บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4

“รับไปสิ” ซูจินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ดูท่าทางเจ้าคงลำบากน่าดู เสื้อผ้าก็ขาด บาดเจ็บด้วยใช่หรือไม่ เอาเงินนี้ไปหาหมอแล้วก็หาอะไรกินเสียนะ"

เซียวจิ่งถิงมุมปากกระตุก นางเห็นเขาเป็นขอทาน รุ่ยอ๋องผู้บัญชาการองครักษ์เกราะดำ กลายเป็นขอทานไปเสียแล้ว

"ข้ามิใช่..."

"ไม่ต้องเกรงใจ!" ซูจินเย่ว์รีบตัดบท นางเข้าใจว่าคนหล่อมักจะมีศักดิ์ศรีค้ำคอ "ข้ารู้ว่าเจ้าคงอาย แต่ความหิวมันไม่เข้าใครออกใคร หน้าตาดีอย่างเจ้าไม่ควรมานั่งตากลมตายในตรอกนี้หรอกนะ เอ้านี่... เอาไปอีกก้อน!"

เคร้ง!

ทองคำอีกก้อนถูกโยนลงมาเพิ่ม

ซูจินเยว่มองผลงานการทำทานของตัวเองด้วยความปลื้มปริ่ม นี่แหละวิถีคนรวย โยนเงินใส่ปัญหา

เซียวจิ่งถิงกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโป่งที่ขมับ เกิดมาไม่เคยมีผู้ใดกล้าดูถูกเขาเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น แววตาที่นางมองเขา มันเต็มไปด้วยความเวทนาสงสารที่เขาเกลียดที่สุด

เขาขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้นเพื่อสั่งสอนนางให้รู้สำนึก แต่จังหวะที่ขยับแผลที่หน้าท้องก็เจ็บแปล๊บขึ้นมาจนต้องนิ่วหน้า

ซูจินเยว่เห็นดังนั้นก็ยิ่งเข้าใจผิด "อ๊ะ! เจ้าอย่าเพิ่งขยับ แผลเจ้าดูท่าจะลึกนะ เอาอย่างนี้"

นางล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบขวดยาเคลือบเงาสีขาวใบจิ๋วออกมา แล้วยัดใส่มือเขา "นี่คือยารักษาบาดแผลชั้นดีของตระกูลซู ทาแล้วแผลหายไวอย่างกับโกหก รับไปเถอะ ข้าให้" มือของนางสัมผัสโดนมือหยาบกร้านของเขาเพียงชั่วครู่ ผิวของนางนุ่มนิ่มและอุ่นจนทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ

"ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้" เซียวจิ่งถิงถามเสียงลอดไรฟัน จ้องหน้านางเขม็ง

ซูจินเยว่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มนั้นสว่างไสวราวกับดวงตะวันจนทำให้ตรอกมืด ๆ ดูสว่างขึ้นมา "ก็เพราะข้ารวยไงล่ะ" นางตอบอย่างภาคภูมิใจ "เงินของข้ามีเยอะจนใช้ไม่หมด แบ่งให้คนหน้าตาดีอย่างเจ้าบ้างจะเป็นไรไป ถือเสียว่าเป็นค่าอาหารตาที่ทำให้ข้าเจริญหูเจริญตาในวันนี้ก็แล้วกัน"

ค่าอาหารตา ที่ทำให้เจริญหูเจริญตางั้นรึ

เซียวจิ่งถิงถึงกับพูดไม่ออก สตรีผู้นี้... สติไม่ดีหรืออย่างไร กล้าพูดจาแทะโลมบุรุษแปลกหน้าได้หน้าตาเฉย แถมยังเอาเงินฟาดหัวคนอื่นเป็นว่าเล่น

"คุณหนู! คุณหนูอยู่ไหนเจ้าคะ!" เสียงเรียกของสาวใช้ดังแว่วมา

ซูจินเยว่สะดุ้ง "เอ่อ สาวใช้ข้ามาตามแล้ว ข้าต้องไปแล้วนะ เจ้าดูแลตัวเองด้วยล่ะ พ่อหนุ่มรูปหล่อ อย่าเพิ่งตายเสียก่อนเล่า ข้าเสียดายหน้าตา!"

พูดจบนางก็โบกมือลา แล้วรีบวิ่งออกจากตรอกไป ทิ้งให้ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรนั่งกำก้อนทองและขวดยาอยู่ลำพัง ท่ามกลางความงุนงงสับสน เซียวจิ่งถิงมองตามแผ่นหลังบอบบางในชุดสีฟ้าครามที่หายลับไป จากนั้นก้มลงมองก้อนทองในมือ บนก้อนทองมีตราประทับเล็ก ๆ สลักคำว่า 'ซู' อยู่

"ตระกูลซู..." เขาพึมพำ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

"คุณหนูตระกูลซู... ซูจินเยว่งั้นรึ ได้ยินชื่อเสียงมานานว่านางโง่เขลาและเอาแต่วิ่งไล่ตามบุรุษ แต่ไม่นึกว่านางจะ... แปลกประหลาดถึงเพียงนี้" เขากำก้อนทองแน่นขึ้น "เห็นข้าเป็นขอทาน คิดจะใช้เงินซื้อข้าอย่างนั้นรึ หึ... น่าสนใจดีนี่"

ซูจินเยว่กลับขึ้นมาบนรถม้าด้วยอารมณ์เบิกบานใจ นางไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเพิ่งจะไปกระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจัง และเสือตัวนั้นกำลังจดจำกลิ่นของนาง เพื่อมาคิดบัญชีในวันหน้า

"คุณหนูหายไปไหนมาเจ้าคะ พวกบ่าวตกใจแทบแย่" ชุนฮวาถามด้วยความเป็นห่วง

"ข้าแค่ไปเดินยืดเส้นยืดสายมานิดหน่อย" ซูจินเยว่ตอบเลี่ยง ๆ พลางหยิบขนมดอกกุ้ยเข้าปาก "กลับจวนกันเถอะ วันนี้ข้าใช้เงินไปเยอะแล้ว ต้องกลับไปวางแผนหารายได้เพิ่มเสียหน่อย"

"หา... หารายได้เพิ่ม" สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากัน "แต่สมบัติของนายท่านใช้สิบชาติก็ไม่หมดนะเจ้าคะ"

"พวกเจ้าไม่เข้าใจหรอก" ซูจินเยว่ส่ายนิ้วชี้ไปมา "การมีเงินแล้วใช้อย่างเดียว มันเรียกว่าผลาญสมบัติ แต่การมีเงินแล้วทำให้มันงอกเงย มันเรียกว่าศิลปะแห่งทุนนิยม"

ในระหว่างทางกลับจวน ซูจินเยว่เริ่มวางแผนธุรกิจในหัวอย่างจริงจัง โรงเตี๊ยมที่มีอยู่ของตระกูลซูนั้นดูโบราณคร่ำครึ นางอยากจะปฏิวัติวงการอาหารด้วยเมนูเด็ดจากยุคปัจจุบัน เช่น ชานมไข่มุก หรือ หมูกระทะ

ใช่แล้ว หมูกระทะ ใครจะต้านทานหมูกระทะไหว นางจะเปิดร้านหมูกระทะแห่งแรกในแคว้น แล้วโกยเงินเข้ากระเป๋าให้ตุง

ณ จวนรุ่ยอ๋อง

เซียวจิ่งถิงในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิท นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้พยุงในห้องหนังสือ บาดแผลที่หน้าท้องได้รับการทำแผลอย่างดีแล้ว ด้วยยาของตระกูลซูที่ซูจินเยว่ให้มา ซึ่งต้องยอมรับว่าคุณภาพดีกว่ายาในวังหลวงเสียอีก

"ท่านอ๋อง เรื่องโจรป่าจัดการเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์เข้ามารายงาน

"อืม" เซียวจิ่งถิงตอบรับในลำคอ สายตายังคงจับจ้องไปที่ก้อนทองสองก้อนที่วางอยู่บนโต๊ะ

"แล้วเรื่องหญิงสาวที่ท่านอ๋องพบในตรอก..." องครักษ์ลังเลที่จะถาม เพราะเขาเห็นเหตุการณ์จากที่ไกล ๆ ว่ามีสตรีมาลวนลามท่านอ๋อง

"ไปสืบมา" เซียวจิ่งถิงสั่งเสียงเรียบ "ข้าอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับซูจินเยว่ไม่ใช่ข่าวลือที่ลือกันในเมืองหลวง แต่ข้าอยากรู้ว่านางกำลังทำอะไร ไปที่ไหน ชอบทานอะไร และยามว่างนางชอบเอาเงินไปโปรยเล่นเช่นนี้บ่อยหรือไม่"

"พ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์รับคำสั่งแล้วหายวับไปกับความมืด

เซียวจิ่งถิงหยิบก้อนทองขึ้นมาโยนเล่นในมือ นึกถึงใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างจริงใจและคำพูดแปลกประหลาดของนาง

"ถือซะว่าเป็นค่าอาหารตา หึ... ค่าอาหารตาข้าแพงกว่านี้มากนัก ซูจินเยว่แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าการติดหนี้บุญคุณข้านั้นต้องจ่ายคืนด้วยอะไร" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

ซูจินเยว่ที่กำลังนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงทองคำที่จวน จู่ ๆ ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ นางดึงผ้าห่มไหมมาคลุมโปง พลางพึมพำกับตัวเอง "ทำไมจู่ ๆ ก็รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ หรือว่าแอร์ในห้องนี้จะเย็นเกินไป เอ๊ะ ลืมไป ที่นี่ไม่มีแอร์นี่นา"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel