ตอนที่4 เขาไม่มีสิทธิ์หวั่นไหว
อาหารทะเลหลายอย่างวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารตัวใหญ่ ว่าจะเป็น ล็อบสเตอร์ย่างเนยสมุนไพรพร้อมซอสไวน์ขาว ปลากะพงขาวนึ่งมะนาว หอยเชลล์ย่างเนยคู่ซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิล สลัดผักร็อกเก็ตกับแซลมอนรมควัน อาหารเลิศรสจากร้านอาหารหรูที่ส่งตรงมาถึงบ้านพักทำเอาคนตัวเล็กน้ำลายสอ
“นึกว่ามื้อเย็นจะได้กินข้าวผัดเหมือนเดิมซะอีก”
“อ้าว อยากกินก็ไม่บอกอา เดี๋ยวอาทำให้”
“พูดจริงใช่ไหมคะ” เขาดูไม่ออกจริงๆ หรือว่าเธอพูดเล่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” กันต์นทีหัวเราะร่วน ก่อนจะนั่งตรงข้ามคนตัวเล็ก “กินเถอะ ร้านนี้อร่อยทุกเมนูเลยนะ”
“คุณอาสั่งมากินบ่อยเหรอคะ”
“อืม...” เขาไม่ได้อยากพูดถึงความหลังว่าไปรู้จักร้านนี้ได้อย่างไร ทว่าเขาก็การันตีได้ว่าร้านนี้ใครได้ชิมเป็นอันต้องกลับมาซ้ำแทบทุกราย
“หืม...” เนตรชนกตาลุกวางเมื่อเนื้อแซลมอนเข้าปาก รับรู้ได้เลยว่าร้านนี้ไม่เพียงแค่รสชาติดีเท่านั้น ทว่าวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารก็ดีมากเช่นกัน เห็นทีเธอต้องยกให้ร้านนี้เป็นร้านประจำเมื่อย่างก้าวเข้ามาเที่ยวที่นี่แล้ว
“ไม่ผิดจากที่อาบอกใช่ไหมล่ะ”
“ค่ะ ถ้าคราวหน้ามาที่นี่อีก ตะวันคงต้องสั่งมากินอีกรอบแน่นอนค่ะ”
“อยากมาที่นี่เมื่อไรก็มาได้เลย อายกบ้านหลังนี้ให้ตะวัน”
“อะไรนะคะ”
เขาไม่พูดต่อ ได้เพียงแค่ยื่นกุญแจบ้านให้กับเจ้าของบ้านคนใหม่
“ที่นี่เป็นบ้านหลังแรกของคุณอาไม่ใช่เหรอคะ”
“อาเห็นตะวันชอบ อาก็เลยอยากให้ ถึงบ้านหลังนี้มันจะไม่ใหญ่เท่าบ้านที่ตะวันเคยมี แต่ถ้าตะวันไม่รังเกียจก็รับของขวัญของอาเอาไว้เถอะ ถือว่าให้อาได้ตอบแทนบุญคุณพ่อของตะวัน”
หากเขาเอ่ยออกมาว่า ถ้าไม่รังเกียจก็ให้รับบ้านหลังนี้เอาไว้ แล้วแบบนี้เธอจะเอ่ยปฏิเสธเขาได้อย่างไร “ขอบคุณคุณอามากเลยนะคะ แต่ไม่ว่าจะยังไงบ้านหลังนี้คุณอาก็มาพักได้ตลอดเลยนะคะ”
“อืม” เขาดีใจที่เนตรชนกยอมรับกุญแจจากมือของเขาโดยดี ของทุกอย่างที่เขามีล้วนแล้วมีสารตั้งต้นมาจากการศึกษาและคำสอนที่เธียรมอบให้ทั้งนั้น ไม่ว่าหญิงสาวตรงหน้าอยากจะได้อะไรที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของเขา เขาก็จะหามาให้เธอทุกอย่าง
ห้องนอนเล็กในบ้านริมทะเลเงียบสงบ แม้นตัวบ้านจะเป็นสีขาว ทว่าเฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนนี้เป็นไม้สีเข้มจัดวางเรียบง่าย ทุกอย่างบอกชัดว่าห้องนี้เคยเป็นของผู้ชายมาก่อน ก็แน่ล่ะ เพราะกันต์นทีเพิ่งจะบอกกับเธอว่ายกห้องนอนของเขาให้กับเธอ ส่วนเขาก็ไปนอนที่ห้องนั่งเล่น
เนตรชนกยืนมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ “ถ้าเปลี่ยนเป็นสีอ่อนกว่านี้คงดี” ในเมื่อเขายกบ้านหลังนี้ให้เธอแล้ว อีกหน่อยเธอจะทำให้ความอึมครึมหายไปให้หมด
ขณะที่กำลังคิดว่าจะปรับเปลี่ยนตรงไหน ทว่าลมฟ้าลมฝนข้างนอกก็เริ่มแรงขึ้นมาอย่างไม่มีวี่แววมาก่อน เนตรชนกรีบหยิบผ้าเช็ดตัวหมายจะไปอาบน้ำ เพราะกลัวว่าจะไฟดับเสียก่อน
ทันทีที่เธอถอดเสื้อผ้าตัวสุดท้ายวางไว้ในตะกร้าหน้าห้องน้ำ สายฟ้าผ่าลงมาอย่างรุนแรง
เปรี้ยง! ไฟทั้งห้องดับวูบลงในพริบตา “อ๊าย...” เสียงร้องของเนตรชนกดังขึ้นลั่นบ้านเรียกให้คนที่อยู่ด้านนอกรีบพุ่งตัวเข้ามาข้างในโดยไม่สนประตูว่ามันจะพังเสียหายอย่างไร
จังหวะเดียวกันนั้นเองไฟในห้องก็ติดขึ้นอีกครั้ง แสงสว่างนั้นทำให้ทั้งสองมองหน้ากันตาค้าง ไม่ใช่เนตรชนกตกใจที่เห็นอาหนุ่มเข้ามาด้านใน ทว่าเป็นเพราะเธอกำลังล่อนจ้อนต่อหน้าของเขา
“อะ อ๊าย...” เป็นอีกครั้งที่สาวเจ้ากรีดร้องด้วยความอาย
กันต์นทีได้สติก็รีบละสายตาจากคนตัวเล็ก จากนั้นเขาก็รีบคว้าผ้าขนหนูที่พับอยู่ใกล้มือโยนไปคลุมเนื้อตัวของเธอ
“ขอโทษ อาไม่ได้ตั้งใจ” เขาก้มหัวให้เธอครั้งแล้วครั้งเล่า
ตะวันเม้มริมฝีปากเล็กน้อย จะว่าเขาผิดก็ไม่ได้ เพราะรู้ได้ว่าเขานั้นเข้ามาเพราะความเป็นห่วง “ตะ ตะวันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ คุณอาไม่ได้เห็นอะไรใช่ไหมคะ”
“อืม อาจะออกไปเดี๋ยวนี้” เอ่ยจบก็รีบหันหลังเดินดุ่มออกไปข้างนอก
ส่วนเนตรชนกก็รีบพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ หลังประตูปิดลงได้เธอก็ทรุดนั่งอยู่กับพื้น หัวใจเต้นแรง ใบหน้าร้อนผ่าว รู้ได้เลยว่าแก้มของตัวเองตอนนี้คงดงเป็นลูกตำลึงแน่ ความอุ่นใจที่เคยมี แปรเปลี่ยนเป็นความสับสนที่อธิบายไม่ถูก แล้วต่อจากนี้เธอจะมองหน้าเขาอย่างไร ถึงแม้นว่าเขาจะบอกว่าไม่เห็นอะไรแต่เธอก็รู้ว่าเขาตอบเพราะอยากให้เธอสบายใจ
แม้นจะผ่านไปค่อนคืนแล้ว ทว่ากันต์นทีก็ยังนอนไม่หลับ เขาเดินไปเดินมาอยู่ที่ระเบียงทั้งที่ยังคงมีฝนโปรยลงมาไม่ขาดราวกับว่าอยากให้สายฝนนั้นล้างความคิดบาปในใจ เพราะตอนนี้เขาทำใจไม่ให้คิดไม่ดีกับเนตรชนกได้เลยจริงๆ เขาไม่เคยรู้สึกเช่นยนี้กีบใครแม้กระทั่งแฟนเก่าของตัวเอง ทว่าดันมารู้สึกกับคนที่มีสถานะเป็นหลานสาวของตัวเองเสียได้
เธอเป็นหลาน เป็นเด็กที่ต้องฝากชีวิตไว้กับเขา เขาไม่มีสิทธิ์หวั่นไหว
กันต์นทียังคงพร่ำบอกกับตัวเองในใจอยู่ทุกเวลา ทว่าหัวใจมันก็ไม่เคยจะฟังเสียงของสมอง ทำยังไงดีเขาถึงจะหยุดคิดบ้าๆ แบบนี้ได้
