ตอนที่11 ลองใช้ชีวิตแบบคนที่โตแล้ว
เนตรชนกนั่งหน้าห่อเหี่ยว จริงอย่างที่เพื่อนเธอพูด วิเวียนทั้งสวย สง่า เซ็กซี่นางแบบสาวแต่งตัวในแบบที่เธอไม่เคยคิดจะแต่ง หรือว่าหากอยากจะได้หัวใจของกันต์นทีเธอต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่
“ฉันเซ็กซี่สู้วิเวียนไม่ได้เลยเหรอ”
สองสาวหันมองสบตากัน ก่อนจะถอนหายใจยาวพร้อมกันเป็นคำตอบ
“ผู้ชายอย่างคุณอาเธอเขาอยู่ในโลกของผู้ใหญ่ เขาอยู่ในโลกธุรกิจ รายล้อมไปด้วยผู้หญิงเก่งๆ สวยๆ เต็มไปหมด ถ้าเธอจะเอาแต่ร้องไห้ หึง ห้ามนั่นห้ามนี่มันยิ่งดูน่ารำคาญสำหรับเขา” ถิงถิงเริ่มวิเคราะห์
“แล้วต้องทำยังไงล่ะ” เสียงของเนตรชนกอ่อนลง
ถิงถิงมองเนตรชนกตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ก็เลิกทำตัวเป็นลูกคุณหนูสิ”
“จริงอย่างที่ถิงถิงบอก ในเมื่ออาแกเป็นแฟนเก่าของนางแบบคนนั้น แสดงว่าอาแกชอบผู้หญิงเซ็กซี่ ดูเป็นผู้ใหญ่ แกก็แต่งตัวให้เปรี้ยวขึ้น เซ็กซี่ขึ้น อ่อ...ต้องไม่งี่เง่า เขาว่ากันว่าผู้ใหญ่จะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์”
“อืม” ถิงถิงพยักหน้าน้อยๆ เห็นด้วยกับคำพูดของปัญธิดา
“ฉันรู้ว่ามันยาก เพราะทุกวันนี้ฉันก็ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่ถ้าแกอยากให้เขามองว่าแกโตแล้วก็อย่าทำ”
ถิงถิงยกนิ้วโป้งให้กับปัญธิดา ชอบที่เพื่อนตนรู้ตัวเองว่ามีข้อบกพร่องตรงไหนแต่ก็ไม่ยอมแก้นี่แหละ “เยี่ยม สอนคนอื่นได้แต่ตัวเองทำไม่ได้ ดีมาก”
“ใช่เวลาประชดไหมเนี่ยถิงถิง”
“โอเค ฉันจะทำให้ได้” เนตรชนกเอ่ยด้วยแววตามุ่งมั่น
“อ่อ อีกอย่างคนที่โตแล้วน่ะ เค้าต้องดื่มเหล้าเข้าผับ”
“จำเป็นด้วยเหรอ”
“คนอื่นอาจจะไม่จำเป็น แต่ถ้าแกอยากจะกร้านโลกเหมือนนางแบบวาบหวิวอดีตขวัญใจอาแก แกก็ต้องทำ”
เนตรชนกเงียบไปนาน ในหัวมีแต่หน้าของวิเวียน เธอทั้งสวย มั่นใจ แล้วก็นึกถึงตัวเองที่ยังมานั่งร้องให้เพียงเพราะเห็นกันต์นทีจูบกับผู้หญิง บางทีการที่เธอเปลี่ยนตัวเองให้โตขึ้น ข้อดีก็ไม่ใช่แค่ได้เปลี่ยนภาพที่กันต์นทีมอง ทว่าอาจจะดีกับเธอในเรื่องการบริหารงานในบริษัทของคนเป็นพ่อในวันหน้าก็ได้
“โอเค ฉันต้องทำให้คนอื่นมองฉันโตขึ้นให้ได้”
“งั้นก็เริ่มวันนี้เลย ถิงถิง แกก็ต้องไปผับกับพวกเราด้วย”
“เหรอ? อืม ถึงฉันจะไม่ชอบที่แบบนั้นแต่ไปก็ได้”
“ขอบใจนะถิงถิง” เนตรชนกจับมือเพื่อนทั้งสองเอาไว้แน่น เธอไม่อยากยืนอยู่ในมุมเดิมอีกต่อไป เธอจะต้องโตขึ้นให้ได้ ในวันที่เธอเรียนรู้โลกกว้างมากขึ้นแล้ว หวังว่าเธอจะได้รับคำตอบที่ต้องการจากกันต์นที
เสียงเพลงดังสนั่นสะเทือนพื้นผับ แสงไฟหลากสีวูบวาบสาดใส่ผู้คนที่เบียดเสียดอยู่เต็มพื้นที่ เนตรชนกนั่งอยู่ที่โต๊ะสูง มือบางจับแก้วเหล้าแน่นราวกับยังไม่ชิน
“ดื่มสิตะวัน มัวแต่มองอยู่นั่นแหละ” ปัญธิดาจับมือให้เนตรชนกดื่มน้ำเมาในแก้ว
“มันจะขมมากไหมแป๋ม” เนตรชนกถามเสียงเบา สีหน้าของเธอตอนนี้ไม่สู้ดีนัก ไหนจะมึนกับแสงไฟ อีกทั้งยังมีแต่กลิ่นบุหรี่เข้ามาเตะจมูกเรื่อยๆ อีก
“เราลองโตด้วยวิธีอื่นก็ได้มั้งแป๋ม ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบที่แบบนี้เหมือนกัน” ถิงถิงเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เธอแนะนำเนตรชนกถูกหรือเปล่า
“มาถึงที่นี่แล้ว ยังไงก็ต้องลอง มา ชนแก้ว”
“อืม” ถิงถิงยกแก้วชนเสียงดังกับเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะกระดกลงไปครึ่งแก้ว
เนตรชนกหลับตาแล้วยกดื่มตาม น้ำเมารสขมปร่าไหลผ่านลำคอทำให้เธอสำลักเล็กน้อย “แค่กๆ...”
“เห็นไหม บอกแล้วว่าแก้วแรกไม่เป็นไร” ปัญธิดาหัวเราะ
“นี่เหรอของที่เฮียเฟยชอบ” ถิงถิงวางแก้วลงก่อนจะจ้องมองไปยังแก้วนั้นไม่วางตา เธอเห็นพี่ชายของเธอกับเพื่อนๆ ชอบดื่มกันอยู่บ่อยๆ เธอไม่เคยลองมาก่อน ทว่าก็คิดว่ามันจะอร่อยกว่านี้เสียอีก
“คืนนี้แกจะต้องเป็นผู้ใหญ่ ดื่มอีกเร็ว ดื่มจนกว่าจะรู้สึกว่ามันอร่อย” ปัญธิดาคะยั้นคะยอให้เนตรชนกได้ลองน้ำเมาในแก้วอีก
เนตรชนกหน้าเจื่อน น้ำในแก้วขมปี๋ขนาดนั้นเธอจะรู้สึกว่ามันอร่อยได้ยังไง ทว่าเมื่อเธอเชื่อว่ามันคือสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เธอโตขึ้น เธอก็เลือกที่จะฝืนดื่มมันรวดเดียวจนหมดแก้ว
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแก้วที่สาม แก้วที่สี่ก็หมดไปอย่างรวดเร็ว ถิงถิงและเนตรชนกเริ่มไม่เหลือสติ แต่ก็ยังดีที่ปัญธิดายังประคองสติเอาไว้ได้เพราะเธอก็ไม่ใช่คนคออ่อน ด้วยเพราะดื่มกับลูกพี่ลูกน้องที่บ้านเป็นประจำ
“ฉันว่า ฉันจะไม่ไหวแล้ว มันอร่อยตรงไหนเนี่ย อึก” เนตรชนกเริ่มยกหัวไม่ขึ้น อีกทั้งเสียงที่พูดก็ยานจนคนอื่นแทบจะฟังไม่ออก
“โลกหมุนแล้วอ่ะ” ถิงถิงฟุบพาดไปกับเก้าอี้นานสองนานแล้ว
ไม่นานนักหลังจากสองสาวเริ่มไม่ได้สติก็มีหนุ่มหล่อโต๊ะข้างๆ เข้ามานั่งชิดติดกับเนตรชนก “ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ”
“อืม...” เสียงตอบนั้นยืดยาน ทว่าเนตรชนกก็ยิ้มตอบรับหนุ่มแปลกหน้า
ปัญธิดายกยิ้ม “เพื่อนฉันอนุญาตแล้ว ตามสบายค่ะ”
“พวกคุณจะกลับกันยังไงครับ เมากันขนาดนี้”
“อ๋อ เดี๋ยวฉันโทรให้คนที่บ้านมารับค่ะ หรือว่าคุณอยากไปส่งล่ะคะ”
“อืม ส่ง ไปส่ง” เนตรชนกเงยหน้ามองชายแปลกหน้าก่อนจะยิ้มแบบที่ตัวเองไม่เคยยิ้มมาก่อน “คุณ…คุณยิ้มเก่งจังเลยนะคะ” เธอว่าพลางจะเอื้อมมือไปจับแก้มชายหนุ่มหน้าหล่อ ทว่าปัญธิดาก็ต้องคว้ามือเนตรชนกเอาไว้ก่อน ด้วยกลัวว่าผู้ชายคนนี้จะฉวยโอกาสถึงเนื้อถึงตัวหากเนตรชนกเลือกที่จะแตะเนื้อตัวของเขาก่อน
“ตะวัน ไม่ทำแบบนี้”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ เธอน่ารักดีนะครับ”
“น่ารักเหรอ หึ่...” คนถูกชมหัวเราะในลำคอ “ฉันคงดูน่ารักเหมือนเด็กใช่ไหม มีคนชอบบอกว่าฉันเด็กตลอดเลย”
“เพื่อนคุณกำลังเฮิร์ทอะไรอยู่เหรอครับ”
“ก็...เรื่องหัวใจนั่นแหละค่ะ”
“อยากดูแลหัวใจให้เธอจัง” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมยื่นมือไปเชยคางเนตรชนก
ปัญธิดารีบดึงแขนของชายหนุ่มเอาไว้ก่อนที่เขาจะแตะไปที่ส่วนอื่นของเพื่อนเธอ “แหม ถึงเนื้อถึงตัวกันง่ายๆ ไม่ได้นะคะ ถามเพื่อนฉันก่อนค่ะว่าให้คุณจับตัวได้ไหม”
สายตาคมกริบคู่หนึ่งมองภาพทั้งหมดจากอีกฟากของผับก่อนจะรีบปรี่ตรงมายังโต๊ะของสามสาว กันต์นทีกำหมัดแน่นกัดฟันจนกรามขึ้นเป็นสัน หากเขาไม่ตามสัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็คงไม่รู้ว่าเนตรชนกมาเที่ยวในที่แบบนี้
