บทที่ ๖ ผมจะรอดถึงเช้ามั้ยคับ!
ผมเดินตามหลังชิงซานที่ถือตะเกียงนำทางผ่านระเบียงไม้เงียบเชียบ ทุกย่างก้าวที่เข้าใกล้เรือนหลักของท่านโหว หัวใจผมมันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นโรแมนติก แต่เป็นความกลัวล้วนๆ!
‘ยีนส์เอ๊ย... ในนิยายบอกว่าห้องนอนพระเอกคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่สำหรับตัวร้ายอย่างเรา....มันคือลานประหารชัดๆเล๊ย!’
ผมบ่นในใจพลางกระชับชุดผ้าไหมสีขาวที่เพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ กลิ่นส้มป่อยจางๆ จากตัวผมพอจะช่วยให้ใจชื้นขึ้นมาบ้างว่าอย่างน้อยผมก็ไม่ได้กลิ่นซุปรากบัวและเครื่องเทศแล้ว
เมื่อบานประตูขยับเปิดออก ความเย็นเฉียบและกลิ่นหอมเย็นของไม้กฤษณาก็พุ่งเข้าปะทะหน้า ห้องนอนของเซียวจ้านโหว กว้างขวางและดูเรียบขรึมจนน่าขนลุก
เครื่องเรือนทุกชิ้นทำจากไม้ดำขลับสลักลายอย่างประณีต และที่กลางห้อง... ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทนั่งเอนหลังอยู่บนตั่งไม้ สายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ผมทันทีที่ก้าวพ้นประตู
“มาแล้วหรือ....เจ้าลูกหมาจอมป่วน” เขาพูดทักผมเสียงเรียบ
“เอ้ย! ท่านโหว ท่านเรียกใครหมา?” ผมเผลอเถียงออกไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะรีบตะครุบปากตัวเอง
“เอ่อ... ข้าหมายถึง ข้ามาแล้ว พร้อมปฏิบัติหน้าที่เฝ้ายาม... เอ๊ย พร้อมนอนเฝ้าแล้วครับ”
ชิงซานเดินไปจัดเตรียมฟูกหนาๆ ตรงมุมห้องโถง ซึ่งห่างจากเตียงหลังใหญ่ของท่านโหวเพียงแค่ฉากกั้นไม้ฉลุลายเท่านั้น
“เจ้านอนตรงนี้ ห้ามขยับเขยื้อนไปไหนเด็ดขาด หากข้าเห็นเจ้าลุกขึ้นมาเดินเพ่นพ่านกลางดึก ดาบของข้าจะไปรออยู่ที่คอเจ้าทันที” ชิงซานกำชับเสียงเข้มก่อนจะถอยออกไป ทิ้งให้ผมยืนเด๋อด๋าอยู่กลางห้องกับเจ้าของจวนที่จ้องผมไม่วางตา
“..ท่านโหว ข้าถามอะไรสักข้อจะได้หรือไม่ขอรับ” ผมแสร้งทำเสียงอ้อน
“....เจ้ามีอะไรก็รีบๆพูดมา..” เขาตอบมาโดยไม่มองหน้าผมสักนิด
“...ทำไมท่านถึงให้ข้ามานอนกับท่านล่ะครับ ทั้งที่ข้าพยายามจะฆ่าท่านนะ..” ผมแกล้งถามเพราะอยากรู้คำตอบของเขา
“เจ้าพูดออกจากปากเองแท้ๆ บอกกับข้าว่าเจ้าไม่ได้ทำเพียงแค่ใส่ยาบำรุงให้ข้าเท่านั้น ข้าก็เชื่อเจ้าไง...เว่ยหลัน...ข้าผิดหรือ” เขาหันมายิ้มแสยะ
‘ฉลาดจังว่ะ ไม่หลุดพูดอะไรเลยหรอ!’
“...อ๋อ เป็นอย่างงี้เอง ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
“...งั้นข้าจะนอนตรงนี้นะ ถ้าท่านต้องการอะไร เช่น อยากเข้าห้องน้ำ หรืออยากกินน้ำ... ท่านตะโกนเรียกได้เลยนะ ไม่ต้องเดินมาเองเดี๋ยวหน้ามืดล้มไปอีก” ผมฉีกยิ้มหวานประจบเต็มที่
“ข้าไม่ได้พิการ เว่ยหลัน...เจ้าควรห่วงคอตัวเองมากกว่าที่จะมาห่วงข้า” ท่านโหวหรี่ตาลงมองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะสะบัดชายเสื้อ แล้วเดินไปที่เตียงหลังใหญ่ ทิ้งให้ผมยืนทำหน้าเอ๋ออยู่คนเดียว
‘ปากร้ายจริงๆ ถ้าไม่ติดว่าเป็นท่านโหวล่ะ ก็ ผมวิ่งไปสับคอแล้วแน่ๆ!’ ผมได้แต่บ่นพึมพำในใจ
ผมล้มตัวลงนอนบนฟูกที่ชิงซานจัดไว้ให้ แม้มันจะหนานุ่มแต่ผมกลับนอนไม่หลับเลยแม้แต่นิดเดียว กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากหลังฉากกั้นมันแรงเกินไป! ผมนอนพลิกไปพลิกมาจนผ้าห่มม้วนพันกันมั่วซั่ว
นี่มันก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วนะ เงียบเกินไปแล้ว... ทำไมท่านโหวถึงเงียบขนาดนี้ หรือเขาแอบถือดาบมายืนรอดูผมหลับ?
ด้วยความสงสัย ผมเลยค่อยๆ ย่องลุกขึ้น ขยับไปแอบมองลอดรูฉลุของฉากกั้น แต่สิ่งที่เห็นคือร่างหนาของเซียวจ้านโหว ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ แถมยังมีเสียงครางในลำคอเหมือนคนกำลังทรมาน
หรือว่ายาพิษจะออกฤทธิ์อีกแล้ว!
ผมลืมคำสั่งห้ามของชิงซานไปเสียสนิท รีบวิ่งอ้อมฉากกั้นไปที่ข้างเตียงท่านโหวทันที
“ท่านโหว! ท่านโอเคมั้ย เป็นอะไรไปครับ!”
ผมเอามือไปแตะที่หน้าผากเขา... ร้อนจี๋อย่างกับหม้อสุกี้! ท่านโหวลืมตาขึ้น ดวงตาที่เคยคมกริบ บัดนี้ พร่าเลือนและแดงก่ำด้วยฤทธิ์ยา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือผมแล้วกระชากจนผมเสียหลักล้มลงไปบนเตียงทับร่างเขาไว้พอดี!
“เว่ยหลัน... เจ้าใส่อะไรลงไปในซุปนั่นกันแน่...ทำไมข้าถึงรู้สึก...เช่นนี้” เสียงของเขาแหบพร่าอยู่ข้างหูผม ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดซอกคอจนผมขนลุกเกรียวไปทั้งตัว
‘เอ๊ยๆๆๆ พล็อตมันไปทางไหนเนี่ย! นี่มันฉาก NC หรอ เดี๋ยวนะที่ผมอ่านมันไม่มีนิ่!’ ผมพยายามดิ้นรนจะลุกขึ้นแต่แขนแกร่งของท่านโหวกลับกอดรัดเอวผมไว้แน่นอย่างกับคีมเหล็ก
“...เจ้า..เจ้า..ทำสิ่งใดกับข้า..ข้าหนาว..หนาวเสียจน..กระดูกแข็งไปทั้งตัว..”
“ท่านโหว! ใจเย็นครับ! ข้าใส่แค่รากบัวกับสมุนไพรนะ ไม่ได้ใส่ยาโด๊ปซะหน่อย!” ผมหน้าแดงแป๊ด พยายามเอามือยันแผงอกที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดคลุมผ้าไหมที่หลุดลุ่ยของเขา
“ท่านแค่มีไข้ครับ นิ่งๆ นะ เดี๋ยวข้าจะไปเรียกพี่ซิง...”
ผมยังพูดไม่ทันจบประโยค ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาก็ซุกลงที่ซอกคอของผม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวจนผมสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาไม่ได้ทำรุนแรง แต่ความอุ่นซ่านที่ค่อยๆ ลามไปทั่วไหล่ทำให้สติผมเริ่มจะเตลิดเปิดเปิง
“หุบปากเสีย...”
คำสั่งสั้นๆ ที่มาพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่เลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ผมเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาท่านโหว....
แม่ง!!....พระเอกนิยายเวลาติดพิษนี่มันดาเมจแรงขนาดนี้เลยเหรอวะ ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า เอามือลูบแก้มของเขาเบาๆ
“ท่านโหว!...ฟังข้านะ อยู่นิ่งๆแล้วนอนลง ข้าจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน...จนกว่าท่านจะหายดี โอเคไหมครับ?”
เซียวจ้านโหวชะงักไป แววตาที่เคยดุดันและกระหายในความร้อนแรงเริ่มสั่นคลอนเพราะสัมผัสอ่อนโยนที่เขาไม่เคยได้รับ
“....ช่วยข้าที...เว่ยหลัน..” เขาพูดเสียงแหบพร่าก่อนจะที่หลับตาลงและซบหน้าลงกับบ่าของผม
“ช่วย...ยังไงดีล่ะ..ทีนี้” ผมขยี้หัว
ก่อนจะที่ผมผ้านวมผืนใหญ่และสอดตัวเข้าไปใต้ผ้า กอดเขาไว้ในอ้อมแขน เพื่อให้ได้รับความอุ่นมากที่สุด
‘แค่ช่วยชีวิต..ช่วยชีวิตคนยีนส์...อย่าตื่นเต้นไม่เข้าเรื่องน่า!’
ถึงผมจะพูดในใจแบบนั้นก็เถอะ.....แต่สถานการณ์ตอนนี้ ผมคิดว่าถ้าใครได้ลองเป็นผม มันก็ต้องเขินกันทั้งนั้นแหละ!
เช้ามาผมต้องตายแน่ๆ!.....จบแล้วชีวิตที่สองของข้าาา!
[ จบตอนที่ ๖]
