บท
ตั้งค่า

ตอนที่6 คนที่ไม่ควรเผลอใจ

หญิงสาวตัวเล็กหุ่นนาฬิกาทรายในชุดนอนสีหวาน เดินลงมาจากห้องนอนได้เธอก็รีบเลี้ยวเข้าไปยืนพิงของประตูของห้องครัว ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยเสน่ห์จับจ้องไปยัง ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ในครัวที่กำลังขยับไปมาอย่างคุ้นเคย แขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง ทุกการเคลื่อนไหวดูนิ่ง มั่นคง และน่าหลงใหลในแบบที่ไม่ต้องพยายาม

หมอหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาวัยสามสิบห้าที่เธอเรียกว่าอา เขาไม่มีสายเลือดใดเกี่ยวข้องกับเธอเลย ทว่ากลับมาต้องดูแลเธออย่างใกล้ชิดหลังจากเธอสูญเสียพ่อที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตไป เขาให้ความอบอุ่น ให้คำปรึกษา เธอสามารถคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวที่เธอไม่กล้าพูดออกไปตอนนี้ก็คือ เธอรู้ตัวแล้วว่ากำลังรู้สึกหลงรักเขา อย่างที่ห้ามหัวใจไม่ได้ แม้นว่ามันไม่ควรก็ตาม

เนตรชนกรู้ตัวดีว่าหัวใจของเธอกำลังรักเขาเต็มอก รักจนไม่เหลือพื้นที่ให้ถอยกลับในเวลาอันรวดเร็ว

เธอเดินเข้ามายืนพิงเคาน์เตอร์ครัวขนานกับแผ่นหลังของเขา สายตายังคงมองกันต์นทีที่กำลังทำอาหารให้เธอไม่วาง

เธอยังคงจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเขา หมอหนุ่มละมือจากการคนหม้อข้าวต้มมาหยิบหอมผักชีที่ล้างเตรียมเอาไว้ลงเขียงก่อนจะหั่นอย่างไม่ค่อยชำนาญนัก

เนตรชนกจ้องไปยังนิ้วที่จับมีดอย่างคล่องแคล่ว มองข้อมือที่ขยับเบาๆ เวลาเขาหั่นผัก หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่มันเป็นเพียงภาพธรรมดา ทว่ากลับทำให้เธอหวั่นไหวอย่างน่าอาย

สาวเจ้ายกมือทั้งสองกุมพวงแก้มของตัวเองเบาๆ นี่เธอกำลังคิดอะไรลามกกับเขาอยู่หรือเปล่าเนี่ย

“หิวไหม”

เขาหันมาสบตาพร้อมถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ทำให้เธอไม่กล้าที่จะสบตากับเขาได้นาน ด้วยรู้สึกกลัวว่าเขาจะมองเห็นความรู้สึกที่ล้นอยู่ในนั้น

“ก็ นิดหน่อยค่ะ”

“รออาเดี๋ยวนะ ใส่หอมผักชีลงไปก็เสร็จแล้ว”

“เดี๋ยวตะวันช่วยค่ะ” เอ่ยจบก็รีบไปเตรียมถ้วยมาวางไว้ใกล้มือของเขา จากนั้นก็หันไปเตรียมน้ำวางเอาไว้บนโต๊ะรับประทานอาหาร เช่นปกติของทุกวันที่เคยทำมาสองเดือนกว่าแล้ว

หลังการสูญเสียพ่อ เนตรชนกคิดว่าความอบอุ่นที่เคยได้จากคนเป็นพ่อคงไม่มีอีก ทว่ากันต์นทีคือคนที่ทำให้เธอกลับมายิ้มได้ และรู้สึกว่าตัวเองยังมีใครสักคนอยู่ข้างๆ ให้ความอบอุ่นห่วงใย เป็นที่พึ่งให้เธอไม่เคว้งคว้างได้

แต่ความใกล้ชิดและเอาใจใส่ดูแลของเขากลับทำให้เธอรู้สึกว่าไม่อยากเรียกเขาว่าอา แม้นเขาไม่ได้มีสายเลือดข้องเกี่ยวกับเธอแม้แต่ทางเดียว ทว่าเพราะคำว่า “อา” เหมือนกำแพงใหญ่ขวางกั้นไม่ให้เธอกล้าที่จะเผยความจริงในใจกับเขา

หลังมื้ออาหารค่ำเนตรชนกเลือกที่จะชวนกันต์นทีนั่งดูหนังด้วยกันในห้องนั่งเล่น ไฟในห้องถูกหรี่ลงเหลือเพียงแสงสว่างของทีวีจอแบนขนาดใหญ่

กันต์นทีและเนตรชนกนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันแต่ก็นั่งอยู่คนะละมุม หนังสยองขวัญดำเนินไปเรื่อยๆ ความน่ากลัวทำให้เนตรชนกขยับจนตัวชิดกับอาหนุ่มของเธอ

เมื่อเนื้อตัวของหญิงสาวสัมผัสเข้าแนบชิด กันต์นทีก็เริ่มทำตัวไม่ถูก

“กลัวเหรอ” เขาถามเสียงเบาเมื่อเห็นเธอกอดหมอนแน่นอีกทั้งยังทิ้งตัวพิงทิ้งน้ำหนักมาที่เขาทั้งตัว

“นิดหน่อยค่ะ”

“ขนาดนี้ยังจะว่านิดหน่อยอีก” เอ่ยพร้อมวาดแขนโอบหัวไหล่มนเอาไว้หลวมๆ เห็นแววตาของเธอเขาก็รู้แล้วว่ากลัวแค่ไหน ทว่าในไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็รู้ตัวเองว่าเขาได้ทำบางอย่างพลาดไป

ตอนนี้เนตรชนกเอียงหัวซบอกของเขา หากเธอใกล้กว่านี้อีกเพียงนิด หัวใจของเขาได้เต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอกแน่

“เอ่อ...อาว่า”

“อะไรเหรอคะ”

“ดึกแล้ว พรุ่งนี้อาต้องเข้าบริษัทแต่เช้า เราไปนอนกันก่อนแล้วมาดูต่อวันหลังดีไหม”

“ตะวันก็ว่าอย่างงั้นค่ะ ถ้าตะวันดูต่อคงกลัวจนนอนไม่หลับแน่”

ทั้งสองแยกย้ายกันเข้าห้องนอน เนตรชนกทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างและกอดหมอนเอาไว้แน่น ที่อยากขึ้นมาห้องนอนไม่ใช่เพราะกลัวสิ่งใดในหนังที่ดูมากขนาดนั้น ทว่าสิ่งที่กลัวเป็นความสั่นไหวในอกต่างหากที่รุนแรงยิ่งกว่าฉากสยองขวัญใดๆ กลัวเหลือเกินว่าจะเผลอสารภาพความในใจกับเขาในขณะที่ยังไม่ได้ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของความลังเลที่อบอวลอยู่ในใจ เนตรชนกแทบไม่ได้นอนหลับตลอดทั้งคืน ความคิดวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอควรหรือไม่ควรเอ่ยบอกความในใจกับกันต์นทีดี ทั้งที่เขาได้ชื่อว่าเป็นคุณอาของเธอ หากลึกลงไปในหัวใจก็รู้ดีว่าเขาไม่ได้มีสายเลือดเดียวกับเธอแม้แต่น้อย

ยิ่งคิดก็ยิ่งหาทางออกไม่ได้ สุดท้ายหญิงสาวจึงตัดสินใจหาตัวช่วย และคนที่เหมาะสมที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเพื่อนสนิททั้งสอง คนหนึ่งผ่านเรื่องความรักมาแล้ว ส่วนอีกคนก็เชี่ยวชาญในการมองทะลุความรู้สึกของผู้อื่น

เนตรชนกนั่งรถสาธารณะมายังร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร ร้านอาหารที่เธอเคยมาพร้อมกับคนเป็นพ่ออยู่บ่อยครั้งเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิต ที่นี่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายใหญ่ใจกลางกรุง สถานที่แห่งนี้เหมาะจะเป็นที่พักใจและหาคำตอบ เธอตั้งใจว่าจะต้องได้ข้อสรุปให้ตัวเองภายในวันนี้ ไม่อยากปล่อยให้ความลังเลฉุดรั้งหัวใจอีกต่อไป

“ตะวัน มาแล้วเหรอ ฉันสั่งอาหารไว้แล้ว มานั่งก่อนสิ” เสียงของปัญธิดาดังขึ้นพร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวเจ้าของดวงตาโฉบเฉี่ยว หน้าอกหน้าใจอวบอิ่มซึ่งเจ้าตัวไม่เคยปิดบังว่าหมอที่คลินิกของตัวเองเป็นคน ‘จัดสรร’ ให้ เมื่อเห็นเนตรชนก เธอก็รีบลุกขึ้นมาคว้ามือเพื่อนลากไปนั่งข้างๆ

“อืม แล้วถิงถิงล่ะ” เนตรชนกถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ

“ไปเข้าห้องน้ำน่ะ ว่าแต่เรียกพวกฉันมาด่วน มีเรื่องอะไรล่ะ”

“รอถิงถิงมาก่อน ค่อยคุยทีเดียว”

“บอกตอนนี้ไม่ได้เหรอ อยากรู้จนจะขาดใจอยู่แล้วนะ” ปัญธิดาบุ้ยปากบ่นอู้อี้

เนตรชนกเพียงส่ายหน้าน้อยๆ เธอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ใจร้อน แต่เรื่องในใจของเธอไม่อยากพูดซ้ำหลายรอบ

“โอ๊ย คนสวยเซ็ง…อ้าว นั่นไง ถิงถิงมาแล้ว”

“ว่าไงจ๊ะ เรียกพวกฉันมาด่วน มีเรื่องอะไรเหรอ” ถิงถิง สาวแว่นหน้าหมวยเจ้าของพวงแก้มกลมราวซาลาเปา ลูกสาวเจ้าของร้านทองย่านเยาวราช เดินมาสมทบด้วยสีหน้างุนงงปนความเป็นห่วงเล็กน้อย

ตอนนี้ไม่ใช่แค่ปัญธิดาเท่านั้นที่อยากรู้ แต่สายตาของถิงถิงก็จับจ้องมาที่เนตรชนกไม่แพ้กัน

“คือ…” เนตรชนกเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองมองเธอเป็นตาเดียว สายตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและความห่วงใย ถูกจ้องขนาดนี้ แล้วเธอจะกล้าเปล่งความในใจออกมาได้อย่างไร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel