บท
ตั้งค่า

บทที่ 4: ถ้ามีใครทำร้ายเธอ ฉันจะไปฆ่ามันเอง (50%)

ฉันมาถึงสนามบินเร็วกว่าเวลานัดครึ่งชั่วโมง แก้ตัวว่ากลัวรถติด แต่ความจริง...ฉันแค่นอนไม่หลับ ตื่นเต้นเกินกว่าจะข่มตาลง จนต้องแก้เครียดด้วยการอ่านอีเมลรายละเอียดทริปซ้ำไปซ้ำมา

[Linn: ถึงไหนแล้ว?]

ฉันส่งข้อความไปหาเพื่อนสนิทจอมขี้เซา แต่เงาคุ้นตาทอดยาวมาบนพื้นเสียก่อน เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบวินยืนอยู่ตรงหน้า เขาสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีน ผมสีดำถูกเซตขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจนัก ดูเรียบง่ายแต่ดึงดูดสายตาอย่างบอกไม่ถูก

“อเมริกาโน่ร้อน ใส่นมนิดหน่อย” เขายื่นแก้วกาแฟในมือมาให้ฉัน รอยยิ้มกวนๆ ประดับบนใบหน้าคมคาย “รู้มั้ยว่าพนักงานมองหน้าฉันแรงขนาดไหน ใครเค้ากินอเมริกาโน่ใส่นมกัน”

“ฮ่าๆ แกจำได้ด้วยเหรอ” ฉันหัวเราะร่าขณะที่รับกาแฟมาดื่ม

“แหงดิ เป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปี” วินทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่ของเขาลอยมาเจือจาง "ไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้เกี่ยวกับเธอหรอก"

ฉันรู้สึกหัวใจเต้นแรงอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้ ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวแต่พยายามทำเป็นไม่สนใจ แกล้งจิบกาแฟต่อเพื่อซ่อนรอยยิ้ม

“งั้นบอกหน่อยสิว่าฉันชอบอะไร ถ้าตอบผิดวันนี้เลี้ยงข้าวด้วย”

“ง่ายๆ” เขายิ้มมุมปาก เอนตัวมาใกล้ขึ้น “ชอบดูหนังเกาหลี แต่ชอบแนวดราม่ามากกว่าโรแมนติก ชอบกินข้าวผัดกุ้ง แต่ต้องไม่ใส่หัวหอม ชอบดื่มชานมไข่มุกแต่ต้องหวานน้อย ชอบอ่านหนังสือก่อนนอน ชอบใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว…” เขาชี้ไปที่เท้าของฉัน “เหมือนคู่ที่ใส่อยู่ตอนนี้”

ฉันอึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะสังเกตฉันขนาดนี้ “แกเก่งจริงๆ ด้วย”

“บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้” เขายิ้มกว้าง “แต่มีเรื่องนึงที่ฉันยังสงสัยอยู่…”

“อะไรล่ะ”

วินกำลังจะพูดต่อ แต่เสียงประกาศเที่ยวบินดังขัดเสียก่อน เราลุกเดินไปที่เกต แต่เขาดันคว้ากระเป๋าของฉันไปถือ แม้จะเป็นเพียงกระเป๋าเดินทางใบเล็กก็ตาม

“ฉันว่าจะถามว่า…” เขาเดินไปพลางพูดไป

“ว่าอะไร”

“ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยคุยกัน” เขายิ้มลึกลับ

ไอ้บ้านี่ มันวอนซะแล้ว!

“ฉันถือเองได้นะ” ฉันพยายามแย่งกระเป๋าคืน แต่เขาก็เอียงตัวหนี

“ไม่เป็นไร เธอถือกาแฟดีกว่า ระวังหกด้วย”

“ตามใจ”

“อีกอย่าง ถ้าปล่อยให้ผู้หญิงถือของหนักๆ พ่อฉันคงตีตาย”

“โอ้โห เป็นสุภาพบุรุษตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” ฉันแหย่

“ก็ตั้งแต่…” วินหยุดพูดกลางคัน เมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่น เขาหยิบขึ้นมาดู สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะกดเงียบ แต่สายตาเจ้าปัญหาของฉันดันเห็นซะก่อนว่าใครส่งข้อความมา

“มินท์เหรอ” ฉันถามทั้งที่ไม่อยากรู้คำตอบ พยายามทำเสียงเป็นปกติ

“อืม เธอถามว่าเราถึงไหนแล้ว”

ความเงียบที่อึดอัดเข้าปกคลุม ฉันพยักหน้า รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ เคยเห็นวินคุยโทรศัพท์กับผู้หญิงหลายคน แต่ไม่เคยที่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดในใจเลยสักครั้ง

เมื่อไหร่จะชินกับมันเสียทีนะยัยลิน

เมื่อนั่งอยู่บนเครื่องบิน เสียงเครื่องยนต์ก็ส่งเสียงดังสม่ำเสมอเมื่อเราลอยตัวอยู่เหนือน่านฟ้า ฉันนั่งติดหน้าต่างโดยที่นั่งของวินอยู่ขวามือ เราสองคนเงียบใส่กันตั้งแต่ที่วินได้รับข้อความจากมินท์

“ง่วงเหรอ” ฉันถามเมื่อเห็นเขาหาว

“อืม นอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืน” เขาพึมพำ “คิดเรื่องงานเยอะไป”

ไม่ได้มีแค่แกหรอกนะที่นอนไม่หลับ

ฉันคิดในใจ เพราะตัวฉันเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน ต่างกันตรงที่วินคิดเรื่องงาน แต่ฉันคิดเรื่องเขา

เผลออีกทีวินก็งีบหลับไป ศีรษะเหวี่ยงไปซ้ายทีขวาทีตามแรงโน้มถ่วง ก่อนจะค่อยๆ เอนมาพิงไหล่ฉันเบาๆ ฉันนิ่งไปพร้อมหัวใจที่เต้นถี่รัว แต่ไม่กล้าขยับเขยื้อน กลัวว่าเขาจะตื่น

ฉันใช้จังหวะนี้ลอบมองใบหน้าด้านข้างของเขา เส้นผมสีดำตกลงมาปรกหน้าเล็กน้อย นึกถึงสมัยที่เราเรียนมหาวิทยาลัย วินในตอนนั้นเป็นรุ่นพี่ปีสองที่ทุกคนหมายปอง แต่เขากลับมาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับฉันเพราะเราเป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน

‘ฉันจะคอยดูแลเธอเอง’

เขาเคยพูดแบบนั้น หลังจากที่ช่วยฉันจากรุ่นพี่ที่พยายามจะถึงเนื้อถึงตัวกับฉัน สิบปีที่ผ่านมา วินเปลี่ยนไปมาก จากรุ่นพี่หน้าใสๆ กลายเป็นผู้กำกับมากฝีมือ เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น แต่บางอย่างก็ไม่เปลี่ยน...เช่นรอยยิ้มที่ทำให้ใจฉันเต้นแรงทุกครั้ง

“มองอะไร” วินลืมตาขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาฉันสะดุ้ง

“เปล่า...แค่คิดว่าแกดูแก่ขึ้นเยอะ”

“แก่แต่ก็ยังหล่อใช่มั้ยล่ะ” เขายิ้มมุมปาก ยังไม่ยอมยกศีรษะออกจากไหล่ฉัน

ฉันผลักไหล่เขาเบาๆ รู้สึกหน้าร้อนผ่าว “ตื่นแล้วก็ลุกไป หนักจะตาย”

“อีกแป๊บนึง” วินหลับตาลงอีกครั้ง “ชอบนอนแบบนี้”

ฉันได้แต่นั่งนิ่ง หัวใจเต้นรัวเร็ว ภาวนาให้เขาไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังจะหลุดออกมาจากอก ทั้งยังพยายามมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดึงความสนใจไปจากคนเจ้าปัญหาที่ชอบทำตัวเอาแต่ใจ

แต่สุดท้ายแล้วฉันเอง…ก็อยากให้เวลามันเดินช้าลงกว่านี้อีกสักหน่อย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel