ตอนที่12 ตะวันรักอาไทม์
ยิ่งเห็นภาพเนตรชนกในชุดเดรสเกาะอกสีดำเขาก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ เธอไม่เคยไปไหนไม่บอกไม่กล่าว เพราะอะไรกันถึงได้ทำตัวเหลวไหลอย่างที่ไม่เคยเป็นแบบนี้
“ตะวัน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“คุณอา! คุณอามาได้ไงคะ” เนตรชนกมองจ้องคนตัวโตที่ยืนทำหน้าถมึงทึงด้วยความแปลกใจ หรือว่าตอนนี้เธอกำลังตาฝาด ทว่าไม่ทันที่จะได้ไตร่ตรองหรือมองจ้องคนตรงหน้าอีกรอบ ตัวของเธอก็ลอยขึ้นสูง เขาอุ้มเธอ!
“กลับบ้าน” กันต์นทีเอ่ยเสียงห้วนก่อนจะพาสาวเจ้าออกไปจากผับโดยไม่คิดจะหันหลังมาทักทายเพื่อนทั้งสองของเธอแม้แต่น้อย
อุ้มคนตัวเล็กมาวางแหมะในรถได้ กันต์นทีก็รีบขับรถออกไปจากสถานที่อโคจรตรงนี้ในทันที ภาพที่ผู้ชายคนนั้นกำลังเกาะแกเธอทำให้เขาไม่ค่อยสบอารมณ์จนถึงตอนนี้ ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืนแล้ววันนี้ทำไมถึงคิดที่จะมาที่แบบนั้น
“จะไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกอา ไม่รู้หรือไงว่าที่นั่นมันอันตราย” รู้ว่าสาวเจ้ายังไม่มีสติ แต่เขาก็อดที่จะบ่นเธอในตอนนี้ไม่ได้
“ตะวันโตแล้วค่ะ ไม่ได้เด็กอย่างที่คุณอาบอกสักหน่อย”
กันต์นทีนิ่งงันไปชั่วครู่หลังจากสาวเจ้าเอ่ยคำพูดไม่ค่อยเป็นคำ ทว่าเขาก็ฟังรู้เรื่อง เธอต้องการประชดเขาสินะ
“จะให้อาทำยังไงตะวันถึงจะไม่ทำตัวแบบนี้อีก
“อย่าไปจูบกับใครอีก คุณอาเป็นของตะวันคนเดียว”
“เราจะคิดผิดๆ แบบนี้ไม่ได้นะตะวัน”
“ทำไมคะ ตะวันรักอาไทม์ ผิดตรงไหน” เอ่ยจบสาวเจ้าก็คอพับคออ่อนพิงไปกับประตูรถ
“อาจะถือว่าตะวันเมาก็แล้วกัน”
รถจอดสนิทได้กันต์นทีก็อุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอก เขาเดินผ่านความเงียบของตัวบ้านไปยังห้องนอนของเธอก่อนจะวางคนตัวเล็กลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง
มือหนาดึงผ้าห่มผืนหนาคลุมร่างกายเนตรชนกเรียบร้อยก็หมายจะหันหลังกลับ ทว่ามือเล็กกลับคว้าแขนเขาไว้
“อย่าไป…”
เสียงพึมพำแผ่วเบา ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นนุ่มจะทาบลงมาบนปากของเขาอย่างไร้เดียงสา กันต์นทีชะงักงัน ลมหายใจสะดุด มือเล็กที่คว้าแขนเขาไว้แน่นยิ่งทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ถูกปลุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
เพียงเสี้ยววินาทีกันต์นทีก็เผลอไหลตามอารมณ์ของตัวเอง เขาประคองท้ายทอยหญิงสาวจากนั้นก็เริ่มบดจูบลุกลำด้วยลิ้นร้ายเข้าไปในปากอุ่นนุ่ม เขาจูบย้ำกับริมฝีปากบางครั้งแล้วครั้งเล่า ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ทว่าสุดท้ายสติก็ดึงให้เขากลับมารู้เนื้อรู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งที่ไม่ควรทำ
“ไม่ได้ ทำแบบนี้ไม่ได้นะตะวัน”
สิ้นคำสั่งนั้นดวงตาคู่สวยก็หลับสนิทอีกครั้ง
กันต์นทีถอนหายใจพรืด ก่อนจะปล่อยให้คนตัวเล็กหลับไหล แววตาของเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจ จากนั้นก็ออกจากห้องนอนของเนตรชนกไป
“ไม่ได้” คำสั่งนี้ไม่ได้สั่งเพียงแค่หลานสาวต่างสายเลือดของเขาเพียงคนเดียว ทว่าเป็นคำที่ย้ำเตือนใจของเขาด้วย เขาจะปล่อยตัวเองให้ไหลตามอารมณ์ไม่ได้
“หวังว่าพรุ่งนี้จะจำอะไรไม่ได้นะตะวัน...”
“โอ๊ย…” เนตรชนกร้องโอดโอยเมื่อพลางยกมือกุมขมับ ความปวดหน่วงแล่นจี๊ดจนต้องหลับตาแน่นขณะกำลังจะพยุงตัวลุกขึ้น
“เมื่อคืนดื่มอะไรไปบ้างเนี่ย…” เธอพยายามนึก ทว่าความทรงจำขาดหาย จำได้เพียงภาพเลือนรางของกันต์นทีที่มารับเธอกลับบ้าน
“ซวยแล้ว…” เธอพึมพำกับตัวเอง เพราะรู้ว่าวันนี้ต้องโดนดุแน่ๆ
เธอพยายามพยุงตัวลุกจากเตียงไปล้างหน้าล้างตา อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะรีบเดินลงบันไดมาชั้นล่าง
“คุณอาคะ…” เอ่ยจบก็เว้นช่วงเงี่ยหูฟัง ทว่าก็ไม่มีเสียงตอบรับ
“อาไทม์คะ” บ้านทั้งหลังเงียบผิดปกติ เธอเดินไปที่ห้องนั่งเล่น มองซ้ายขวา ก่อนจะขมวดคิ้ว “ไม่อยู่เหรอ…”
เมื่อเดินไปยังโต๊ะรับประทานอาหารสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กบนโต๊ะจึงรีบหยิบขึ้นมาอ่าน
ตื่นแล้วกินน้ำเยอะๆ ต่อไปถ้าจะไปไหน บอกอาก่อน
“แค่นี้เหรอ…” เนตรชนกยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจโล่งอย่างไม่รู้ตัว
“ไม่ดุสักนิดเลยเหรอ” เธอเอ่ยพลางยกมือเท้าเอวครุ่นคิด “หรือดุไปแล้วเมื่อคืน…” เนตรชนกพยายามนึกอีกครั้ง ทว่าหัวกลับรู้สึกปวดมากกว่าเดิมเพราะจำอะไรไม่ได้เลย
เธอหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะมองโน้ตอีกครั้ง แววตานิ่งไปเล็กน้อย
“บอกก่อน…” คำสั้นๆ นั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแปลกๆ
“ห่วงเหรอ หรือว่าคุณอายังเห็นฉันยังไม่โตกันแน่” เนตรชนกส่ายหัวกับความคิดของตัวเอง ก่อนจะหันไปจัดการกับอาการเมาค้าง โดยไม่รู้เลยว่ามีบางความทรงจำที่หายไป ทว่ามันยังคงเป็นเหตุการณ์ฝังอยู่ในใจของใครอีกคน
ในเวลาเดียวกัน กันต์นทีนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยรถที่จอดอยู่หน้าบริษัท เขากำพวงมาลัยแน่นขณะกำลังคิดถึงเรื่องเมื่อคืน
อย่าไป… เสียงนั้นยังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท รวมถึงสัมผัสอุ่นนุ่มที่แตะลงบนริมฝีปากเขาเมื่อคืนด้วย
กันต์นทีหลับตาลงเพื่อข่มอารมณ์ “ไม่ได้...” เขาพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเธอจำได้หรือไม่ แต่เขาจำได้ทุกวินาที
“แค่ครั้งเดียว ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว”
กันต์นทีถอนหายใจยาวก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ วันนี้เขาจะทำงานตั้งแต่ฟ้าสางจนฟ้ามืด ไม่ลืมเรื่องฟุ้งซ่านได้ก็ให้มันรู้ไป
