บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3

หลังจากตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่ว่าตนเองคือเศรษฐีนีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ซูจินเยว่ก็ใช้เวลาในช่วงเช้าหมดไปกับการรื้อค้นตู้เสื้อผ้า

"คุณหนูเจ้าคะ ชุดสีชมพูกลีบบัวปักลายผีเสื้อนี้เป็นผ้าไหมที่สั่งทอพิเศษจากแคว้นซู เหมาะกับท่านมากเลยเจ้าค่ะ" ชุนฮวา สาวใช้คนสนิทหยิบชุดที่ดูเบาบางพลิ้วไหวออกมานำเสนอ

ซูจินเยว่มองดูแล้วส่ายหน้า "มันดูจืดชืดไปหน่อย ข้าอยากได้อะไรที่มัน... ดูมีบารมีมากกว่านี้"

"เช่นนั้นชุดสีแดงชาดปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นชุดนี้ล่ะเจ้าคะ" เซี่ยเหลียนหยิบอีกชุดที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา ทันทีที่ขยับแสงทองจากดิ้นที่ปักก็สะท้อนวิบวับจนแทบตาบอด

"อืม... ค่อยดูสมฐานะขึ้นมาหน่อย แต่ว่าวันนี้ข้าจะออกไปเดินตลาด ไม่อยากให้เป็นจุดสนใจมากนัก เอาเป็นชุดสีฟ้าครามชุดนั้นก็แล้วกัน"

นางชี้ไปที่ชุดสีฟ้าสดใสที่ดูเรียบง่ายที่สุดในตู้ แต่ความจริงแล้ว ชุดนั้นตัดเย็บจากผ้าไหมฟ้าครามที่ย้อมด้วยสมุนไพรหายาก ราคาต่อหนึ่งพับแลกกับข้าวสารได้ทั้งโรงเรือน แถมชายกระโปรงยังปักด้วยไข่มุกเม็ดเล็ก ๆ นับร้อยเม็ดซ่อนเอาไว้ให้เกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งยามเดิน

"เจ้าค่ะคุณหนู" สาวใช้รับคำสั่งอย่างกระตือรือร้น

เมื่อแต่งตัวเสร็จซูจินเยว่ก็มานั่งหน้ากระจกให้สาวใช้เกล้าผมและเลือกปิ่นปักผม แน่นอนว่าต้องเป็นปิ่นทองคำประดับทับทิมสีเลือดนก กับต่างหูระย้าที่ทำจากหยกจักรพรรดิ

"คุณหนูของบ่าว งดงามดั่งเทพธิดาลงมาจุติจริง ๆ เจ้าค่ะ" ชิวเยว่เอ่ยชมด้วยความจริงใจ

ซูจินเยว่มองตัวเองในกระจกแล้วยิ้มพึงพอใจ "แน่นอน คนงามย่อมคู่กับของงาม ไปกันเถอะ วันนี้ข้าจะไปสำรวจตลาดเมืองหลวงเสียหน่อย ว่ามีอะไรน่าสนใจให้ข้าผลาญ... เอ่อ ให้ข้าใช้จ่ายบ้าง"

รถม้าของตระกูลซูนั้นไม่ได้เป็นเพียงพาหนะธรรมดา แต่มันคือวิมานเคลื่อนที่ ตัวรถม้าทำจากไม้สักทองแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง หลังคาบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม ภายในกว้างขวางปูด้วยเบาะนุ่มหนาที่นั่งแล้วแทบไม่อยากลุก มีโต๊ะเล็ก ๆ วางขนมและน้ำชาชั้นเลิศเตรียมไว้พร้อม แม้แต่ล้อรถยังหุ้มด้วยยางไม้พิเศษเพื่อลดแรงกระแทก

ซูจินเยว่นั่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์ มองลอดม่านหน้าต่างออกไปดูบรรยากาศภายนอก ตลาดเมืองหลวงในยามสายนั้นคึกคักจอแจ ผู้คนเดินขวักไขว่ ร้านรวงเปิดขายของกันอย่างคึกคัก เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่ บรรยากาศช่างดูมีชีวิตชีวายิ่งนัก

"จอดที่หอจินอวี้ ข้าอยากได้เครื่องประดับชุดใหม่" ซูจินเย่ว์สั่ง

รถม้าค่อย ๆ ชะลอจอดที่หน้าร้านเครื่องประดับที่ใหญ่และแพงที่สุดในเมืองหลวง ทันทีที่ซูจินเยว่ก้าวลงจากรถม้า เถ้าแก่ร้านที่ตาไวยิ่งกว่าเหยี่ยวก็รีบวิ่งออกมาต้อนรับแทบจะกราบกราน

"โอ้! คุณหนูซู เป็นเกียรติแก่ร้านค้าที่ต่ำต้อยของข้าน้อยยิ่งนักที่ท่านมาเยือน เชิญด้านในขอรับ วันนี้มีของใหม่จากแดนตะวันตกเพิ่งมาถึงพอดี"

ซูจินเยว่เดินเชิดหน้าเข้าไปในร้านด้วยท่วงท่าสง่างาม กวาดสายตามองเครื่องประดับที่วางเรียงกันอยู่ "ข้าขอดูของที่ดีที่สุดของร้านท่านหน่อย"

เถ้าแก่ร้านรีบกุลีกุจอไปหยิบถาดกำมะหยี่สีดำออกมาสามถาด บนนั้นมีทั้งสร้อยคอเพชร ปิ่นปักผมหยกขาว และกำไลข้อมือทองคำสลักลาย ซูจินเยว่หยิบกำไลหยกขึ้นมาพิจารณา เนื้อหยกเย็นเฉียบและใสราวกับน้ำ แสงแดดส่องทะลุผ่านได้ นี่คือหยกเนื้อแก้วที่หาได้ยากยิ่ง

"ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่" นางถาม

"เอ่อ... ห้าร้อยตำลึงทองขอรับคุณหนู" เถ้าแก่ตอบเสียงอ่อย พลางลอบสังเกตสีหน้า เพราะราคาห้าร้อยตำลึงทองนั้นซื้อจวนหลังใหญ่ได้เลย

ซูจินเยว่เลิกคิ้วเล็กน้อย... ห้าร้อยตำลึงทอง ถูกกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมที่ข้าเคยอยากได้ตั้งเยอะ

"แล้วปิ่นอันนั้นล่ะ" นางชี้ไปที่ปิ่นทองคำประดับพลอย

"สามร้อยตำลึงทองขอรับ"

"สร้อยคอล่ะ"

"เจ็ดร้อยตำลึงทองขอรับ อันนี้เป็นงานของช่างหลวงเก่าแก่..."

ซูจินเยว่วางกำไลหยกที่ถืออยู่ลงพลางถอนหายใจเบา ๆ เถ้าแก่ร้านหน้าซีดเผือด คิดว่านางคงไม่พอใจราคา หรือไม่ก็คิดว่าแพงเกินไป

"ข้าเกรงว่า..." เถ้าแก่กำลังจะเอ่ยปากเสนอลดราคา

"ข้าเกรงว่าข้าจะเลือกไม่ถูก" ซูจินเยว่ตัดบทด้วยรอยยิ้มหวานหยด "มันเสียเวลาเลือกน่ะ... เอาเป็นว่า ข้าเหมาหมดทั้งสามถาดนี้เลยก็แล้วกัน ห่อให้ข้าด้วย แล้วส่งบิล... ไม่สิ ส่งบัญชีไปเก็บเงินที่จวนตระกูลซู"

"... เหมาหมด" เถ้าแก่ร้านอ้าปากค้าง ตาถลนแทบหลุดจากเบ้า "ทะ... ทั้งสามถาดเลยหรือขอรับ รวมเป็นเงินหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงทองนะขอรับ"

"มีอันใด กลัวตระกูลซูไม่มีเงินจ่ายรึ" ซูจินเยว่เลิกคิ้วถาม

"มิบังอาจ มิบังอาจขอรับ! ข้าน้อยจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย" เถ้าแก่ร้านรีบก้มหัวขอบคุณ และจัดการหอเครื่องประดับทั้งหมดทันที

ซูจินเยว่เดินออกจากร้านอย่างมีความสุข อา... การใช้เงินแก้ปัญหาความลังเลนี่มันดีจริง ๆ ไม่ต้องมานั่งเปรียบเทียบราคา ไม่ต้องรอช่วงโปรโมชั่น อยากได้ก็แค่ชี้นิ้วสั่งซื้อได้เลย

ขณะที่นางกำลังรอสาวใช้รับของอยู่นั้น จมูกของนางก็ได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลายลอยมาตามลม

"หอมจัง... กลิ่นซาลาเปาไส้หมูสับ" ด้วยความที่เป็นสายกินอยู่แล้ว ซูจินเยว่จึงไม่รอช้าเดินตามกลิ่นนั้นไปทันที ทิ้งให้สาวใช้จัดการเรื่องของอยู่หน้าร้าน นางเดินเลี้ยวเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ ข้างร้านเครื่องประดับ ซึ่งดูเงียบสงบและผู้คนบางตากว่าถนนใหญ่มาก

ทว่าสายตาของนางกลับสะดุดเข้ากับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่นั่งพิงกำแพงอิฐเก่า ๆ อยู่ในมุมมืดของตรอก แทนที่จะเป็นร้านขายซาลาเปาไส้หมูสับ เขาสวมชุดสีดำที่ดูมอมแมมและขาดวิ่น มีคราบดินโคลนและรอยคล้ายเลือดติดอยู่ตามเนื้อตัว ผมเผ้ายุ่งเหยิงปรกหน้าทำให้มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน เขานั่งก้มหน้ามือข้างหนึ่งกุมที่หน้าท้องคล้ายกับได้รับบาดเจ็บ

นี่ขอทาน หรือคนที่ได้รับบาดเจ็บกัน นางต้องช่วยเขาหรือไม่ ซูจินเยว่ชะงักฝีเท้าในยุคปัจจุบันนางมักจะหลีกเลี่ยงคนแปลกหน้า แต่ในยุคนี้ นางคือคุณหนูผู้มีวรยุทธ์... อ๋อ ไม่ใช่ นางไม่มีวรยุทธ์ แต่นางมีเงิน! และที่สำคัญแถวนี้ไม่มีกล้องวงจรปิด นางควรจะช่วยเพื่อนมนุษย์สักหน่อยเพื่อสะสมแต้มบุญ เผื่อชาติหน้าจะได้เกิดมารวยอีก

นางค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมองนางช้า ๆ ทันทีที่สบตากัน ซูจินเยว่ถึงกับลมหายใจสะดุด แม้ผมเผ้าจะยุ่งเหยิงและใบหน้าจะเปื้อนคราบฝุ่นโคลน แต่ก็ไม่อาจบดบังความหล่อเหลาที่พุ่งออกมากระแทกหน้าของนางได้ คิ้วเข้มพาดเฉียงดุจกระบี่ ดวงตาเรียวยาวคมกริบดั่งพญาอินทรี จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากหยักได้รูปที่แม้จะซีดเซียวแต่ก็น่ามอง

หล่อ! หล่อวัวตายความล้มเลยล่ะ หล่อระดับไอดอลเกาหลีที่เพิ่งลงจากเวทีคอนเสิร์ต แต่ทว่า... แววตาของเขานั้นดุดันและแฝงรังสีอำมหิตบางอย่างที่ชวนขนลุก

ชายหนุ่มผู้นี้คือ เซียวจิ่งถิง หรือก็คือ รุ่ยอ๋อง พระเอกของเรื่องที่นางพยายามที่จะหลึกเลี่ยงนั่นเอง แต่ซูจินเยว่ผู้ซึ่งจำพระเอกได้แต่ภาพลักษณ์ในชุดเกราะทองคำหรือชุดขุนนางหรูหรา กลับจำเขาไม่ได้เลยในสภาพซอมซ่อเช่นนี้ ในหัวของนางประมวลผลไปว่า... นี่คือ ขอทานผู้โชคร้ายที่หน้าตาดีมาก

ทางด้านเซียวจิ่งถิง เขาเพิ่งเสร็จภารกิจลับในการกวาดล้างรังโจรป่าและได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงหลบมาพักเดินลมปราณเพื่อสมานแผลในตรอกเงียบ ๆ นี้ ไม่คิดว่าจะมียายบ้าที่ไหนไม่รู้แต่งตัวประหนึ่งตู้ทองเคลื่อนที่เดินดุ่ม ๆ เข้ามาหา

"เจ้า..." เซียวจิ่งถิงขมวดคิ้ว เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเตรียมจะไล่นางไปให้พ้น เพราะเขาไม่อยากให้มีคนมาพบเขาในสภาพนี้

แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ ประโยคของเขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยวัตถุสีทองวาววับที่ลอยละลิ่วมาตกตรงหน้าตัก

เคร้ง!

ก้อนทองคำแท่งเล็ก ๆ กลิ้งหลุน ๆ อยู่บนตักของท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ เซียวจิ่งถิงนิ่งอึ้ง มองก้อนทองสลับกับใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวตรงหน้า

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel