บท
ตั้งค่า

บทที่ 3: อย่าลืมฝันถึงฉันล่ะ (100%)

“ขอโทษที่รบกวนครับ แต่คุณแพรมาถึงแล้วครับ” เสียงเคาะประตูห้องประชุมดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับพี่เก้าที่โผล่หน้าเข้ามา เขาเป็นหนึ่งในทีมงานที่เข้าร่วมโปรเจกต์นี้ในขั้นตอนวางแผน

ฉันลุกขึ้นยืนพร้อมกับวิน หัวใจเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงการเจอหน้าหนึ่งในผู้หญิงคนเก่าของเขา ปกติแล้ววินจะไม่ค่อยตกลงเป็นแฟนกับใคร เขารักสนุกและไม่อยากถูกผูกมัด ตั้งแต่รู้จักกันมามีผู้หญิงเพียงสองคนเท่านั้นที่เขาตกลงเป็นแฟนด้วย และแพรก็เป็นหนึ่งในนั้น

ทั้งคู่เจอกันเมื่อหลายปีก่อนตอนที่วินกำลังเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการ พวกเขาคลิกกันอย่างรวดเร็วและควงกันอยู่ไม่กี่เดือน

แพรในชุดเดรสแบรนด์เนมหรูเดินเข้ามาในห้องประชุม เธอสวยสง่าราวกับนางแบบ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกม้วนเป็นลอนสวย กลิ่นน้ำหอมของดอกกุหลาบลอยฟุ้งตามมา

“สวัสดีค่ะวิน” เธอทักทายพร้อมรอยยิ้มหวาน “ดูเหมือนจะยุ่งมากเลยนะคะ”

“ครับ” วินตอบสั้นๆ “เชิญนั่งก่อนครับ”

“พร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลยนะคะ”

“ครับ” วินส่งสัญญาณให้พี่เก้าเริ่มนำเสนอ

ระหว่างที่พี่เก้าอธิบายคอนเซปต์และครีเอทีฟไอเดียของงาน แพรก็พยักหน้ารับฟัง แต่สายตาของเธอมักจะเหลือบมองวินบ่อยครั้ง ไม่ต้องเดาก็ทายออกว่าเธอยังหลงเหลือความรู้สึกพิศวาสกับวินอยู่

“แล้วเรื่องการเดินทางล่ะคะ ใครจะไปบ้าง”

“ผม ลิน แล้วก็ทีมงานตามปกติครับ” วินตอบ

“ลิน?” แพรหันมามองฉันเป็นครั้งแรก รอยยิ้มจางหายไป “จำเป็นด้วยเหรอคะ แพรว่าแค่วินกับทีมถ่ายก็พอแล้ว”

“ลินเป็นตัวหลักของงานนี้ครับ ทั้งต้องติดต่อผู้ดูแลสถานที่ ราชการ แล้วก็งานเอกสารอื่นๆ ในการถ่ายทำด้วย” วินตอบเสียงเรียบแต่หนักแน่น “เธอต้องไปด้วย”

“แต่ว่า…”

“ถ้าไม่มีลิน งานนี้ก็ไม่มีผมด้วยครับ”

น้ำเสียงของวินเย็นลงจนห้องประชุมเงียบกริบ แพรกัดริมฝีปาก ชักสีหน้าไม่พอใจ

“ค่ะ…” เธอตอบรับอย่างฝืนๆ

การประชุมดำเนินต่อไปท่ามกลางบรรยากาศอึดอัด ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาไม่พอใจของแพรที่มองมาเป็นระยะ แต่วินก็คอยถามความเห็นฉันตลอด ราวกับต้องการย้ำว่าฉันมีความสำคัญกับโปรเจกต์นี้มากแค่ไหน

หลังการประชุมจบลง ทุกคนทยอยออกจากห้อง เหลือเพียงฉันที่นั่งเก็บเอกสารอยู่

“นี่ เจ้าตัวเล็ก” เสียงทุ้มของวินดังขึ้น

หัวใจของฉันพองโตขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขาเรียกฉันด้วยชื่อเล่นที่เขาเป็นคนตั้งให้เอง ถึงแม้ว่าฉันจะสูงถึง 165 เซ็น แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ตัวสูงกว่าฉันถึง 20 เซ็น ฉันก็กลายเป็นคนตัวเล็กไปโดยปริยาย

“ว่าไง”

“อย่าสนใจที่แพรพูดนะ”

“โอ๊ย เรื่องแค่นี้ ฉันไม่เอามาคิดมากอยู่แล้ว”

“ขนาดเลิกไปแล้วยังจิกกัดกันไม่เลิก”

“เค้ามาง้อให้แกกลับไปเหรอ”

“เปล่าหรอก ช่างมันเถอะ” เขาโบกมือไปมาเป็นสัญญาณว่าไม่ต้องใส่ใจ “ว่าแต่มีงานอะไรต้องทำอีกหรือเปล่า?”

“มีเอกสารต้องเช็คอีกนิดหน่อย”

“งั้นฉันอยู่เป็นเพื่อน”

แม้จะแปลกใจที่คนอย่างหมอนี่ที่มีธุระหลังเลิกงานแทบทุกวัน กลับยอมเสนอตัวอยู่ทำงานดึกเป็นเพื่อน อาจเป็นเพราะวันนี้เขายังไม่เจอสาวคนไหนน่าสนใจล่ะมั้ง แต่ฉันก็ไม่เสียเวลาเดาอะไรต่อเพราะอยากรีบเคลียร์งานกลับบ้านจะตายอยู่แล้ว

เวลาผ่านไปจนดึก ในออฟฟิศเหลือเพียงแสงไฟจากโต๊ะทำงานของเราสองคน เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดดังสลับกันไปมา

ใช้เวลาไม่นานนักงานที่กองอยู่ก็เคลียร์จนหมด ฉันหันไปให้บอกวินว่าถึงเวลากลับบ้านแล้ว เขาที่นั่งไถโทรศัพท์เล่นอยู่หันมาพยักหน้ารับรู้และเดินมารอฉันที่กำลังเก็บของลงกระเป๋า เราเดินออกจากออฟฟิศด้วยกันไปจนถึงลานจอดรถ

“ขับรถดีๆ อะ” เขาเอ่ยขึ้นมาในระหว่างที่ฉันกำลังจะถึงรถ “ถึงห้องแล้วส่งข้อความมาบอกด้วย”

เราโบกมือลาละต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับ ระหว่างทางฉันก็ยังคงวนเวียนคิดถึงการกระทำแปลกๆ ของเขาในหลายวันที่ผ่านมา เขาดูเป็นห่วงเป็นใยฉันมากกว่าปกติ ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบหรอกนะ แต่กลัวว่าความอ่อนโยนที่ได้รับในตอนนี้มันจะมาพร้อมกับความเจ็บปวดในอนาคตเสียมากกว่า

ใช้เวลาเพียงไม่นานฉันก็ขับรถถึงคอนโดโดยสวัสดิภาพ พอดึกแล้วรถเลยไม่ติดเท่าไหร่ ใจอยากจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปหาตามที่วินขอ

[Linn: ถึงบ้านแล้วนะ]

[Winn: ดีมาก รีบๆ นอนล่ะ]

[Linn: แกก็ด้วย]

[Winn: อย่าลืมฝันถึงฉันล่ะ เจ้าตัวเล็ก]

…!

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย หมอนี่…สมองผิดเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel