ตอนที่10 ภาพบาดตา
“เสียงของหัวใจที่อยากจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์น่ะเหรอครับ”
“นั่นก็อีกเรื่องนึงค่ะ นี่เอกสารสัญญาที่เป็นธรรมที่สุด อ่านเสร็จแล้วก็ติดต่อฉันมานะคะที่รัก” เอ่ยจบก็ก้มลงไปจูบปากกันต์นที
“มันต้องอย่างนี้สิคะ” เธอยิ้มอย่างพึงพอใจที่ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายผลักไส เพราะนั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเธอกำลังจะได้เขาคืนมาอย่างใจหวัง
เมื่อเข้ามาทำให้ชายหนุ่มหวนคืนความหลังได้เสร็จเรียบร้อยก็ถึงวินาทีที่เธอจะต้องจากไป นางแบบสาวเธอหันหลังเดินไปที่ประตู ก่อนจะหยุดฝีเท้าแล้วหันหน้ากลับไปมองชายหนุ่ม
“แล้วเจอกันค่ะไทม์ ครั้งนี้…ฉันไม่คิดจะปล่อยคุณง่ายๆ” เธอทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มร้ายๆ ก่อนจะออกจากห้องไป
กันต์นทีรู้ดีทุกอย่างว่าต่อไปวิเวียนจะทำอะไรกับเขา ทว่าที่เขายอมให้เธอทำอะไรตามใจตัวเองเมื่อครู่ ไม่ไช่การเต็มใจ แต่เพราะต้องการปล่อยให้เนตรชนกที่กำลังมองเขาผ่านกำแพงกระจกได้เห็นต่างหาก
ไม่ว่าเนตรชนกจะตามเขามาที่บริษัทเพราะเหตุผลอะไร ทว่าเธอก็เข้ามาในจังหวะที่เขาต้องการพอดี รู้ว่าเธอจะต้องเจ็บปวดหัวใจ ทว่าก็ยังดีกว่าปล่อยให้เธอคิดเกินเลยกับเขาแล้วหากวันหนึ่งเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ นั่นมันจะเป็นเรื่องใหญ่
เนตรชนกก้าวเข้ามาในห้องรับแขกของบริษัทด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยหัวใจห่อเหี่ยว
ภาพตอนที่ริมฝีปากของกันต์นทีแนบชิดกับนางแบบชื่อดังคนนั้น นางแบบที่สวยสง่า ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวแม่ของความเซ็กซี่ เพราะเหตุผลที่เขามีเธออยู่แล้วหรือเปล่าที่ทำให้เขาบอกว่าเธอยังเด็ก
“พวกเขาเป็นแฟนกันงั้นเหรอ?”
คำพูดของเขาในวันก่อนย้อนกลับมาแทงใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตะวันยังเด็กเกินไป
ในวินาทีนั้นเนตรชนกจึงได้เข้าใจอย่างเจ็บปวดว่าไม่ใช่เพราะเธอไม่ดีพอ แต่เพราะเธอไม่ใช่คนแบบที่เขาชอบ จำได้ว่าเขาบอกกับเธอว่าไม่มีแฟน แล้วทำไมถึงไปจูบกับผู้หญิงคนนั้นได้
“จะไปถามตอนนี้เลยดีไหมนะ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ดวงตาคู่สวยเพ่งเล็งไปยังประตูเมื่อได้ยินเสียงเคาะ ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นร่างสูงสง่าของกันต์นทีก็โผล่เข้ามาให้เธอได้เห็น
“เลขาอาบอกว่าตะวันมารออาได้สักพักแล้ว มาที่นี่มีอะไรเหรอ”
สาวเจ้าลุกขึ้นพรวด “ตะวันอยากรู้ว่านางแบบคนนั้นเป็นอะไรกับคุณอาคะ” เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ เรื่องที่อยากมาที่นี่เพราะอยากเอาขนมมาให้เขาเป็นแค่เรื่องรองไปแล้ว ตอนนี้เธออยากฟังคำตอบของคำถามที่เอ่ยไปเมื่อกี้มากกว่า
“เห็นด้วยเหรอ” เขายังทำเป็นไขสือ
“เห็นสิคะ เห็นเต็มสองตาเลย ตะวันบอกตรงๆ ว่าตะวันไม่ชอบภาพนั้นเลยค่ะ” ยิ่งพูดถึงก็พาลให้ยิ่งนึกภาพนั้นได้ชัดเจน เธอขาอ่อนแรงจนฟุบลงไปนั่งบนโซฟาอีกครั้ง น้ำตาเจ้ากรรมเริ่มไหลเอ่อลงมาที่แก้ม ความไม่ชอบใจ ความน้อยใจประเดประดังเข้ามาในทีเดียวจนทำให้กลั้นความอัดอั้นเอาไว้ไม่อยู่จนต้องระบายเป็นน้ำตา
“ตะวัน” เรื่องนี้ถึงกับทำให้เธอต้องร้องให้เชียวหรือ เขากำลังทำร้ายจิตใจของเธอเกินไปหรือเปล่า แต่ยังไงก็ไม่ได้ เขาจะใจอ่อนตอนนี้ไม่ได้
“ตกลงผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันคะ”
“เป็น... เธอเป็น เธอไม่ได้เป็นอะไรกับอา” เอ่ยจบก็กำหมัดแน่น บ้าจริง แค่เห็นน้ำตาของเธอเขาก็ทำใจแข็งตามที่สมองสั่งไม่ได้จริงๆ
“คะ?” คำตอบนั้นทำเอาเนตรชนกรีบเช็ดน้ำตาลวกๆ “ไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วทำไมเธอถึงได้จูบคุณอาล่ะคะ”
“อันที่จริงเธอเป็นแฟนเก่าของอาน่ะ ตอนนี้เธอเป็นนางแบบดังก็เลยคุยกันเรื่องที่จะให้เธอเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์”
“แล้วเธอก็มาอ่อยคุณอาเหรอคะ”
“คือ... เธอแค่ทักทาย”
“ตะวันไม่ให้เธอมาร่วมงานกับบริษัทเราค่ะ”
“แต่อาตกลงเซ็นสัญญาไปแล้ว”
“อะไรนะคะ” ถ้าพวกเขาทั้งสองทำงานร่วมกัน ถ่านไฟเก่าได้จุดติดแน่ ขนาดทักทายยังจูบกันขนาดนี้ แล้วถ้าได้เจอกันนานกว่าการทักทายจะเป็นยังไง
“อาว่าเราอย่าเพิ่งสนใจเรื่องเธอดีกว่า แล้วตะวันมาหาอามีเรื่องอะไร”
“ตะวันเอาขนมมาให้คุณอาค่ะ ตะวันอยากทำให้คุณอารู้ว่าตะวันไม่ได้สับสน ตะวันชอบคุณอาจริงๆ แล้วตะวันก็ไม่ชอบเห็นผู้หญิงคนไหนใกล้คุณอาด้วย เข้าใจที่ตะวันพูดใช่ไหมคะ” เอ่ยจบก็ยัดกล่องขนมไปที่มือของหมอหนุ่ม เธอมองจ้องไปที่ริมฝีปากของเขาตาเขียว จูบนั้นมันควรเป็นของเธอแต่ก็ถูกยัยบ้านั่นได้ไปก่อน เจ็บใจเหลือเกิน
“ทำไมมองอาแบบนั้น”
“เช็ดลิปสติกออกจากปากด้วยค่ะ” สิ้นเสียงแข็งเนตรชนกก็เดินหน้าบึ้งตึงออกไปทันที
กันต์นทีส่ายหัวน้อยๆ ขณะมองตามหลังคนตัวเล็ก เพราะน้ำตาของเธอแท้ๆ ที่ทำให้เขาใจแข็งหลอกเธอไม่ได้ แค่พูดว่าเขากำลังคบกับวิเวียนต่อหน้าของเธอแค่นั้นก็พูดมันออกมาไม่ได้
เนตรชนกแทบจำไม่ได้ว่าตัวเองขับรถออกจากบริษัทมาได้อย่างไร
รู้เพียงแค่ว่าภาพริมฝีปากของเขาที่เคยแนบชิดกับผู้หญิงคนนั้นยังตามหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่รู้จบ
และแล้วตอนนี้เธอก็มาจอดรถอยู่ที่ร้านอาหารประจำ จากนั้นก็รีบกดโทรศัพท์มือถือต่อสายหาเพื่อนทั้งสองให้มาเจอกันที่นี่ทันที
ร่วมชั่วโมงที่เนตรชนกรอสองสาว เมื่อเพื่อนทั้งสองมาถึงเธอก็รีบดึงมือปัญธิดาและถิงถิงเข้ามานั่งตรงหน้าเพื่อรอรับฟังปัญหาหัวใจของเธอ
“แกร้องไห้มาอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” ถิงถิงมองจากขอบตาที่มีรอยช้ำก็รู้ได้ในทันที
“คุณอาจูบกับนางแบบที่ชื่อวิเวียน” เนตรชนกเอ่ยออกมาเสียงสั่น
ข้อความที่เนตรชนกเพิ่งเอ่ยจบเรียกความสนใจของปัญธิดาได้เป็นอย่างดี “สองคนนั้นเป็นแฟนกันเหรอ”
“คุณอาบอกว่าเป็นแฟนเก่า ที่จูบเพราะเธอมาทักทาย แถมคุณอายังจะร่วมงานกับเธออีก ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ ฉันควรจะทำยังไงดี”
“ใจเย็นๆ”
“เย็นไม่ได้แล้ว”
“อย่าบอกว่าแกก็พูดกับคุณอาแกว่าไม่ชอบนางแบบนั่น”
“อืม บอกทุกอย่าง บอกว่าไม่ชอบ ไม่อยากให้ร่วมงานด้วย ฉันโมโหมากเลย”
“โอ้ย ตาย” ถิงถิงเห็นว่าเนตรชนกทำไม่ถูกต้อง พฤติกรรมแบบนั้นยิ่งตอกย้ำว่าเพื่อนเธอยังเด็กเกินไปเหมือนที่หมอหนุ่มบอก
“ตายยังไง เป็นฉัน ฉันก็พูด” ปัญธิดาไม่เห็นว่าเรื่องที่เนตรชนกทำจะน่าตกใจขนาดนั้น
“ยิ่งทำตัวเอาแต่ใจแบบนั้นเขาก็ยิ่งจะมองว่าแกเป็นเด็กอย่างที่เขาว่าจริงๆ น่ะสิตะวัน”
“จริงเหรอ”
“เออ ก็จริงนะ ฉันเคยได้ยินพวกผู้ชายอายุสามสิบกว่าชอบพูดว่าไม่ชอบเด็ก เพราะงี่เง่าเก่ง”
“ฉันงี่เง่าจริงๆ เหรอ” เนตรชนกยกมือกุมพวงแก้มเอาไว้ เธอทำสิ่งที่ไม่ควรทำไปจริงๆ เหรอเนี่ย แต่ตอนนั้นมันโมโหจนควบคุมอะไรไม่ได้เลยจริงๆ
“ถ้าเอาตะวันเทียบกับวิเวียนเหรอ โห... ต่างกันคนละขั้วเลยอะ” ปัญธิดาเปิดอินสตาแกรมเลื่อนดูรูปของวิเวียนเธอก็พอจะเข้าใจว่าทำไมกันต์นทีถึงไม่ตอบสนองเพื่อนตัวเอง
