บทที่6
ฟู่เหนียนเหนียนชะงักนิ่งไป หัวใจพลันสั่นไหว ความลังเลค่อย ๆ กัดกินจิตใจ จากเดิมที่ตั้งใจจะเก็บ ‘ความลับ’ นั้นไว้จนกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบสิ้น บัดนี้นางกลับหวั่นเกรงยิ่งกว่าเดิม เกรงว่าบุตรสาวจะวู่วาม ทำสิ่งใดที่ไม่อาจย้อนคืนได้
“เหมยเอ๋อร์…แม่มีความลับเรื่องหนึ่งจะบอกเจ้า” ฟู่เหนียนเหนียนกดเสียงต่ำ
“แต่เจ้าต้องสาบานกับแม่ ว่าเรื่องนี้จะไม่หลุดไปถึงหูผู้ใดเป็นอันขาด”
“ความลับอะไรกันหรือเจ้าคะ ท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อค่อย ๆ หยุดสะอื้น ดวงตาที่แดงก่ำฉายแววสงสัยขึ้นมาแทน
“เหมยเอ๋อร์…” ฟู่เหนียนเหนียนถอนหายใจแผ่วต่ำ ราวกับคำต่อไปหนักอึ้งยิ่งนัก
“หากแม่จะบอกเจ้าว่าแม่ได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ และอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตระกูลโหวจะล่มจม...เจ้าจะเชื่อคำแม่หรือไม่?”
กลับมาเกิดใหม่? จวนโหวจะล่มจมงั้นหรือ? เรื่องเช่นนี้…ช่างฟังดูเหลวไหลยิ่งนัก
“ท่านแม่เพียงอยากปลอบใจเหมยเอ๋อร์ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางสะอื้นเบา ๆ
“ฮึก…ท่านแม่อย่าลำบากหาข้ออ้างแทนท่านพ่อเลยเจ้าคะ”
“เพ่ย!…แม่ไม่ได้หาข้อแก้ตัวให้พ่อของเจ้า” ฟู่เหยียนเหยียนรีบปฏิเสธเสียงขื่น
นางไม่จำเป็นต้องหาข้อแก้ตัวให้เสิ่นอวี้ เพราะเขาแสดงออกชัดเจนมาโดยตลอด..ความรักทั้งหมดของเขา มอบให้เพียงบุตรสาวคนโต
สามีที่นางรักมาสองภพชาติ ทว่าสายตาของเขากลับไม่เคยมองมาที่นาง ในหัวใจของเขามีเพียงฮั่วหมู่หลี่…สตรีผู้น่าชังผู้นั้น
แม้แต่เหมยเอ๋อร์เอง นางยังต้องยอมใช้วิธีสกปรกวางยาเพื่อให้ได้เด็กคนนี้มา ทว่าหลังจากนั้นเสิ่นอวี้กลับยิ่งรังเกียจนางมากขึ้นไปอีก ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของฮั่วหมู่หลี่ หากไม่มีผู้หญิงสารเลวนั่น…ท่านพี่ก็คงรักนางไปนานแล้ว
ดังนั้นนางจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เสิ่นเจียวจื่อต้องตกสู่นรกแห่งการแต่งงาน เฉกเช่นเดียวกับที่นางและบุตรสาวเคยลิ้มรสมาแล้ว!!
“เหอะ..หากท่านแม่ไม่ได้คิดจะแก้ตัวแทนท่านพ่อ เช่นนั้นจะมายกเรื่องไร้สาระเช่นนี้ขึ้นมาเพื่ออันใดกัน” เสิ่นเหมยจื่อบิดยิ้มเยาะหยัน แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ปิดไม่มิด
“เหมยเอ๋อร์…แม่ไม่ได้โกหกเจ้าเลยนะ เพียงแต่แม่..”
“ท่านจะหาเหตุแก้ตัวอันใดอีก” นางขัดขึ้นในทันที
“เพียงแค่เรื่องว่าจวนโหวจะล่มจม ข้ายังไม่อาจเชื่อได้แม้แต่น้อย! ท่านแม่ก็แค่ไม่อยากช่วยให้ข้าได้แต่งงานเข้าจวนโหว”
“มันไม่ใช่แบบนั้น..เจ้าต้องฟังแม่..ในภพชาติก่อนหน้าเจ้าได้แต่งงานเข้าจวนโหว ทว่าด้วยเวิ่นเฟยหยูทำเรื่องผิดพลาดเข้า..ตระกูลโหวจึงถูกลงโทษ เนรเทศไปยังแดนไกล” ฟู่เหยียนเหยียนสะอื้นเสียงขาด
“ฮึก…เจ้าเองก็ต้องโทษไปด้วยกัน” พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ น้ำตาของเสิ่นฮูหยินก็ไหลรินไม่ขาด เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ฝังลึกสลักในจิต
“กว่าแม่จะสามารถช่วยเจ้ากลับเรือน…ตัวเจ้าเองก็…”
“ตัวข้า…เป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ ท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ แม้สติยังไม่อาจยอมรับ แต่ร่างกายกลับเย็นเฉียบด้วยความหวาดกลัว
“ฮึก…” ฟู่เหยียนเหยียนสะอื้นหนัก
“ตลอดเส้นทางเนรเทศอันยาวไกล…เจ้าถูกบีบให้บำเรอเหล่าทหารคุ้มกัน เพื่อให้มีชีวิตรอด”
“ไม่จริง…ข้า…ไม่จริง…”
“ทั้งหมดคือความจริง เหมยเอ๋อร์เจ้าต้องเชื่อแม่” ฟู่เหยียนเหยียนสะอื้นหนัก น้ำเสียงสั่นพร่า
“ฮึก..ภายหลังถึงแม่สามารถช่วยเจ้ากลับมาได้ แต่เพื่อปิดบังเรื่องราวทั้งหมด แม่จำต้องปลอมแปลงชื่อใหม่ให้เจ้า และทำได้เพียงให้อาศัยอยู่ที่เรือนท้ายจวน”
เรือนท้ายจวนที่นางกล่าวถึง คือเรือนที่ห่างไกลผู้คนมากที่สุด เงียบเหงา ทรุดโทรม ราวกับถูกโลกทอดทิ้ง
“สติของเจ้าเองก็แตกสลาย…” ฟู่เหยียนเหยียนหลับตา ภาพบุตรสาวที่ถูกเคี่ยวกรำพาให้น้ำตานางไหลไม่หยุด
“ฮึก…ต่อให้แม่พยายามเชิญหมอเทวดามารักษา เจ้าก็ไม่อาจกลับมาเป็นเหมยเอ๋อร์คนเดิมได้อีกเลย”
ยิ่งคิด หัวใจก็ยิ่งเดือดดาล สัญญาหมั้นหมายที่เคยเชื่อว่าเป็นวาสนาแท้จริงแล้วคือหลุมลึก ที่ฝังชีวิตบุตรสาวของนางทั้งเป็น ความอัดอั้นสุมแน่นจนแทบกระอักเลือด
“แล้วเสิ่นเจียวจื่อล่ะท่านแม่!” เสิ่นเหมยจื่อพูดละล่ำละลัก มือสั่นระริกขณะเขย่าแขนมารดา
“ชีวิตของนางเป็นเช่นไร!”
ในเมื่อชะตาของนางพินาศถึงเพียงนี้ นางสารเลวผู้น่าชิงชังก็ย่อมไม่ควรได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเช่นกัน
“ฮึก…เจียวจื่อ..สตรีเลือดชั้นต่ำผู้นั้น กลับได้แต่งเข้าจวนรัชทายาท” น้ำเสียงของฟู่เหยียนเหยียนสั่นพร่า เต็มไปด้วยความเจ็บใจและอัดอั้น
“ท่านแม่หมายถึงผู้ใดกันเจ้าคะ?” เสิ่นเหมยจื่อขมวดคิ้วแน่น เพราะในรัชสมัยปัจจุบัน ฮ่องเต้อิ๋งหยูหลี่เพิ่งปลดองค์รัชทายาทลง
“แม่หมายถึง…องค์ชายสาม” เสิ่นเหมยจื่อเบิกตากว้าง
“จะเป็นไปได้อย่างไรกันเจ้าคะ องค์ชายสามเพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งรัชทายาทไม่ใช่หรือ?”
“หึ…ตอนนั้น แม่ก็คิดไม่ต่างจากเจ้า” ฟู่เหยียนเหยียนหัวเราะเสียงเย็น
“หลังจากองค์ชายสามจบศึกกลับมา..ขาของเขาก็พิการ จึงถูกตัดสิทธิ์ในการครองบังลังก์”
ในภพชาตินั้น นางเคยยิ้มเยาะอยู่ในใจ นึกสมน้ำหน้าชะตากรรมของเสิ่นเจียวจื่อ
การต้องแต่งงานกับชายพิการ ก็ไม่ต่างจากการถูกส่งไปเป็นข้าทาสในเรือน มีหน้าที่เพียงรับใช้ ปรนนิบัติ
ส่วนบุตรธิดานั้น…อย่าได้คิดหวังเลย
ฮั่วหมู่หลี่ได้หัวใจของท่านพี่เสิ่นไปแล้วกระไรล่ะ ในเมื่อบุตรสาวของนางต้องสูญเสียครึ่งชีวิตไปกับชายผู้ตกอับ
“แต่…แม่คิดผิด”
