บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: เพื่อนร้ายคนเดิม (100%)

“พี่ลินคะ!” เสียงเรียกร้อนรนของผู้ช่วยดังมาจากด้านหลัง “มีปัญหาด่วนค่ะ ทีมแต่งหน้าแจ้งว่าเครื่องสำอางบางตัวที่ต้องใช้ในการถ่ายทำหมดแล้ว จะทำยังไงดีคะ”

ฉันหันไปสบตากับน้องใหม่ที่ดูตื่นตระหนก ก่อนจะยิ้มให้กำลังใจ “ใจเย็นๆ นะ บอกพี่มาก่อนว่าขาดอะไรบ้าง”

“ลิปสติกกับคอนซีลเลอร์ค่ะ แบรนด์เจ้าของส่งมาให้ใช้ในการถ่ายทำ แต่ดันหมดพอดี”

ฉันพยักหน้ารับฟัง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว “โทรหาตัวแทนแบรนด์แล้วใช่มั้ย”

“โทรแล้วค่ะ แต่เขาบอกว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองชั่วโมงกว่าจะส่งของมาถึง”

“โอเค งั้นเรามาแก้ปัญหากัน” ฉันล้วงมือถือขึ้นมากดอย่างรวดเร็ว “หนึ่ง สลับลำดับการถ่าย เอาฉากที่ไม่ต้องใช้เครื่องสำอางพวกนี้มาถ่ายก่อน สอง พี่จะติดต่อร้านในเครือที่อยู่แถวนี้ดูเผื่อเค้ามีของพอให้เรายืม”

น้องผู้ช่วยทำตาโต “พี่ลินเก่งจังเลยค่ะ แก้ปัญหาได้ทันทีเลย”

“ก็แค่ประสบการณ์น่ะ” ฉันยิ้มให้ “จำไว้นะ เวลาเจอปัญหา อย่าเพิ่งแพนิค ค่อยๆ คิด แล้วแก้ไปทีละจุด”

วันนี้เรามีงานสำคัญ นั่นคือการถ่ายโฆษณาให้แบรนด์เครื่องสำอางดังระดับประเทศ พอเห็นนักแสดงและทีมงานมากันครบ ฉันก็รีบเข้าไปต้อนรับ ดูแลจัดการเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

เมื่อทุกอย่างเข้าที่ วินเปลี่ยนเป็นคนละคนทันทีที่เข้าโหมดทำงาน เขาเปลี่ยนจากเพื่อนรักของฉันเป็นผู้กำกับมืออาชีพ สั่งการทุกอย่างอย่างคล่องแคล่ว

“ไฟด้านนั้นปรับหน่อยครับ เบาลงอีกนิด” เสียงทุ้มของเขาดังกังวาน “พี่แจ๊ค ช่วยขยับมุมกล้องอีกหน่อย อยากได้ภาพที่ดูอบอุ่นกว่านี้”

ฉันมองเขาทำงานอย่างภูมิใจ วินตอนอยู่ในโหมดนี้เป็นอีกด้านที่ฉันหลงรัก เขาคือผู้กำกับฝีมือดีที่เป็นเจ้าของรางวัลมากมาย อายุเพียง 27 แต่ผลงานก็ดังเป็นพลุแตกไปทั่วประเทศ

“คัท! คุณนุ่นครับ เทคนี้ยังไม่โอเค ผมอยากได้อารมณ์ที่หนักแน่นกว่านี้”

นักแสดงรุ่นพี่ทำสีหน้าบึ้งตึง ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างไม่พอใจ ฉันเห็นแล้วจึงรีบปรี่เข้าไปหาเธอทันที

“คุณนุ่นคะ เราพักสิบห้านาทีก่อนดีไหมคะ” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นกันเอง “วินเค้าแค่อยากให้ภาพออกมาดีที่สุด เพราะเชื่อมั่นในพลังของคุณนุ่นจริงๆ นะคะ เขาถึงได้เข้มงวดขนาดนั้น”

“กะอีแค่ถ่ายโฆษณา ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนี้เลย” เธอพึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมผ่อนคลายสีหน้าลง ฉันได้แต่ถอนหายใจโล่งอก อีกหนึ่งวิกฤตที่ผ่านไปได้ด้วยดี

ด้วยความที่พอทำงานแล้ววินชอบพูดจาตรงไปตรงมา ไม่ค่อยอ้อมค้อม เขาเลยมักมีปัญหากระทบกระทั่งกับนักแสดงอยู่เป็นประจำ โชคดีที่มีฉันคอยเป็นกาวใจประสานรอยร้าวต่างๆ ให้เรียบร้อยเสมอมา

หลังจากนั้นไม่นาน ทางทีมงานก็ประกาศพักสิบห้านาทีเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ และในระหว่างที่ทีมงานกำลังจัดไฟใหม่ วินก็เดินมาหาฉันที่มุมห้อง

“เแก้ปัญหาได้เก่งดีนี่” เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

“ก็ต้องเก่งสิ ไม่งั้นใครจะมาคอยแก้ปัญหาให้แกล่ะ” ฉันแหย่เขา

วินหัวเราะเบาๆ “จริงด้วย ตั้งแต่เรียนมาก็เป็นแบบนี้ จำได้มั้ย ตอนปีสาม ที่ฉันทำหนังสั้นส่งประกวด…”

“จำได้สิ แกทำไฟล์หาย ตอนใกล้จะส่งงานด้วย” ฉันพูดพลางส่ายหน้า “ฉันต้องรีบติดต่อขอยืมกล้องจากรุ่นพี่ แล้วก็นั่งถ่ายใหม่กับแกทั้งคืน”

“แต่สุดท้ายก็ได้รางวัลนะ”

“ใช่ แล้วแกก็เอารางวัลนั้นไปอวดรุ่นพี่คณะบริหาร”

วินหันมามองฉันอย่างแปลกใจ “จำได้ด้วยเหรอ”

“ก็…” ฉันกลืนน้ำลายเหมือนจะกลืนความรู้สึกบางอย่างลงไป “รุ่นพี่เค้าออกจะสวยขนาดนั้น จะไม่ให้จำได้ยังไง”

“แต่ตอนนั้นก็เลิกกันไปแล้ว” วินพูดเสียงเรียบ

“นั่นสินะ เหมือนผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตแกนั่นแหละ” ฉันพูดทั้งที่พยายามกลั้นความรู้สึกเจ็บในอก

วินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงคลุมเครือ “ยกเว้นเธอไง”

“หมายความว่ายังไง” ฉันหันไปมองเขา แต่วินก็ลุกขึ้นยืนเสียก่อน

“ไปทำงานต่อดีกว่า” เขาพูดพลางเดินจากไป ทิ้งให้ฉันนั่งงงกับประโยคสุดท้ายของเขา

ยกเว้นฉัน...เพราะฉันคือเพื่อนที่ดีเกินกว่าจะทิ้งไป หรือเพราะว่าฉันคือคนที่เขาไว้ใจที่สุดกันนะ หรือบางที...อาจจะมีความหมายอื่นที่ฉันไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึง

เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะคิดมากไปกับประโยคปริศนาของเขา ฉันเลยตั้งใจจะเดินไปดูแลทีมอื่นต่อ แต่ทันใดนั้น มือใหญ่ของใครบางคนก็วางลงบนบ่าของฉัน ฉันหันไปมองเจ้าของมือ ก็พบว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณนุ่นนั่นเอง

และเขา…เป็นผู้ชาย

ความคิดนั้นทำให้ขนฉันลุกซู่ ฉันนิ่งค้างกับที่ ไม่อาจขยับเขยื้อนสักนิด หัวใจเต้นรัวจนแทบระเบิด แขนขากลับสั่นเทา ลมหายใจติดขัดจนรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ

“ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลนุ่นให้” เสียงของเขาใกล้ขึ้น

“อะ…อะ…” ฉันพยายามเค้นเสียงตอบ แต่กลับไม่สามารถเปล่งมันออกมาได้ ปากอ้าค้างเหมือนคนหายใจไม่ทัน

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเด็กก็ย้อนกลับเข้ามาทันควัน

‘ปล่อยนะ อย่าแตะตัวฉัน!’

‘อย่าดิ้นสิ อยากเจ็บตัวรึไง’

‘ชะ…ช่วยด้วย!’

‘ลิน!!’

“ลิน…”

“...”

“ลิน!!” เสียงเรียกจากข้างหูทำให้ฉันตื่นจากภวังค์

ฉันเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ก่อนจะพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าเป็นกังวลไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นวินต่างหาก ส่วนผู้จัดการของนุ่นก็หายตัวไปแล้ว

“เป็นอะไรของเธอ อยู่ดีๆ ก็นิ่งไปเลย”

น้ำเสียงอ่อนโยนของวินทำให้ฝันร้ายเมื่อครู่จางหายไปในทันที เพียงไม่กี่คำจากเขา ฉันก็หลุดพ้นจากอดีตอันเจ็บปวด และกลับมายืนอยู่ในปัจจุบันได้อีกครั้ง

“ไม่มีอะไร ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ไม่ให้ห่วงได้ไง อยู่ดีๆ ก็สติหลุดออกไปแบบนั้น ทำคนอื่นตกใจหมด”

“โอ๊ย พูดมากน่ะ ไปเตรียมตัวเถอะจะหมดเวลาพักแล้วนี่”

“ตามใจ” เขายักไหล่ทำเป็นไม่สนใจ

“นี่ หลังเลิกกองไปกินข้าวกันมั้ย”

“มีนัดแล้วอะดิ”

แม้จะเป็นคำตอบที่คาดเดาได้ไม่ยาก แต่ฉันก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้

“โอเค ไว้คราวหน้าละกัน”

แม้จะผิดหวังมานับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่ามันจะเป็นรักข้างเดียว แต่ฉันก็ไม่ตัดใจสักที

เมื่อไหร่กันนะ ที่เขาจะมองมาทางฉันบ้าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel