บทที่2
เดิมทีเสิ่นเจียวจื่อยังมิได้กังวลเรื่องคู่ครองนักเพราะนอกจากจะเชี่ยวชาญการค้าขายแล้ว สิ่งใดที่สตรีในยุคนี้พึงเรียนรู้ นางล้วนร่ำเรียนมาครบถ้วน นางจึงเชื่อมั่นว่าไม่ว่ากรณีใด ท่านพ่อก็ย่อมคัดเลือกบุรุษที่เหมาะสมให้แก่นางแน่
ต่อให้มิได้แต่งเข้าสู่ตระกูลสูงศักดิ์ก็หาได้เป็นปัญหา ขอเพียงไม่ต้องตกเป็นอนุของผู้ใดก็เพียงพอแล้ว
ระหว่างที่บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันเข้ามาทักทาย นางเพียงยกยิ้มตอบอย่างสุภาพตามมารยาท คนที่สนิทหน่อยก็มีดอกไม้มามอบให้
ทว่าคนส่วนใหญ่กลับหันไปรุมล้อมเสิ่นเหมยจื่อ ด้วยบัดนี้นางมิใช่เพียงบุตรีของอนุอีกต่อไป หากได้ขยับฐานะขึ้นเป็นบุตรีภรรยาเอกแล้ว ด้วยเมื่อครึ่งปีก่อนหลังจากบิดาจบศึกกลับมาอยู่จวนถาวร ท่านย่าเริ่มบีบบังคับกดดันให้เลื่อนตำแหน่งฟู่เหยียนเหยียนขึ้นเป็นภรรยาเอก ทั้งหมดก็เพื่อให้บุตรีของนางได้มีศักดิ์ฐานะสูงส่งไม่ต้องตกเป็นที่ครหาของผู้ใด รวมทั้งมีผลกับการแต่งเข้าจวนโหว ท่านพ่อจึงยินยอม
ดังนั้นนอกจากนางผู้เป็นตัวเอกของงานแล้ว เสิ่นเหมยจื่อก็ยังได้รับความสนใจจากผู้คนรอบข้างหาได้ด้อยไปกว่ากัน
“ให้เจ้า”
เวิ่นเฉินอี้ยิ้มอ่อนโยน พลางยื่นดอกเหมยฮวาสีชมพูอ่อนมาให้
เสิ่นเจียวจื่อลอบตกใจเล็กน้อย ก่อนก้มหน้ารับ ใบหน้าซับสีชมพูเรื่อ หัวใจของสาวน้อยเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ทว่ามิทันที่นางจะได้เอ่ยปากขอบคุณ เขากลับสาวเท้าออกไปยังกลางวงแขก ต่อหน้าผู้คนมากมาย เวิ่นเฉินอี้ยื่นดอกโบตั๋นสีขาวบริสุทธิ์หนึ่งในสีที่หายากที่สุดให้แก่เสิ่นเหมยจื่อ และมีนัยถึงรักแท้อันมั่นคง
เสียงฮือฮาดังขึ้นแทบจะในทันที
หัวใจที่กำลังเต้นระรัวของนางค่อย ๆ แผ่วช้าลง เสิ่นเจียวจื่อกดข่มความรู้สึกอิจฉาที่ผุดขึ้นในอกไว้แน่น
บุรุษรูปงามคู่กับหญิงงาม ย่อมเป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้ว
แล้วนาง…กำลังหวังสิ่งใดกัน?
ดวงตายาวรีก้มลงมองดอกเหมยฮวาที่ดูแสนธรรมดาในมือ ก่อนจะยื่นส่งให้สาวใช้ด้านหลัง จากนั้นนางก็ยืดแผ่นหลังให้ตรง ดั่งไม่เคยมีสิ่งใดสั่นคลอนหัวใจมาก่อน
ฮูหยินผู้เฒ่ามองสถานการณ์หวานชื่นตรงหน้าถึงกับยิ้มแก้มไม่หุบ ใบหน้าเหี่ยวย่นเปี่ยมไปด้วยความยินดี นางหันไปกระซิบกับลูกสะใภ้คนโปรดด้วยน้ำเสียงแฝงความมั่นใจ วันนี้บุตรชายของตนคงจะประกาศการหมั้นหมายระหว่างเหมยเอ๋อกับซื่อจื่อแห่งจวนเวิ่นอย่างเป็นทางการ
บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะแผ่วเบาสลับกับคำกระซิบกระซาบของบรรดาฮูหยินที่ลอบประเมินหลานสาวทั้งสี่ของจวนท่านแม่ทัพ
เสิ่นเหมยจื่อนั้นถูกตัดออกไปตั้งแต่แรก ในสายตาผู้คน..วาสนาแม่นางน้อยผู้นี้คงได้ปีนป่ายแต่งเข้าสู่จวนโหวอย่างแน่นอน บรรดาฮูหยินจึงข้ามไป
เมื่อเป็นเช่นนั้น ตัวเลือกที่เหลือย่อมตกอยู่ที่บุตรีคนโตจากบ้านหลัก เสิ่นเจียวจื่อแม้นภูมิหลังฝั่งมารดาจะเป็นเพียงตระกูลพ่อค้า หากข้อดีกลับเด่นชัด คือนางมีสินเดิมติดตัวมาจำนวนไม่น้อยเป็นทุนรอนที่ผู้ใดก็ไม่อาจมองข้าม
ถัดมาคือเสิ่นเถาจื่อจากบ้านสาม นางผู้มีรูปโฉมฉูดฉาดกว่าบรรดาพี่น้อง ทว่าเมื่อลอบพิจารณาอย่างถี่ถ้วน สินเดิมที่ติดตัวมากลับไม่อาจเทียบกับคนอื่นได้ อีกครั้งลูกหลานสายนี้ไร้ความสามารถ ไร้ตำแหน่งในราชสำนักแม้จะมีบุตรชายหลายคนก็ตาม
อีกผู้หนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่น้อยคือเสิ่นหมิงจื่อ บุตรีเพียงคนเดียวของบ้านรอง เนื่องจากท่านแม่ทัพเสิ่นอวี้ผู้นำตระกูลในปัจจุบัน ยังไร้บุตรสืบสกุล หากในขณะที่น้องชายเสิ่นหมู่อี้กลับกำเนิดบุตรชาย อนาคตข้างนอกย่อมมีสิทธิ์ในการสืบทอดตระกูลเสิ่น
แม้บัดนี้ตระกูลเสิ่นจะยังไม่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ทว่าผู้คนล้วนคาดหมายตรงกันว่าอีกไม่นาน ฮ่องเต้ย่อมมีพระราชโองการประทานรางวัลลงมาจากผลงานการปราบปรามศึกชายแดนในหลายปีนี้
ฮูหยินหลายตระกูลตั้งใจหลังจบงานปักปิ่น เตรียมปรึกษาแม่สื่อเพื่อจับจองลูกสะใภ้ก่อนผู้อื่นจะแย่งไป และก็เป็นดังที่ผู้คนคาดเดา ระหว่างงานเลี้ยง ท่านแม่ทัพเสิ่นผู้พิชิตมีเรื่องสำคัญจะแจ้งแก่แขกเหรื่อ
“ข้ามีข่าวดีจะแจ้งให้พวกท่านทราบ”
“ข่าวดีอันใดกันหรือท่านแม่ทัพ” ผู้อาวุโสจากจวนป๋อเอ่ยรับทันที
แม้ในใจบรรดาแขกจะพอเดาได้ไม่ยาก ข่าวดีที่ว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องการหมั้นหมายระหว่างคุณหนูรองตระกูลเสิ่นกับซื่อจื่อตระกูลโหว
“ต่อหน้าผู้ใหญ่และแขกทั้งหลาย วันนี้ข้าเสิ่นอวี้ขอประกาศหมั้นหมายระหว่างตระกูลเสิ่นกับตระกูลเวิ่นให้เป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน” น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยหนักแน่น คล้ายยินดีคล้ายไม่ยินดี ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบประโยค บรรดาแขกเหรื่อกลับหันไปกล่าวคำอวยพรแก่คุณหนูรองตระกูลเสิ่นและซื่อจื่อตระกูลเวิ่นเสียแล้ว
“พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว”
น้ำเสียงของเสิ่นอวี้สงบนิ่ง หากแฝงอำนาจจนทั้งห้องเงียบงัน
“วันนี้สิ่งที่ข้าจะประกาศ มิใช่ชื่อของผู้ที่พวกท่านคาดคิด หากเป็นการหมั้นหมายระหว่างบุตรีของข้าเสิ่นเจียวจื่อ กับเวิ่นเฉินอี้บุตรชายแห่งตระกูลโหว นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปตระกูลเสิ่นกับตระกูลเวิ่นย่อมถือว่าเกี่ยวดองกันแล้ว”
หมั้น?
หมายถึงนางกับพี่เวิ่นอย่างนั้นหรือ?
เสิ่นเจียวจื่อถึงกับเบิกตากว้าง ความตกใจวาบผ่านดวงตาเพียงชั่วอึดใจ ก่อนนางจะรีบกดอารมณ์ทั้งหมดไว้ใต้สีหน้าสงบเสงี่ยม ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าในอกกลับปั่นป่วนเกินจะเอื้อนเอ่ย
..
