำคลิปวิดีโอโปรโมตคณะ
“เขาจะให้ฉันถ่ายอะไรล่ะเนี่ย…” ฉันบ่นพึมพำขณะมองไปรอบ ๆ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลัง
“สายไปสองนาที”
ฉันหันไปเห็นร่างสูงยืนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของเขานิ่งเฉยตามเคย มีแต่ความหล่อที่ตะโกนออกมาดังๆ แต่สายตากลับคมกริบเหมือนกำลังจับผิดตัวฉันอยู่ เหอะๆ มาถ่ายให้ฟรีก็ดีแค่ไหนแล้ว
“หนูมาสายนิดเดียวเองนะคะ” ฉันโต้เถียง
เมื่อเขาเงียบจึงรีบพูดประโยคถัดไปทันที ดวงตากลมโตจ้องมองไปที่ดวงตาเรียวรีคมกริบที่แสนจะเย็นชาราวกับคนไร้หัวใจ ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีแดงยังคงจ้องมองฉันอยู่
“แล้วหนูก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องถ่ายอะไร”
“ตามมา” เขาพูดสั้น ๆ ก่อนเดินนำไปฉันไปอีกทางหนึ่ง พูดน้อยราวกับว่าดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากจริงผู้ชายคนนี้
ฉันเบ้ปากเบา ๆ ก่อนเดินตามเขาไปจนถึงลานกิจกรรมที่มีนักศึกษาคณะวิศวะหลายคนกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ ดูท่าว่ากำลังจะทำกิจกรรมรับน้องเด็กปีหนึ่งที่เป็นเฟรชชี่เข้ามาใหม่
“วันนี้เธอจะต้องถ่ายคลิปเกี่ยวกับการทำงานกลุ่มของคณะวิศวะ”
เขาพูดพร้อมยื่นแฟ้มข้อมูลบางอย่างมาให้ ข้อมือแกร่งมีสร้อยข้อมือสีดำสวมอยู่ด้วย เขาเจาะหูเล็กๆด้วยจี้สีดำด้วยล่ะ ดูมีเสน่ห์จัง...แต่ความหล่อนั้นก็ไม่อาจชนะความเย็นชาได้หรอก
ฉันละสายตาจากใบหน้าหล่อนั้นแล้วเปิดแฟ้มดูอย่างงุนงง
“นี่มันอะไรกันคะ?”
“สคริปต์ที่ต้องพูดในคลิป”
“ฮะ!? หนูต้องพูดด้วยเหรอ?”
“ใช่ เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์? งั้นก็ต้องใช้ความสามารถของเธอให้เป็นประโยชน์”
ฉันนี่ถึงกับอ้าปากค้าง บลีฟงานมาขนาดนี้ปกติก็ต้องจ่ายเงินให้หนักหน่อยนะ นี่กะจะให้ฉันทำให้ฟรีๆเลยงั้นเหรอ? ยัยวาวามันก็ ต้องกิน ต้องใช้นะจ๊ะ จะบอกให้
“นี่มันเกินไปแล้ว! หนูนึกว่าจะมาแค่ถ่ายคลิปเฉย ๆ!”
ถ่ายคลิปเฉยๆแล้วให้เขาเอาไปเผยแพร่โปรโมตเอง ฉันอุตส่าห์ใจดีจะถ่ายแล้วก็ตัดต่อให้ด้วย แต่นี่ถึงกับต้องมีสคริปต์นี่มันหมายความว่ายังไงกันล่ะ?
“นี่คือสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบ” เขาตอบเสียงเรียบ ๆ ก่อนจะเตรียมเดินเข้าไปในกลุ่มนักศึกษา
“ดะ เดี๋ยวสิ!”
ฉันเรียกเอาไว้ ขาเรียวยาวที่กำลังจะเดินเข้าไปในกลุ่มนักศึกษาที่กำลังทำงานกลุ่มกันอยู่ถึงกับชะงักลง
“อะไร?”
“แล้วสรุปพี่ชื่ออะไร เรียนอยู่สาขาอะไรคะ หนูชื่อวาวานะ”
ยังไงก็ต้องแนะนำตัวไว้ก่อนสิ ไม่งั้นก็คงจะเรียกกันไม่ถูก จริงไหม?
“เบย์แบด วิศวะเครื่องกลปีสาม”
เสียงทุ้มตอบเรียบนิ่งก่อนจะหันกลับไปแล้วก้าวขายาวๆ เดินเข้าไปในกลุ่มนักศึกษาไม่รอให้ฉันได้ตอบรับหืออืออะไรอีก ตาบ้านี่ วันนึงพูดได้กี่ประโยคฉันอยากจะรู้นักเชียว
“คนบ้าอะไรชื่อเบย์แบด” ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองเอาไว้แน่นด้วยความหงุดหงิด แต่สุดท้ายก็ต้องยอมทำตาม ฉันเริ่มตั้งกล้องและปรับอุปกรณ์อย่างตั้งใจ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำบ่น
เอาเถอะ! เสร็จจากตรงนี้ก็คงจะจบหน้าที่ฉันแล้วสินะ จะได้กลับไปพักผ่อนที่หอนอนสักที
มาอยู่ที่นี่ความสะดวกสบายก็ไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่ ด้วยงบประมาณที่บ้านมีให้อย่างจำกัดทำให้ฉันต้องนอนหอในของมหาวิทยาลัยที่มีรูมเมทถึงสี่คน นี่ยังต้องมาลำบากกายถ่ายงานให้ตานี่เพื่อแลกกับค่าเสียหายเรื่องรอยที่เกิดขึ้นของรถซูปอร์คาร์คันหรูของเค้าอีก
เวรซ้ำกรรมซัดจังเลยนะยัยวาวาเอ๊ย!
