บท
ตั้งค่า

ตอนที่2 พินัยกรรมระบุเอาไว้ว่า...

เสียงสวดอภิธรรมดังคลออยู่เรื่อยๆ เนตรชนกยังคงนั่งจ้องโลงศพของคนเป็นพ่อไม่วางตา ดวงตาคู่ใสแดงก่ำจากการร้องไห้ตลอดทั้งวัน มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือราวกับต้องการความเจ็บปวดทางกายมาถ่วงความว่างเปล่าภายในใจ

นี่คือวันที่เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว พ่อจากไปแล้ว จากไปโดยไม่ทันได้ร่ำลา

กันต์นทีในชุดสูทสีดำเรียบร้อย เขาคอยดูแลแขกเหรื่อไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ในขณะที่สายตายังคอยจับจ้องเนตรชนกไม่วาง รู้สึกสงสารเธอเหลือเกิน ทว่าเขาก็ปลอบใจเธอได้เพียงผิวเผินเท่านั้น

หลังจากการสวดอภิธรรมเสร็จสิ้นก็เป็นเวลาที่เจ้าภาพต้องส่งแขกกลับ หลังจากผู้คนมากมายกลับไปเกือบหมดก็มีหญิงวัยกลางคนพร้อมสามีเข้ามาทักทายเนตรชนก

“ตะวัน จำอาได้ไหม”

เนตรชนกจำได้ดีว่าคนตรงหน้าคือทิพวรรณ แม้จะเจอกับเพียงไม่กี่ครั้งในตอนเด็กๆ เธอคือหนึ่งในพี่น้องต่างแม่ของคนเป็นพ่อ ถัดไปคือชาติชายสามีของทิพวรรณที่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับกำลังประเมินมูลค่าอะไรบางอย่าง

ตะวันเม้มริมฝีปาก เธอจำได้ดีว่าคนเหล่านี้ไม่เคยอยู่ในชีวิตเธอเลย ไม่เคยถามไถ่ ไม่เคยมาเยี่ยมแม้แต่วันที่พ่อป่วยหนัก แต่วันนี้ทุกคนกลับพร้อมใจกันมา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเพราะอะไร

“เด็กผู้หญิงตัวคนเดียว จะอยู่ยังไงไหว” ทิพวรรณเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากได้ดูแลเนตรชนก จากตำแหน่งกรรมการทั่วไปในบริษัทของเธียร เธออาจจะได้นั่งตำแหน่งผู้บริหารเลยก็ได้

“ไปอยู่กับอาไหม ทรัพย์สินของพ่อเธอก็เยอะพวกเราคิดว่าให้ญาติผู้ใหญ่ช่วยดูแล น่าจะเหมาะกว่า”

คำว่า ดูแล ถูกเน้นเสียงชัดเจน เนตรชนกไม่อยากจะต้องมารับมือกับคนแบบนี้ แม้นเธอจะไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะบริหารงานแทนคนเป็นพ่อได้ดี ทว่าก็เชื่อว่าวิชาชีพที่เธอได้ร่ำเรียนมาก็คงจะพอให้เธอได้เป็นผู้นำที่ดีได้

“เรื่องนั้นไม่จำเป็นครับ”

ไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากเอ่ยปฏิเสธเสียงทุ้มต่ำกลับดังขึ้นแทรกกลางบทสนทนา เป็นกันต์นทีที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน

“พินัยกรรมของพี่เธียรระบุไว้ชัดเจนว่าให้ผมเป็นคนดูแลกิจการของเขาและเนตรชนกแต่เพียงผู้เดียวจนกว่าเธอจะอายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์” กันต์นทีเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่ยังคงความสุถาพ

เนตรชนกไม่รับรู้เรื่องนี้มาก่อน ไม่รู้ว่ากันต์นทีพูดจริงหรือพูดเล่น ทว่าตอนนี้เธอก็ไม่คิดขัด หากเขาสามารถทำให้คนพวกนี้ออกไปให้พ้นเธอได้จากนั้นค่อยว่ากัน

“แกเป็นใคร” แววตาที่เคยมองเนตรชนกด้วยความหวังดีกลับเปลี่ยนเป็นไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด

“ผมเป็นหมอ ชื่อไทม์ ผมเป็นน้องชายบุญธรรมของพี่เธียร แล้วนี่ก็เป็นพินัยกรรม อยากรู้ว่าจริงไหมก็สามารถเอาไปตรวจสอบกับทนายประจำบริษัทของพี่เธียรได้เลยครับ”

ทิพวรรณรับซองน้ำตาลจากมือของหมอหนุ่มด้วยอาการไม่สบอารมณ์นัก เมื่อเธอเปิดอ่านพร้อมสามีก็ถึงกับหน้าเสีย จากการที่มาอย่างเป็นมิตรก็รีบหันหลังกลับอย่างไม่ใยดี

เนตรชนกส่ายหัวน้อยๆ ทว่าก็โล่งใจที่ไม่ต้องเห็นคนพวกนั้นปั้นหน้าเขาหาเธอก่อนจะหันมามองหน้าหมอหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ทำไมคุณอาไม่เคยบอกเรื่องนี้กับตะวันเลย”

“อาคิดว่าจะบอกหลังงานศพเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ว่าตะวันจะกังวลเรื่องอะไร อาพร้อมเป็นที่พึ่งให้เสมอ เข้าใจไหม”

“ขอบคุณค่ะคุณอา” เนตรชนกพอจะยิ้มออกได้ ในวันที่ทุกอย่างพังทลายลง อย่างน้อยเธอก็เชื่อว่าคนตรงหน้าจะเป็นเสาหลักให้เธอได้

การเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครในเช้าวันนี้เกิดขึ้นเงียบๆ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์กับสายตาของเนตรชนกที่ทอดมองออกไปนอกกระจก เธอยังคงคิดถึงคนเป็นพ่ออยู่ทุกวี่วัน แม้นงานศพของเขาจะผ่านมาร่วมอาทิตย์แล้วก็ตาม

กันต์นทียังคงอยู่เป็นเพื่อนหลานคนนี้ไม่ห่าง แล้ววันนี้เขาก็อาสาทำหน้าที่ขับรถพาเนตรชนกมาลอยอังคาร รถคันหรูแล่นออกมาได้ร่วมสองชั่วโมง เบื้องหน้าตอนนี้เข้าสู่สู่ถนนเลียบชายฝั่ง สองข้างทางเปลี่ยนจากตึกสูงเป็นแนวต้นไม้ ไม่นานนักรถยนต์ก็จอดสนิท

“ถึงแล้วครับ”

“เราจะลอยอังคารกันที่นี่เหรอคะ”

“อืม อาว่าตะวันก็รู้ดีว่าพ่อของตะวันชอบที่ที่สงบแบบนี้”

เนตรชนกลงจากรถได้ก็มองไปยังทะเลเบื้องหน้าที่ก คลื่นตรงหน้าซัดเข้าชายหาดเบาๆ ราวกับรู้หน้าที่ว่าจะต้องอ่อนโยนกับคนที่กำลังสูญเสีย ถึงเวลาแล้วใช่ไหมที่เธอจะต้องปล่อยสิ่งสุดท้ายที่เป็นตัวแทนของพ่อเธอไปจริงๆ

“อาเตรียมเรือเอาไว้แล้ว เราไปกันเถอะ”

“ค่ะ”

กันต์นทีขับเรือยอร์ชลำขนาดกลางออกจากท่าด้วยตนเอง เรือแล่นออกจากฝั่งได้ไม่นานนักเนตรชนกก็วางกล่องอัฐิไว้ตรงกลางเรือก่อนจะนั่งพนมมือพร้อมน้ำตาเงียบๆ

หมอหนุ่มไม่อาจมองน้ำตาของคนตัวเล็กได้นาน เขาขับเรือออกมานอกชายฝั่งได้ครู่หนึ่งก็ดับเครื่อง จากนั้นก็เข้าไปลูบหลังปลอบคนที่กำลังสะอึกสะอื้น

“พร้อมแล้วใช่ไหม”

เนตรชนกพยักหน้าน้อยๆ พร้อมยกมือปาดน้ำตาลวกๆ

กันต์นทีเป็นคนเปิดฝากล่องอัฐิก่อนจะยื่นใส่มือเรียวที่กำลังสั่นเทา เขาประคองเธอมาที่หัวเรือก่อนจะนั่งอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ

ผงอัฐิสีขาวปลิวลงสู่ผืนน้ำด้วยมือของเนตรชนก

“คุณพ่อคะ…” เสียงนั้นขาดห้วงเพราะกำลังสะอื้น “ตะวันจะเข้มแข็งนะคะ ถึงจะไม่มีคุณพ่อแล้วก็ตาม คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ ตะวันจะเชื่อฟังคุณอาแล้วก็จะทำงานให้เก่งเหมือนคุณพ่อค่ะ”

กันต์นทีโอบไหล่คนตัวเล็กที่กำลังสะอื้นตัวโยน อยากจะทำมากกว่านั้นเพราะสงสาร ทว่าก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะมองว่าเขากำลังคุกคาม

ปึก “ตะวัน” เขาตกใจเล็กน้อยเมื่อคนตัวเล็กเลือกที่จะโผเข้ามากอดเขาเอง สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือการลูบแผ่นหลังบางที่กำลังสั่นเทาเบามือ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel