ตอนที่3 อบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
กันต์นทีพาเนตรชนกมาพักที่บ้านพักริมทะเล บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เขาซื้อเอาไว้หลังจากทำงานได้สองปีแรก บ้านหลังสีขาวธรรมดาๆ ไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่ามีของอำนวยความสะดวกครบครัน ทว่าก็แต่สะอาดสะอ้านและเงียบสงบ สามารถนอนฟังเสียงคลื่นซัดเบาๆ เหมือนกล่อมให้หัวใจที่แตกสลายค่อยๆ สงบลงได้ เขาเห็นว่าที่นี่เหมาะที่จะเป็นที่พักใจของเนตรชนก
มื้อแรกที่บ้านพักเป็นข้าวผัดทะเลที่หน้าตาธรรมดาๆ ทว่ากันต์นทีก็ทำมันอย่างตั้งใจก่อนจะวางมันตรงหน้าของคนตัวเล็ก “กินเยอะหน่อยนะตะวัน วันนี้แทบไม่ได้แตะอะไรเลย”
สาวเจ้าที่ดวงตาแดงก่ำมองจานอาหารก่อนจะเงยหน้ามายิ้มบางๆ “ขอบคุณค่ะคุณอา น่ากินจังเลยค่ะ”
“อาไม่ได้ทำเก่งหรอก แค่ไม่อยากให้เราอด”
คำว่า เรา ทำให้หัวใจเนตรชนกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เธอก้มหน้ารับประทานอาหารในจานเงียบๆ ด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มบางๆ ทว่าก็รู้สึกคุ้นเคยกับรสชาติอาหารจานนี้พอสมควร
“อืม เหมือนว่าตะวันจะเคยกินข้าวผัดรสชาติแบบนี้นะคะ” ข้าวผัดที่ไม่ค่อยใส่ผัก อีกทั้งยังหอมกลิ่นไหม้ของกระทะ เหมือนว่าพ่อของเธอเคยใส่กล่องเอามาให้ที่มหาวิทยาลัยตอนที่ติวหนังสือกับเพื่อนๆ หนัก ไม่ใช่ว่าเป็นฝีมือของกันต์นทีหรอกหรือ
“คุณอาเคยทำอาหารแบบนี้ให้คุณพ่อใช่ไหมคะ”
“ถ้าเป็นเมนูนี้ก็ใช่ เพราะอาก็ถนัดทำอยู่แค่เมนูเดียว เพราะมันเป็นเมนูที่คุณย่าของตะวันชอบ”
“จริงด้วย คุณย่าชอบกินข้าวผัด” เธอยิ้มกว้างออกมาเมื่อสิ่งที่ตนคิดนั้นถูกต้อง
“ป่านนี้คุณพ่อกับคุณย่าคงไปเจอกันแล้วใช่ไหมคะคุณอา”
“อืม พวกเขาจะมีความสุขเมื่อมองเห็นตะวันมีความสุข”
เนตรชนกยิ้มให้กันต์นที รอยยิ้มแสนหวานนั้นทำให้หัวใจกันต์นทีสะดุดแรงจนเขาต้องรีบหลบสายตาของเธอ
ส่วนเนตรชนกเองก็ต้องรีบหันมาสนใจจานข้าวตรงหน้า ด้วยยิ่งสบตาอาหนุ่มของตนมากเท่าไร หัวใจของเธอก็เต้นแรงมากเท่านั้น อาการแบบนี้เธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร ทว่ามันเป็นความรู้สึกดีที่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครเหมือนกัน
ณ บ้านสองชั้นสไตล์คลาสสิกตั้งอยู่ในย่านชานเมืองกรุงเทพมหานคร ไฟในห้องนั่งเล่นยังสว่างทั้งที่ตอนนี้ดึกมาแล้ว เพราะคนในบ้านกำลังหารือกันอย่างเคร่งเครียด
ทิพวรรณยังคงนั่งสีหน้าเคร่งเครียดกับพินัยกรรมของเธียร เธอนั่งกอดอกตรงข้ามกับสามี แววตาแข็งกร้าวไม่แปรเปลี่ยน ไม่พอใจจนถึงตอนนี้ที่เธียรเลือกที่จะให้น้องชายบุญธรรมอย่างกันต์นทีดูแลทั้งกิจการและลูกสาวตัวเองแทนที่จะเป็นพี่น้องพ่อเดียวกันอย่างเธอ
“แล้วเราจะเอายังไงกันต่อ ตอนนี้ทนายก็ยืนยันแล้วว่าพินัยกรรมเป็นของจริง แล้วไอ้หมอนั่นมันเคยเรียนแต่หมอ แล้วมันจะบริหารงานยังไง” ชาติชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เพราะตอนนี้เขามองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยว่าเขาจะขึ้นไปเป็นผู้บริหารสูงสุดในบริษัทของเธียรยังไง
คำพูดของสามีจุดประกายให้ทิพวรรณคิดอะไรบางอย่างออก “ใช่ หมอไทม์นั่นไม่เคยเรียนบริหาร ไม่เคยจับงบ ไม่เคยแตะโครงสร้างบริษัท แต่ได้อำนาจดูแลทุกอย่างของพี่เธียร ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกสาว มันมีจุดอ่อนให้เราเล่นงานได้ตั้งเยอะ ทำไมฉันเพิ่งคิดได้นะ”
ชาติชายขมวดคิ้ว “คุณจะทำอะไร”
“ก็จะทำให้พวกผู้ถือหุ้นใหญ่ขาดความเชื่อมั่นในผู้บริหารคนใหม่ไงล่ะคะคุณชาติ สองคนนั้นอยู่บ้านเดียวกันไม่ใช่เหรอคะ”
“อ๋อ อากับหลานที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ อยู่ด้วยกัน หึ่... คุณนี่ก็ฉลาดเหมือนกันนะ”
“แค่ทำให้ผู้ใหญ่ในบริษัทเชื่อว่าหมอไทม์กำลังเคลมเด็กเพื่อฮุบสมบัติทั้งหมด แค่นั้นความน่าเชื่อถือก็พังไปจนหมดแล้ว”
“แล้วเราจะเริ่มยังไง”
“ไม่ต้องทำอะไรโจ่งแจ้ง แค่ทำให้สองคนนั้นข้ามความสัมพันธ์อาหลาน เชื่อได้เลยว่าตะวันก็จะไม่ไว้ใจหมอนั่นอีก แล้วเธอก็จะวิ่งแจ้นมาหาเราเอง หรือถ้าสองคนนั้นยังไม่แยกจากกันง่ายๆ เราก็แค่เอาข้าวนี้ไปบอกกับผู้ถือหุ้น แค่นั้นความกดดันก็จะตกไปอยู่ที่หมอไทม์” แววตาทิพวรรณเป็นประกาย แผนนี้ยังไงเธอก็เชื่อว่ามันจะสำเร็จ เหมือนเรื่องก่อนหน้าที่เธอเองก็ทำมันสำเร็จมาแล้วเหมือนกัน
เชื่อได้เลยว่าหากเนตรชนกไร้ที่พึ่ง หากเธอเข้าไปเป็นที่พึ่งให้ตอนนั้นเด็กสาวที่อ่อนประสบการณ์ก็คงจะเชื่อถือเธอทุกอย่าง แล้วสมบัติทั้งหมดมันจะไปไหนเสีย
กันต์นทีพาเนตรชนกเดินเลาะชายหาดยามแดดล่ม ลมทะเลพัดอ่อนๆ พาแสงสีทองละเลียดผิวน้ำจนคลื่นระยับราวภาพฝัน เงาของทั้งสองซ้อนกันทอดยาวบนผืนทราย เสมือนกับกันต์นทีที่ตั้งปณิธานเอาไว้ว่าจะดูแลผู้หญิงคนนี้ไปชั่วชีวิตที่เขามีอยู่ เพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อกับย่าของเธอ
“คุณอาไม่มีธุระเหรอคะถึงมาคอยดูแลตะวันแบบนี้”
“ถ้าอยากให้มีก็มี แต่ถ้าอยากให้ไม่มีก็ไม่มี หน้าที่ของอาตอนนี้คือดูแลตะวันให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่รวมถึงสภาพจิตใจด้วย”
เนตรชนกหยุดฝีเท้าก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้กับหมอหนุ่ม “คุณอาเชื่อไหมคะว่าคุณอาทำให้ตะวันรู้สึกได้ถึงคุณพ่อ”
“อาคงติดคำพูดของพ่อตะวันมาเยอะล่ะมั้ง”
“ตะวันว่าน่าจะติดคุณพ่อหลายอย่างเลยค่ะ”
“อยู่ใกล้อาแล้วคิดถึงคุณพ่อเหรอ”
“ค่ะ คุณอาเหมือนคุณพ่อหลายอย่าง เพราะเหมือนกันมากเลยทำให้ตะวันไว้ใจคุณอาได้ง่ายมากๆ”
“เชื่ออานะตะวัน ตอนนี้คนที่ตะวันไว้ใจได้ที่สุดคืออา”
“ค่ะ”
กันต์นทียกมือลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ สายตาที่มองนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู
เนตรชนกยิ้มได้เมื่อมีเขาอยู่ใกล้ๆ และตอนนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้เธอรู้สึกประหม่าแปลกๆ อย่างที่ไม่ควรจะเป็น
