ตอนที่13 แฟนปลอมๆ
เสียงประตูหน้าบ้านดังขึ้นในช่วงดึก เนตรชนกที่นั่งอยู่บนโซฟาชะงักเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าชะโงกไปมองที่หน้าบ้าน “กลับมาซะทีนะคะ” เธอพึมพำก่อนจะลุกขึ้นยืนต้อนรับกันต์นทีที่กำลังเดินเข้ามาในบ้าน
กันต์นทีก้าวเข้ามาในตัวบ้านด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนทุกวัน ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อยังเห็นคนตัวเล็กยืนจ้องหน้าเขาในขณะที่เพิ่งก้างเข้ามาในบ้านไม่กี่ก้าว
“ยังไม่นอนอีกเหรอ” คำถามสั้นๆ ทว่าในหัวของเขากลับคิดวนเวียน เธอจะจำเรื่องเมื่อคืนได้ไหม ตามประสบการณ์ที่เคยเจอ หญิงสาวที่คออ่อนเช่นเธอมักจะจำวีรกรรมของตัวเองไม่ได้เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าของอีกวัน
“ค่ะ เมื่อเช้าตะวันตื่นมาก็ไม่เห็นคุณอาแล้วแถมยังกลับดึกอีก งานยุ่งเหรอคะ”
“อ๋อ อืม” เธอจำไม่ได้จริงๆ สินะ
เนตรชนกยืนเก้ๆ กังๆ ก่อนจะถามเสียงเบา “ตะวัน…ไม่ได้ทำอะไรแย่ๆ ไว้เมื่อคืนใช่ไหมคะ”
กันต์นทีชะงักไปเสี้ยววินาที หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ “ไม่ แค่คราวหน้าจะไปไหนก็บอกอาก่อน”
“ค่ะ”
“ถ้าจะให้ดีก็อย่าไปที่แบบนั้นจะดีกว่า”
เนตรชนกเงยหน้าจ้องตากับกันต์นทีเขม็ง “ตะวันโตแล้วนะคะ ตะวันอยากทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้นค่ะ” เอ่ยจบก็หันหลังขวับด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ เขาก็ยังเห็นเธอเป็นดเด็กอยู่วันยังค่ำ คราแรกคิดว่าจะยอมให้เธอไปเที่ยวที่แบบนั้นเพราะเห็นเธอโตแล้วซะอีก ที่แท้ก็หลอกให้เธอตายใจแล้วตบท้ายด้วยความเห็นว่าไม่อยากให้เธอไปเที่ยวที่นั่น
“เฮ้อ...” กันต์นทีถอนหายพรืดใหญ่ หากวันนั้นรู้ว่าเธอจะเจ็บปวดกับคำพูดของเขาขนาดนี้ เขาก็อยากจะเลี่ยงคำว่าเด็กเกินไปกับเธอ
เนตรชนกเดินกระทืบเท้าขึ้นบันไดเข้าห้องนอนด้วยความหงุดหงิด เธอทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเฟสไทม์กับเพื่อนทั้งสองทันที
“ว่าไงตะวัน หน้าบูดเป็นตูดลิงเชียว ทะเลาะกับคุณอาสุดหล่อมาเหรอ” ปัญธิดาเอ่ยทักขึ้นเป็นคนแรกพลางพอกหน้าไปด้วย
“แสนรู้จริงๆ เลยนะ ไม่เชิงทะเลาะหรอก คุณอาบอกว่าจะไปไหนก็ให้บอกก่อน แต่ก็ย้ำว่าถ้าไม่ไปที่แบบนั้นได้ก็จะดี” เนตรชนกพ่นลมหายใจทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์
ถิงถิงที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย “งั้นก็หมายความว่าเขาก็ยังเห็นแกเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ”
“แต่ฉันว่าไม่นะ พวกแกสองคนเมาตอนที่หมอไทม์มา” ปัญธิดาโพล่งขึ้น
“ก็จำได้แค่ว่าไปดื่มกับพวกแก แล้วภาพก็ตัดไปตอนที่คุณอามารับ... ทำไมเหรอ? ฉันไปอ้วกใส่รถเขาเหรอ?”
“เปล่า ไม่ได้อ้วก” ปัญธิดาส่ายหน้า “แต่แกรู้ไหมว่าตอนที่คุณอาแกเดินเข้ามาในผับน่ะ เขาดูหวงแกมาก มากจนผู้ชายคนนั้นที่นั่งกับเรายังบอกว่าผู้ชายคนนี้ขึ้หึง”
“ไม่ใช่หรอกมั้ง เขาน่าจะโมโหที่เห็นฉันมาเที่ยวแล้วเมามากกว่า” เนตรชนกพึมพำ
“ไม่ใช่หรอกตะวัน” ปัญธิดาส่ายหัวพัลวัน “ผู้ชายคนนั้นยืนยัน ว่าสายตาที่หมอไทม์มองแกมันไม่ใช่สายตาของผู้ปกครองที่มาตามลูกหลานเลยสักนิด”
“จริงเหรอ” เนตรชนกเริ่มมุ่นคิ้ว
“พี่คนนั้นยังแอบมาบอกฉันเลยว่าสายตาแบบนั้นน่ะคือการประกาศความเป็นเจ้าของชัดๆ เขาดูจะหวงแกมากกว่าห่วงแบบหลานนะตะวัน ฉันเองก็เห็น แล้วที่ฉันเชื่อผู้ชายที่อยู่ในผับเพราะผู้ชายยังไงก็รู้ใจผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แกว่าไหมล่ะ”
“ก็มีส่วนจริงอย่างที่แป๋มพูดนะตะวัน” ถึงจะเมาจนจำสีหน้าของกันต์นทีไม่ได้แต่ถิงถิงก็เชื่อในความเห็นของปัญธิดา
คำพูดของปัญธิดาทำให้หัวใจของเนตรชนกกระตุกวูบ ตกลงแล้วกันต์นทีคิดยังไงกับเธอกันแน่
“แกก็ลองพาแฟนไปเปิดตัวกับเขาสิ ลองดูอาการของเขาว่ามันจะเป็นยังไง” ปัญธิดาเสนอ
เนตรชนกรีบส่ายหัว “แฟนเหรอ ไม่เอาไม่อยากลองมีแฟน”
“แฟนปลอมๆ น่ะ เข้าใจไหม”
“แล้วจะให้ใครมาเป็นแฟนปลอมๆ ฉันล่ะ”
“เฮียเฟยไง ถิงถิง แกให้พี่แกช่วยหน่อยได้ไหม” ปัญธิดาเห็นว่าเรื่องนี้ถิงถิงช่วยได้
“โอ้ย คนอย่างเฮียเฟยสนใจอะไรที่ไหนนอกจากเก็บตัวอยู่ที่สนามแข่งรถ ถ้าเป็นเฮียจอมค่อยให้ช่วยได้อยู่”
ปัญธิดาย่นคิ้วเมื่อได้ยินชื่อของนายแบบหนุ่มที่เธอไม่ค่อยถูกชะตาแม้ว่าเขาจะหล่อมากก็เถอะ “นายแบบหน้านิ่งจอมหยิ่งที่เป็นเพื่อนเฮียเฟยอะเหรอ”
“อืม ฉันว่าเขาน่าจะพูดง่ายกว่าเฮียเฟยเยอะ อีกอย่างก็หล่อสูสีกับหมอไทม์ด้วย”
“แกลองคุยให้ฉันด้วยนะถิงถิง” เนตรชนกตัดสินใจเลือกจอมทัพหากเขายอมเป็นแฟนเฉพาะกิจให้เธอ เพราะตอนนี้เธอก็อยากเห็นอาการของกันต์นทีเหมือนกันว่าเขาจะมีท่าทียังไงเมื่อรู้ว่าเธอมีแฟน
“อืม ฉันจะลองคุยให้”
“บอกตรงๆ ว่าไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกนะ แต่ก็ช่างเถอะ เป้าหมายของเราคืออยากรู้อาการของหมอไทม์เท่านั้นว่าเขาจะเป็นยังไงตอนรู้ว่าหลานสาวในปกครองมีแฟน”
เนตรชนกอมยิ้มมุมปาก แอบอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ อยากรู้ว่าเขาจะมีอาการหวงเธอจนออกนอกหน้าเหมือนตอนที่เธอไปเที่ยวแล้วเมาไหม คิดแล้วก็อยากย้อนเวลากลับไป หากรู้ว่าเขาจะตามไปที่ผับ เธอไม่ดื่มเยอะจนขาดสติเสียก็ดี พอเขามาเธอจะได้แกล้งเมาแล้วแอบดูอาการไม่สบอารมณ์ของเขาได้
เช้านี้กันต์นทีและเนตรชนกนั่งรับประทานอาหารเช้าด้วยกันที่ห้องครัว ชายหนุ่มเริ่มวางช้อนช้าๆ ก่อนตะสบตาหลานสาวนอกไส้ที่จ้องเขาตาไม่กะพริบ “มองหน้าอาแบบนั้นมีอะไรรึเปล่า”
“คือ ตะวันจะถามว่างานเลี้ยงที่จะจัดขึ้น ตะวันไม่ต้องช่วยอะไรใช่ไหมคะ”
“ไม่หรอก ก็แค่ทักทายผู้หลักผู้ใหญ่ แล้ววันนั้นตะวันอาจจะต้องตอบคำถามคนอื่นเรื่องคุณพ่อเยอะหน่อย โอเคใช่ไหม”
“ค่ะ คือ...วันนั้นตะวันอาจจะพาแฟนไปด้วย ได้ไหมคะ?”
มือที่กำลังจะหยิบแก้วน้ำของกันต์นทีชะงักไปชั่วครู่ “แฟน?”
“ค่ะ ตะวันกำลังลองคุยๆ อยู่กับรุ่นพี่น่ะค่ะ” เอ่ยจบสาวเจ้าก็ลอบสังเกตปฏิกิริยาคนตัวโต เห็นเพียงแววตาไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกกลบด้วยความเรียบเฉยตามฉบับผู้ใหญ่ใจดี
“แล้ว...”
“อะไรเหรอคะ”
