บทที่7
“หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะท่านแม่” เสิ่นเหมยจื่อเร่งถาม
“ในภพชาติก่อน เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”
“ก็เพราะท่านพ่อของเจ้านั่นแหละ” ฟู่เหยียนเหยียนกัดฟันแน่น
“เขาลอบวางแผนร่วมกับองค์ชายสาม”
เพียงคิดถึงตรงนี้ หัวใจนางก็ปวดร้าว นางเคยปรามาสความรักที่เสิ่นอวี้มีต่อบุตรสาวคนโตว่ามันคงไร้ค่า แต่ชายผู้นั้นกับวางแผนทุกอย่างเพื่อบุตรสาวหมดแล้ว
“ท่านพ่อเกี่ยวข้องด้วยหรือเจ้าคะ?”
“ท่านพ่อเจ้าเป็นคนขององค์ชายสาม” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยช้า ๆ หนักแน่น
“และความจริงแล้ว…องค์ชายสามไม่เคยพิการ”
ใช่..องค์ชายอิ๋งหลงหลี่แสร้งบาดเจ็บ เพื่อวางแผนจับผู้ทรยศ
“หลังจากเจียวจื่อแต่งเข้าจวนได้สามปี องค์ชายสามก็กลับมาเดินได้เป็นปกติ ราวกับไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน”
“ท่านพ่อลำเอียงนัก…” เสิ่นเหมยจื่อพึมพำเสียงแผ่วอยู่ในลำคอ แม้เรื่องราวที่มารดาเล่าจะยังไม่อาจตัดสินได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ ทว่าความรู้สึกในใจกลับตีตราไปแล้ว..บิดาของนางไม่เคยยุติธรรม แม้แต่คู่ครองอันดี เขายังวางแผนมอบให้พี่สาวสารเลวนั่นได้ครอบครอง
แน่นอน หากเป็นสถานการณ์ปกติ เสิ่นเจียวจื่อไม่มีวันได้แต่งเข้าไปเป็นพระชายาองค์รัชทายาท
สิทธิ์นั้นยังควรตกเป็นของบุตรหลานตระกูลขุนนางใหญ่ที่มีรากฐานหยั่งลึกมาหลายชั่วอายุคน
หาใช่บุตรสาวของท่านแม่ทัพ ผู้เพิ่งสถาปนาตระกูลได้เพียงไม่กี่สิบปีจะเอื้อมถึงได้โดยง่ายไม่
“แล้วหลังจากนั้นเล่าเจ้าคะ” เสิ่นเหมยจื่อซักถามด้วยความร้อนรน
“หึ…” ฟู่เหยียนเหยียนหัวเราะเย็น
“ภายหลังองค์ชายสามก็กลับขึ้นเป็นองค์รัชทายาทอีกครั้ง จากนั้นไม่นาน…ก็เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่”
“แล้วเจียวจื่อล่ะเจ้าคะ”
“นางหรือ…” ฟู่เหยียนเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง
“เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไรเล่า”
แม้แต่คำว่า ฮองเฮา นางก็ไม่อยากเอ่ยออกมา
บุตรสาวของนาง ต้องกลายเป็นคนเสียสติ ชีวิตแตกสลายไม่เหลือเค้าเดิม
ทว่า…บุตรสาวของแม่ค้าต่ำต้อย กลับสามารถปีนป่ายขึ้นไปยืนถึงปลายกิ่งหงส์ และเรื่องที่ทำให้นางเจ็บใจที่สุด..ฮ่องเต้องค์นั้นกลับเป็นบุรุษผู้รักมั่น ไม่แม้แต่จะรับสนมเข้าพระตำหนัก
วาสนาอันงดงามเช่นนี้กลับตกเป็นของเสิ่นเจียวจื่อ
นี่หรือ…คือความยุติธรรมของสวรรค์
โชคดีนักที่นางยังได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง
สิ่งใดที่เสิ่นเจียวจื่อควรได้ นางจะยื้อแย่งกลับคืนมาให้บุตรสาวของตนไม่เว้นแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
“ดังนั้น เหมยเอ๋อ..เจ้าต้องฟังแม่” ฟู่เหยียนเหยียนย้ำกับบุตรสาว น้ำเสียงหนักแน่น
“เจ้าต้องลืมเวิ่นเฉินอี้ผู้นั้นไปเสีย”
“แต่…ท่านแม่…” เสิ่นเหมยจื่อส่ายหน้าเบา ๆ
ความผูกพันหลายปี จะให้ตัดขาดด้วยคำว่า ลืม ได้อย่างไร
“ข้ารักพี่เฉินอี้”
“รักหรือ?” ฟู่เหยียนเหยียนหัวเราะเย็น เสียงแฝงความเจ็บปวด
“เจ้าดูแม่เป็นตัวอย่างสิ”
“ข้ารักพ่อของเจ้ามาตั้งแต่ยังจำความได้ ถึงขั้นยอมลดศักดิ์ศรี แต่งเข้าจวนมาเป็นอนุ” น้ำเสียงของนางสั่นพร่า
“แต่ดูสิ…พ่อของเจ้าตอบแทนข้าอย่างไร”
ฟู่เหยียนเหยียนรู้ดีตั้งแต่ต้น ว่าเสิ่นอวี้มองนางเป็นเพียงน้องสาว
หากวันนั้นนางไม่ร่วมมือกับฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อวางยาเขา นางคงไม่ได้แม้แต่โอกาสก้าวเข้าจวน ทว่าเรื่องเช่นนั้น นางไม่มีวันเอ่ยให้บุตรสาวล่วงรู้
“ฮึก…แต่ข้าไม่อยากให้พี่เฉินอี้กลับไปรักนางสารเลวนั่น” เสิ่นเหมยจื่อเอ่ยเสียงสั่น
แม้จะรู้ดีว่าจุดจบของตระกูลเวิ่นในภพก่อนล้วนฉิบหาย ทว่าระหว่างหลายปีนั้นล่ะ?
นางย่อมรู้ว่าท่านลุงกับท่านป้าเวิ่นเป็นผู้อาวุโสที่ดีเพียงใด หากเสิ่นเจียวจื่อได้แต่งเข้าจวนเวิ่นชีวิตย่อมไม่ลำบาก ยิ่งไปกว่านั้น ความรักที่พี่เฉินอี้เคยมอบให้นางต้องถ่ายเทไปอยู่ที่เสิ่นเจียวจื่อเป็นแน่
เพียงคิดดวงใจก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเจ็บปวด แค้นเคือง จนแทบหายใจไม่ออก
นางไม่ยอม!
“เหอะ แล้วเจ้าคิดว่าแม่จะยอมให้เจียวจื่อ…นางเลือดชั้นต่ำได้อยู่ดีมีสุขหรือ?”เสิ่นเหมยจื่อชะงัก
“ท่านแม่หมายความว่ากระไร”
ฟู่เหยียนเหยียนหรี่ตาลง
“ของแทนใจ…เจ้ายังเก็บไว้หรือไม่?” นางเอ่ยถามถึงหยกขาวขุ่นลายพยัคฆ์
เสิ่นเหมยจื่อพยักหน้ารับอย่างเงียบงันก่อนจะล้วงหยกชิ้นนั้นออกมาจากถุงหอม แสงหยกขาวหม่นสะท้อนอยู่กลางฝ่ามือ ดุจคำสาบานที่ไม่อาจย้อนคืน
“หึ…ลูก” ฟู่เหยียนเหยียนเอ่ยเสียงแผ่ว แต่เย็นเยียบ
“เจ้าฟังแม่ให้ดี ชีวิตหลังจากนี้ แม่ขอสาบาน..แม่จะไม่มีวันปล่อยให้นางผู้นั้นได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่เจ้าต้องทำตามที่แม่บอก” เสิ่นเหมยจื่อกลั้นลมหายใจ
“ท่านแม่จะให้ข้าทำสิ่งใดหรือ?” นางซักถามด้วยแววตาเร่าร้อน
ฟู่เหยียนเหยียนหันมาป้องปาก กระซิบสั่งการอย่างแผ่วเบา ถ้อยคำไม่กี่ประโยค กลับหนักหน่วงราวคมมีด
ครู่ต่อมา เสิ่นเหมยจื่อจึงยกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรก นับแต่รู้ข่าวการสลับเปลี่ยนคู่หมั้นหมาย
“เพียงเท่านี้หรือเจ้าคะ ท่านแม่” นางพยักหน้ารับอย่างมั่นคง
“ข้าทราบแล้ว ข้าจะทำตามที่ท่านแม่สั่งทุกประการ”
