บทที่ 2: ความรู้สึกที่เรียกว่าหวง (50%)
เสียงโทรศัพท์ปลุกฉันตั้งแต่เช้าตรู่ เลขาฯ ของลูกค้ารายเดิมโทรมาแจ้งว่าต้องการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในอาทิตย์หน้า แถมยังต้องการวินมาเป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโอโปรโมทด้วย
“แต่คิวงานวินเต็มหมดแล้วนะคะ” ฉันพยายามอธิบาย ขณะรีบแต่งตัวไปด้วย
“ทางเราเพิ่มงบให้เป็นสองเท่าค่ะ แล้วก็อยากได้ทีมงานชุดเดิมที่ถ่ายโฆษณาให้เราเดือนก่อนด้วย”
ฉันถอนหายใจเบาๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกค้าคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง
“เดี๋ยวขอปรึกษากับทีมก่อนนะคะ แล้วจะรีบติดต่อกลับไป” พอวางสาย ฉันก็รีบโทรหาวิน แต่เหมือนทุกครั้ง...ไม่มีคนรับสาย
คงจะยังไม่ตื่น หรือไม่ก็กำลังง่วนอยู่กับสาวคนล่าสุดอยู่
ความคิดนั้นทำให้ใจหายวูบ แต่ฉันรีบสลัดมันทิ้ง ตอนนี้ต้องโฟกัสเรื่องงานก่อน
ฉันขับรถมาถึงออฟฟิศเร็วกว่าปกติ หวังว่าจะได้จัดการงานเอกสารให้เรียบร้อยก่อนที่ทีมงานจะทยอยเข้ามา แต่พอเปิดประตูเข้าไป ก็พบว่ามีใครบางคนมาก่อนแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณลิน”
ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงทักทาย แต่ครั้งนี้ไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนเดิม เพราะเจ้าของเสียงคือ เก้า โปรดิวเซอร์หนุ่มมากฝีมือที่เพิ่งย้ายมาจากบริษัทในเครือ
“สวัสดีค่ะ พี่เก้ามาแต่เช้าเลยเหรอคะ”
“ครับ พอดีมีไฟล์งานต้องส่ง” เขายิ้มอบอุ่น “คุณลินก็มาเช้านะครับวันนี้”
“ค่ะ มีงานด่วนน่ะค่ะ” ฉันวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ พยายามไม่สบตาเขานานเกินไป
“งั้นผมชงกาแฟให้นะครับ เห็นว่าคุณลินชอบดื่มอเมริกาโน่ใช่มั้ย”
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแปลกใจ “พี่เก้ารู้ได้ยังไงคะ”
“สังเกตเห็นน่ะครับ” เขาตอบพลางเดินไปที่มุมกาแฟ “เห็นสั่งทุกเช้าเลย”
ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่รีดจนเรียบกริบ ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาดูนุ่มนวลแต่มั่นคง ต่างจากวินลิบลับ
เขาหันกลับมาพร้อมกาแฟ รอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้าหล่อเหลาแบบผู้ดี ผมสีดำเข้มถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อย แว่นกรอบบางช่วยขับเน้นดวงตาคมที่ซ่อนแววอ่อนโยนไว้ข้างใน ทุกอย่างในตัวเขาดูสมบูรณ์แบบราวกับพระเอกซีรีส์เกาหลีที่ก้าวออกมาจากจอ
บรรยากาศรอบตัวพี่เก้าให้ความรู้สึกสงบ น่าเชื่อถือ และปลอดภัย คล้ายกับสายลมเย็นในวันที่อากาศร้อนจัด ต่างจากวินที่เหมือนไฟที่พร้อมจะลุกโชนได้ทุกเมื่อ เสียงทุ้มนุ่มของเขาเวลาพูดก็ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะเป็นโปรดิวเซอร์ที่ทำงานกับศิลปินได้ดีขนาดนี้
“ขอบคุณนะคะ” ฉันรับแก้วกาแฟจากมือเขา ตัวฉันกระตุกเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเราสัมผัสกัน
“ยินดีครับ” เขายิ้มให้อีกครั้งก่อนจะกลับไปที่โต๊ะทำงาน
ฉันมองตามเขาอย่างเหม่อลอย พลันเห็นภาพอีกคนทับซ้อนขึ้นมา ถ้าวินแสดงท่าทีอ่อนโยนแบบนี้กับฉันบ้าง ฉันคงละลายกลายเป็นของเหลวเลยมั้ง
“เหม่ออะไรของเธอน่ะ”
พูดถึงปีศาจ เจ้าตัวก็โผล่มาพอดี
วินเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าประหลาดใจ สายตาของเขาจับจ้องที่แก้วกาแฟในมือฉัน
“ทำไมมาเช้าจัง” ฉันแกล้งแหย่ “นึกว่าจะตื่นบ่ายเหมือนทุกที”
“มีเรื่องด่วนน่ะ” เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆ โต๊ะฉัน “พอดีลูกค้าโทรมา อยากให้ช่วยทำมิวสิควิดีโอ”
“อ้าว แกก็รู้เรื่องนี้แล้วเหรอ”
“อื้ม เค้าโทรหาฉันตั้งแต่หกโมง” วินถอนหายใจ “แต่คิวงานเต็มหมดแล้ว จะทำยังไงดี”
“งั้นปฏิเสธไปมั้ย”
“แต่งบเค้าดีนะ” พูดพร้อมเอนหลังพิงพนัก “แล้วก็เป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจด้วย ต้องไปถ่ายสาขาที่ภูเก็ต”
“ถ้างั้น...ลองจัดตารางงานใหม่ดูมั้ย”
“ได้เหรอ” วินหันมามองฉัน “เธอจะไปด้วยใช่มั้ย”
ฉันกำลังจะตอบ แต่พี่เก้าก็เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยพอดี
“ขอโทษที่เสนอความเห็นนะครับ” พี่เก้าพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ผมว่าเราน่าจะแบ่งทีมกันทำ โปรเจกต์ที่มีอยู่ผมช่วยดูแลต่อให้ได้ครับ คุณวินจะได้ไปทำงานใหม่นี้”
วินมองหน้าพี่เก้านิ่งๆ ก่อนจะหันมาถามฉัน “เธอว่าไง”
“ก็...น่าจะได้นะคะ” ฉันทำท่าคิด "พี่เก้าเคยทำงานใหญ่มาเยอะ ไว้ใจได้อยู่แล้ว"
“งั้นเดี๋ยวผมทำลิสต์ข้อมูลที่ต้องการมาให้ครับ” คนตรงหน้ายิ้ม “จะได้ส่งมอบงานกันได้เรียบร้อย”
เราพูดคุยกันต่อสองสามประโยคก่อนพี่เก้าก็ขอตัวไปทำงานต่อ เมื่อบุคคลที่สามเดินออกไป วินก็หันมากระซิบข้างหูฉันอย่างรวดเร็ว “ไว้ใจได้จริงเหรอ”
“เขาเก่งนะ” ฉันตอบ “ฉันเห็นผลงานที่ผ่านมา มีแต่คนชื่นชอบงานเค้ากันทั้งนั้นเลย”
“อ๋อ…” วินลากเสียงยาว “เห็นผลงานที่ผ่านมาเหรอ สนใจเขาขนาดนั้นเลยรึไง”
“พูดอะไรของแกเนี่ย ก็แค่ศึกษาประวัติเขาก่อนที่จะเข้ามาร่วมงานกับเราเฉยๆ เอง”
วินหรี่ตามองฉันก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา แต่เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูไม่จริงใจสุดๆ
“ยื่นมือมา”
“อะไร”
แม้จะสงสัยแต่ฉันก็ยอมยื่นมือออกไปตามที่ขอ คนตรงหน้าวางห่อพลาสติกปริศนาลงบนมือก่อนจะกระแอมไอเสียงเบา
“ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนบ่อย อย่าลืมพกยาไว้ด้วย” เขาพูดโดยไม่หันมามอง “เธอชอบเป็นหวัดง่ายๆ”
เจ้าตัวเดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนงงกับแผงยาที่อยู่ในมือ
เมื่อกี้...เขาห่วงฉันงั้นเหรอ?
ฉันรีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง คงคิดไปเองแหละ วินไม่มีทางสนใจฉันในแบบนั้นหรอก ตั้งความหวังให้ตัวเองเสียใจเล่นเปล่าๆ
เวลาผ่านไปจนถึงพักกลางวัน ฉันยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเพื่อจัดตารางงานใหม่ให้เรียบร้อยที่สุด วินรับงานเยอะเกินไปจนแทบไม่มีเวลาพัก ฉันควรจะช่วยให้เขาได้มีเวลาหายใจหายคอบ้าง
“คุณลินครับ” เสียงของพี่เก้าดึงความสนใจฉันออกจากกองเอกสารตรงหน้า “ผมส่งลิสต์ที่ต้องการไปให้ทางอีเมลแล้วนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวลินดูให้นะคะ”
“ครับ” คนตัวสูงยิ้มกลับมาให้แต่ยังไม่ยอมเดินจากไป
“พี่เก้ามีอะไรให้ลินช่วยอีกหรือเปล่าคะ?”
“เปล่าครับ เอ่อ คือ...ถ้าคุณลินไม่ติดอะไร เย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกันมั้ยครับ จะได้คุยรายละเอียดงานด้วย”
“เอ๊ะ…” ฉันชะงัก นี่เขากำลังชวนฉันออกเดตหรือเปล่านะ
“แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นอะไรนะครับ ผมเข้าใจว่าคุณลินคงยุ่งมากๆ”
“เอ่อ…” ฉันกำลังจะตอบ แต่จู่ๆ เสียงปริศนาก็ดังขึ้นมาแทรก แล้วก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากพ่อหนุ่มขี้วีนที่ไม่มีมารยาทกับเขาเอาเสียเลย
“ลิน เย็นนี้ว่างใช่มั้ย ต้องคุยเรื่องทริปภูเก็ต”
ฉันมองสลับระหว่างชายหนุ่มทั้งสอง ก่อนจะตัดสินใจ “ขอโทษนะคะพี่เก้า วันนี้คงต้องคุยงานกับวินก่อน เพราะต้องเคลียร์เรื่องตารางงานด่วน”
“ไม่เป็นไรครับ” พี่เก้ายิ้มอย่างเข้าใจ “งั้นเราค่อยนัดกันวันอื่นนะครับ”
วินยืนกอดอกมองพี่เก้าเดินจากไป ก่อนจะหันมาทางฉัน “งั้นเย็นนี้เจอกันที่ร้านเดิมนะ”
“อื้ม” ฉันตอบรับพลางสังเกตเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขา
แปลกคนชะมัด…
