บท
ตั้งค่า

ข่าวจากต่างแดน

ไป่ลู่อิงรีบพยักหน้ารับ แสร้งตีหน้าขรึมหันไปทางเจ๋ากูกู

“เจ้ามีเรื่องต้องคุยกับข้า”

ไป่มู่ชิงกระตุกริมฝีปากเล็กน้อย ทว่ากลับแสร้งทำท่าทีเศร้าสร้อย แอบหัวเราะกับตัวเองเบาๆ

จะแกล้งผู้อื่นทั้งที ช่วยมีสมองมากกว่านี้ได้หรือไม่ อย่าทำตัวเป็นตัวร้ายในละครหลังข่าวไปหน่อยเลย!

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก พระมเหสีจึงกระแอมเสียงขึ้นครั้งหนึ่ง

“ชิงเอ๋อร์ เรื่องวันนี้คงทำให้เจ้าตกใจมาก เจ้ากลับไปพักที่ตำหนักเถิด”

“เพคะ”

ไป่มู่ชิงรีบย่อตัวรับด้วยความรวดเร็ว เหลือบมองใบหน้าไป่ลู่อิงที่เต็มไปด้วยความขัดเคืองใจ แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้คิดเปิดโปงแต่อย่างใดนอกจากกล่าวลาแล้วรีบออกไปให้พ้นจากสองแม่ลูกโรคจิตนี่เสีย

หากแต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินออกไปตามใจคิดด้วยซ้ำ จู่ๆ ข้าหลวงจากตำหนักเจ้าแคว้นก็ก้าวเข้ามาในตำหนักด้วยความเร่งรีบ

“ถวายพระพรพระมเหสีและองค์หญิงทั้งสองพ่ะย่ะค่ะ”

คราวนี้พระมเหสีหันไปมองใบหน้าไป่ลู่อิงพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเชิงเป็นคำถาม ในขณะที่องค์หญิงห้าโคลงศีรษะเบาๆ ใบหน้าซีดเผือดขึ้นมาอยู่บ้าง ถึงนางจะหาเรื่องแกล้งไป่มู่ชิงอยู่ตลอด แต่ก็เป็นการกลั่นแกล้งเพียงเล็กน้อยให้สำราญใจเท่านั้น

ข้ามิได้ทูลความเสด็จพ่อแม้แต่นิดเดียว!

“มีเรื่องอันใด”

พระมเหสีถามเสียงเรียบ

“ฝ่าบาททรงเรียกพบทุกพระองค์โดยด่วนพ่ะย่ะค่ะ”

------------------------------------------------------------------------------

ภายในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยสนมชายาและบุตรโอรสธิดาที่ยังมิตบแต่งออกไปนั่งเรียงรายกันอย่างพร้อมเพรียงโดยมีเจ้าแคว้นอยู่เบื้องบนตามตำแหน่ง

ไป่ซีลู่มองดูทุกคนที่จ้องมองมาด้วยความฉงน เขารู้ว่าทุกคนมีความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งที่จู่ๆ ก็ถูกเชิญตัวมานั่งประชุมกันพร้อมหน้าโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ข้าเรียกทุกคนมา ก็เพราะมีเรื่องจะแจ้งให้รับรู้พร้อมกัน”

ว่าแล้วมือหยาบก็บีบเข้าหากันแน่น ไป่มู่ชิงมองดูกระดาษแผ่นเล็กที่ยับยู่ยี่กับแววตาที่ดูประหลาดไปมากกว่าทุกทีของบิดา

“ถงเยว่ส่งม้าเร็วมา” น้ำเสียงสั่นคลอนเล็กน้อยในขณะที่ไป่มู่ชิงมองต่ำลงอย่างใช้ความคิด

หรือจะเป็นเรื่องที่พี่สามถูกแต่งตั้งให้เป็นกุ้ยเฟย?

องค์หญิงเก้าลอบถอนหายใจเบาๆ ถึงแม้จะรู้ล่วงหน้าจากจดหมายของพี่สามแล้ว แต่เพราะเหตุใดนางถึงได้มีความรู้สึกแปลกๆ ดูท่าทางไป่ซีลู่จะไม่มีท่าทียินดีเอาเสียเลย

“เสด็จพี่ ลู่อี้ส่งข่าวอันใดมาหรือเพคะ”

พระมเหสีเอ่ยปากถาม ถึงแม้บุตรีคนโตจะไม่ค่อยสนิทสนมกับนางนัก หากแต่อย่างไรก็นับได้ว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนาง

เจ้าแคว้นมีท่าทีกระอักกระอ่วน นัยน์ตาเศร้า

“ลู่อี้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองแล้ว...” ประโยคช่วงท้ายขาดห้วง อีกทั้งยังมีความสั่นคลอนอยู่มาก

สิ้นประโยคนั้นทั่วทั้งห้องโถงก็เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจเบาๆ เท่านั้น ทุกคนที่ได้ยินข่าวต่างเบิกตากว้างและมีท่าทีมิสู้ดีเอาเสียเลย

ไป่มู่ชิงกะพริบตาถี่ ละล่ำละลั่กเอ่ยออกมาเสียงเบา

“เป็นไปมิได้”

พี่สามยังบอกให้อวยพรนางอยู่เลย ในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามพี่สามไม่มีทางตัดสินใจสิ้นคิดแบบนั้นแน่!

พระมเหสีเองก็เช่นเดียวกัน เมื่อได้ยินดังนั้นร่างทั้งร่างก็สั่นไหวจนไป่ลู่อิงต้องเข้ามาช่วยประคอง ทั้งที่ใบหน้าซีดเผือดมิต่างกัน

“เสด็จพี่ หม่อมฉันคิดว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิด”

ไป่ซีลู่ได้แต่หยัดนั่งหลังตรง อยากให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเข้าใจผิดเช่นเดียวกัน หากแต่ข้อความบนจดหมายที่มีเครื่องหมายของฮ่องเต้แห่งถงเยว่เป็นหลักฐานชั้นดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างหาใช่เรื่องโป้ปด

หากแต่ยังไม่ทันที่เจ้าแคว้นจะได้กล่าวอะไรออกมา เสียงเรียกที่แฝงไปด้วยความตกใจก็ดังขึ้น

“เสด็จแม่!”

ไป่ลู่อิงประคองมารดาที่หมดสติไปในอ้อมแขน เหล่าบรรดานางกำนัลจึงเข้ามาช่วยกันประคองร่างผอมบางกลับตำหนัก

ท่ามกลางความชุลมุนและความเศร้าโศกของผู้คน ไป่ซีลู่จึงออกปากให้เหล่าชายาและโอรสธิดาทั้งหลายกลับตำหนักทั้งที่ยังมีความรู้สึกสับสนมึนงง ถึงแม้จะมิได้สนิทสนมกับองค์หญิงสามนัก หากแต่เมื่อได้ยินเรื่องเช่นนี้ก็ย่อมเกิดความหม่นหมอง

ไป่มู่ชิงคำนับกาย ทำท่าจะเดินตามทุกคนออกไปด้วยแววตาที่ยังเป็นปริศนา

“องค์หญิงเก้า เจ้าอยู่ที่นี่ก่อน”

หญิงสาวหยุดฝีเท้า มองดูพี่น้องคนอื่นๆ ที่ต่างทยอยกันออกไปจนหมดไม่เว้นแม้แต่ข้ารับใช้ จวบจนกระทั่งภายในห้องโถงใหญ่เหลือเพียงนางและบิดาเท่านั้น

“เพคะเสด็จพ่อ”

ไป่ซีลู่มองดูท่าทางอ่อนน้อมของธิดาแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเบา

“นอกจากข้อความแจ้งเรื่องพี่สามของเจ้า ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องตัดสินใจ”

ว่าไปแล้วดวงตาก็เผลอพิจารณาสาวน้อยตรงหน้าอย่างตั้งใจ ในรอบหลายปีมานี้เพิ่งจะได้สังเกตบุตรสาวคนนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เด็กน้อยในวันวานโตขึ้นเป็นดรุณีน้อยแรกแย้ม ดวงหน้าเกลี้ยงเกลาราวกับจันทรา ดวงตาหวานซึ้งละม้ายชายารองที่เขารักใคร่เอ็นดู

มารดาของนางคือสตรีที่เขาโปรดปรานมากที่สุด แต่ด้วยชาติสกุลของนางแล้วเขามิสามารถยกย่องนางอย่างเปิดเผยได้

“เพคะ”

“ถงเยว่ต้องการสู่ขอเจ้าให้ท่านอ๋องแปด ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเอง”

ไป่มู่ชิงฟังพลางก้มหน้านิ่ง ถึงแม้จะเคลือบแคลงสงสัยในการกระทำของบิดา หากแต่ที่ผ่านมานางก็เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายลืมองค์หญิงเก้าคนนี้ไปเสียสนิทใจ ถึงได้ปล่อยให้นางเรียนรู้เอาตัวรอดจากแม่เลี้ยงและพี่สาวใจร้ายนั่นโดยลำพัง!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel