ตอนที่5 ความรู้สึกที่เริ่มชัดเจน
เช้าวันใหม่ที่พระอาทิตย์ส่องสีสันสดใสราวกับว่าเมื่อคืนพายุที่โหมกระหน่ำไม่เคยเกิดขึ้น
หญิงสาวในชุดมินิเดรสผ้าพลิ้วสีขาวเดินออกจากห้องนอนไปยังในครัว เห็นแผ่นหลังอาหนุ่มเธอก็เริ่มเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไรหากเขาหันมา ทว่าอย่างไรก็ต้องก้าวผ่านห้วงเวลานี้ไปให้ได้
“คุณอาทำอะไรอยู่เหรอคะ” เธอทำได้ เพียงแค่เขาหันมาพูดด้วยปกติ ทุกอย่างมันก็จะเหมือนเดิม เรื่องร่างกายของเธอที่เขาเห็นเมื่อคืน คนเป็นหมออย่างเขาคงเห็นจนชิน เขาคงไม่สนใจร่างกายของเธอขนาดนั้นหรอก
“อาทำข้าวต้มกุ้งให้กินรองท้องก่อนกลับน่ะ” กันต์นทีตอบสั้นๆ โดยไม่หันมาสบตากับคนตัวเล็ก
“ให้ตะวันช่วยอะไรไหมคะ”
“เสร็จแล้ว มานั่งรอที่โต๊ะสิ”
“ค่ะ”
ไม่นานนักถ้วยข้าวต้มกุ้งร้อนๆ พร้อมกลิ่นหอมชวนรับประทานก็มาวางอยู่ตรงหน้าของเนตรชนก
“อาทำตามสูตรในอินเตอร์เน็ตน่ะ ลองกินดูว่าอร่อยไหม”
“ค่ะ” เอ่ยจบก็ตักข้าวต้มในถ้วยขึ้นมาเป่าสองสามครั้งก่อนจะเอาเข้าปาก เนตรชนกพยักหน้าน้อยๆ ให้กับคนที่กำลังนั่งจ้องอยู่ฝั่งตรงข้าม “อร่อยค่ะคุณอา”
“อร่อยก็กินเยอะๆ” เขาเอ่ยแค่นั้น จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารเช้าเงียบๆ
เนตรชนกเริ่มหน้าเจื่อน กันต์นทีดูแลเธอเหมือนเดิมก็จริง ทว่าวันนี้ความรู้สึกของเธอมันดันบอกว่ามันไม่เหมือนเดิม ปกติแล้วเขาจะพูดจากับเธอมากกว่านี้ หรือเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนกันนะ
เธอเผลอมองเขาเป็นระยะ หวังจะสบตาเพียงครู่แต่เขาหลบสายตาทุกครั้ง พฤติกรรมของเขาทำเอาหัวใจของเธอรู้สึกหน่วงแปลกๆ เพราะรู้สึกว่าความสนิทที่เริ่มก่อตัวมาได้อย่างดีกำลังจะกลายเป็นห่างเหิน ซึ่งเธอเองไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
“คุณอา…ไม่สบายหรือเปล่าคะ” ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจจะถามอีกฝ่ายเลี่ยงอาการกระวนกระวายใจภายหลัง
กันต์นทีชะงักเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ใช่ อาสบายดี” เขาตอบสั้นๆ ไม่มีคำถามต่อว่าทำไมเธอถึงได้ถามเขาเช่นนั้น และนั่นก็ยิ่งทำให้เนตรชนกเชื่อเต็มร้อยว่าอาหนุ่มของเธอนั้นแปลกไป
“คุณอาเป็นแบบนี้ตะวันอึดอัดนะคะ คุณอากลัวตะวันโกรธเรื่องเมื่อคืนใช่ไหมคะ”
“คือ...” เขาจะตอบเธออย่างไรดีในเมื่อความจริงมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด
“ตะวันรู้ค่ะ แต่เมื่อคืนตะวันผิดเอง แล้วตะวันก็ไม่ได้โกรธอะไรคุณอาด้วย คุณอากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะคะ ไม่ค่อยพูดค่อยจาแบบนี้มันทำให้ตะวันอึดอัด”
“อาขอโทษที่ทำให้ตะวันรู้สึกแบบนั้น”
“คุณอาบออกว่าตะวันอยากได้อะไรก็ให้บอก ตะวันขอบอกให้คุณอากลับมาพูดคุยกับตะวันเยอะๆ เหมือนเดิมค่ะ ห้ามทำตัวห่างเหินด้วย”
“อืม อาสัญญา” เขายิ้มตอบคนตัวเล็ก ทว่าในใจอยากจะปฏิเสธแทบแย่ หากเขาใกล้ชิดเธอและพูดคุยเหมือนเดิม กลัวเหลือเกินว่าความรู้สึกที่คิดกับเธอเกินคำว่าหลานสาวจะเกิดขึ้นอีก ทว่าอย่างไรตอนนี้ก็ตอบรับคำขอของเธอไปแล้ว หวังว่าวันหน้าเขาจะควบคุมตัวเองให้ได้ก็แล้วกัน
เป็นวันแรกที่กันต์นทีพาเนตรชนกกลับมาที่บ้านของเขา เพราะเขาได้ให้คนขนของหญิงสาวมาไว้ที่นี่หมดแล้ว แม้นที่นี่จะเทียบไม่ได้กับคฤหาสน์หลังโตของเธอ ทว่าเขาก็สามารถพูดได้เต็มปากว่าที่นี่จะปลอดภัยสำหรับเธอกว่าที่ไหนๆ
เนตรชนกลงจากรถได้เธอก็มองบ้านหลังสีขาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เป็นประกาย ที่นี่ไม่ได้หรูหราแต่ดูอบอุ่นตั้งแต่รั้วหน้าบ้านไปจนถึงสวนเล็กๆ พื้นที่ตรงนี้เหมือนพื้นที่ในฝันที่เธออยากมีเป็นที่สุด ไม่รู้ว่าคนอื่นจะมองแปลกไหมที่คุณหนูที่มีสมบัติมากมายอย่างเธอต้องการแค่พื้นที่เล็กๆ เท่านี้ มันดูอบอุ่นและเสมือนบ้านมากกว่าคฤหาสน์ที่เธอเคยอยู่
“มันอาจจะเล็กหน่อยนะ แต่อารับประกันว่าที่นี่จะอบอุ่นและปลอดภัย”
“ตะวันชอบมากค่ะ”
“พี่เธียรก็เคยพูดแบบนั้น”
“พูดว่าอะไรคะ”
“บอกว่าถ้าตะวันเห็นที่นี่ ตะวันจะชอบมาก”
“แสดงว่าคุณพ่อรู้มาตลอด...” รู้มาตลอดว่าเธอชอบอะไร นึกถึงคนเป็นพ่อแล้วน้ำตาเจ้ากรรมก็เริ่มเอ่อคลอ
“ตามอามาเถอะ” กันต์นทีไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กหวนนึกถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจ เขาเลือกที่จะเบี่ยงเบนความสนใจโดยการจูงมือเธอเข้าไปในบ้านแล้วตรงขึ้นไปยังห้องนอนที่เขาเตรียมเอาไว้ให้เธอทันที
“เข้าไปดูสิว่าชอบไหม” เปิดประตูได้เขาก็ผายมือให้เจ้าของห้องคนใหม่เข้าไปด้านใน
ห้องนอนตรงหน้าของเนตรชนกตกแต่งด้วย ผ้าม่านสีครีม และเตียงกว้างในโทนเดียวกัน มีโต๊ะเขียนหนังสือวางติดหน้าต่าง มีแจกันดอกไม้เล็กๆ วางไว้พอสวยงาม
“อาจัดให้เรียบไปหน่อย ถ้าอยากเพิ่มอะไรบอกอาได้” แม้นคำพูดจะเป็นคำเรียบๆ ทว่าสายตาของเขาก็แสดงออกถึงความใส่ใจเต็มที่
เนตรชนกส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่จัดวางเอาไว้ราวกับเธอเป็นคนสั่ง จะพูดได้ไหมว่าเธอกับเขาชอบอะไรเหมือนๆ กัน
“ตะวันชอบมากค่ะ” เธอเอ่ยออกมาจากใจจริง และที่รู้สึกชอบมากไปกว่านั้น เพราะรู้สึกว่าเธอกับเขากำลังใกล้ชิดกันไปอีกขั้น เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ทว่าไม่รู้ทำไมเธอถึงได้ชอบที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลาก็ไม่รู้
ร่วมสองเดือนแล้วที่เนตรชนกย้ายมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกับกันต์นที บ้านย่านชานเมืองที่เคยเงียบเหงามีเสียงหัวเราะเบาๆ แทรกอยู่ในทุกเช้าเย็น กันต์นทีเริ่มชินกับภาพของหญิงสาวในชุดอยู่บ้าน ผมยาวถูกรวบลวกๆ ใบหน้าของเนตรชนกสดใสขึ้นกว่าตอนที่มามากพอสมควรจนแทบจะเป็นปกติ
ในทุกเช้าเขาเตรียมอาหารเช้าไม่ว่าจะเป็นเตรียมเองบ้าง สั่งมาบ้าง ทว่าก็จะมีคนตัวเล็กคอยมาช่วยจัดโต๊ะรับประทานอาหารเสมอ
บทสนทนาของพวกเขาในแต่ละวันเต็มไปด้วยความเรียบง่าย ทว่าก็สร้างความผูกพันธ์ให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วพอสมควร เร็วจนกันต์นทีเองก็ไม่รู้ว่าหากวันใดไม่มีคนตัวเล็กมาคอยเป็นสีสันในบ้านหลังนี้เขาจะเศร้าใจแค่ไหน
ทางด้านเนตรชนกเองเธอก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มกลับมาสดใสเกือบเต็มร้อย มีเพียงบางครั้งที่อยู่คนเดียวก็อาจจะคิดถึงคนเป็นพ่อบ้างเท่านั้น ทุกวันนี้เธอกล้าพูดกับกันต์นทีได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะมีสาระหรือไม่มี แม้กระทั่งความฝันของเธอในวันข้างหน้าที่อยากเป็นผู้บริหารที่เก่งเหมือนกับคนเป็นพ่อ และกันต์นทีก็เป็นผู้ฟังที่ดีให้กับเธอได้ทุกเรื่อง
ชีวิตประจำวันของพวกเขาราบรื่นไม่ได้มีสิ่งใดติดขัด เพียงแค่กันต์นทีนั้นต้องคอยข่มใจบอกกับตัวเองว่าทุกครั้งที่เธอยิ้มเขาต้องเบือนหน้าหนีอย่างแนบเนียน ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้เขาต้องถอยออกมาหนึ่งก้าว เขาย้ำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอคือ “หลาน” คือเด็กที่คนสำคัญฝากฝังไว้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขามีสิทธิ์หวั่นไหว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยอมรับเลยว่าหัวใจไม่เคยเชื่อฟังเหตุผล
ในขณะที่กันต์นทีพยายามตีกรอบความรู้สึกของตัวเอง เนตรชนกกลับซื่อสัตย์กับหัวใจมากขึ้นทุกวัน เธอรู้แล้ว รู้อย่างชัดเจนจนไม่อาจหลอกตัวเองได้อีก
สิ่งที่เธอรู้สึกต่อเขาไม่ใช่ความผูกพันของหลานกับอา ไม่ใช่แค่ความอบอุ่นของที่พึ่งพิง มันคือความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่เผลอมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าที่ควรเป็น
และยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งอยู่ใกล้ หัวใจของเธอยิ่งถอยกลับไม่ได้ จะเป็นอะไรไหมหากเธอบอกกับเขาไปตามตรงว่ารู้สึกอย่างไรกับเขา
