บทที่ 1: เพื่อนร้ายคนเดิม (50%)
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของสตูดิโอ เงาของอุปกรณ์ถ่ายทำทอดยาวบนพื้นปูนเย็นเยียบ ฉันมองนาฬิกาข้อมือเป็นครั้งที่สิบ เข็มยาวและสั้นบอกเวลาเก้าโมงตรง กองถ่ายดูวุ่นวายไปด้วยการเตรียมงาน ทีมงานต่างพากันขนย้ายอุปกรณ์และจัดไฟ แต่กลับไร้วี่แววของผู้กำกับหนุ่มคนดัง
“วินเลท” ฉันพึมพำ พลางกดโทรศัพท์หาเขาอีกครั้ง เสียงสัญญาณดังซ้ำๆ ก่อนจะเงียบไป ไม่มีคนรับสาย เหมือนที่เคยเป็นมาทุกที
เมื่อคืนคงไปค้างที่ไหนกับใครอีกแล้วสินะ
ความคิดนี้แทงใจฉันเบาๆ ใจหนึ่งอยากจะโกรธ แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจ ฉันเลือกที่จะยิ้ม ฝืนทน และเข้าใจอย่างที่ทำมาตลอดสิบปี ตั้งแต่สมัยเรียน วินในวัย 27 ก็ยังเป็นเหมือนวินในวัย 17 ผู้ชายหล่อเหลาเจ้าเสน่ห์ที่ผู้หญิงทุกคนหลงใหล และเขาก็ไม่เคยปฏิเสธความรักของใครเลยด้วย
ยกเว้นความรักของฉัน...คนที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด คอยดูแลและเป็นห่วงเป็นใย แต่กลับไม่เคยได้ครอบครองหัวใจเขาเลยสักนิด
เสียงฝีเท้ากึกๆ ของส้นสูงดังมาจากด้านหลัง ฉันหันไปมองก็เห็นมินท์ สไตลิสต์สาวสวยมือหนึ่งของกองถ่าย เดินรี่เข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ลินคะ นักแสดงนำยังไม่มาสักคนเลย ตอนนี้ก็สายไปแล้วชั่วโมงนึง” มินท์ส่ายหน้าอย่างกังวล “วินล่ะ ยังไม่เห็นเลย ไม่ยอมรับโทรศัพท์ด้วย ทำไงดี”
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวลินจัดการให้เอง” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มให้กำลังใจ ก่อนจะรีบคว้าโทรศัพท์มากดโทรหานักแสดงอย่างเร่งด่วน นี่แหละงานของโปรดักชั่นโคออร์ดิเนเตอร์ แก้ปัญหาวุ่นวายแบบนี้ทุกวัน
“สวัสดีค่ะคุณนุ่น อยู่ไหนแล้วคะ พอดีทีมงานพร้อมกันแล้ว…” ฉันเริ่มต้นบทสนทนากับนางเอกสาวเบอร์ใหญ่ แต่จู่ๆ เสียงทุ้มนุ่มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้น
“เจ้าตัวเล็ก กาแฟ…”
ฉันหันขวับไปตามต้นเสียง หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้เห็นเขา วินในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงยีนสีเข้มเดินเข้ามาพร้อมผมยุ่งๆ เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน ดวงตาสีดำเข้มของเขาที่เหมือนห้วงน้ำลึกยังคงมีเสน่ห์ชวนให้จมดิ่ง เหมือนวันแรกที่เราเจอกัน และทุกๆ วันในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
เขาฉีกยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ที่พาให้สาวๆ เห็นแล้วถึงกับขาอ่อน ฉันทำหน้าเอ็ดใส่เขา ก่อนจะจบบทสนทนากับนักแสดงในสายและกดวางไป
“สายอีกแล้วนะ” ฉันทำเสียงดุ จ้องเขาเขม็ง แต่ก็ไม่วายสังเกตดวงตาเรียวหวานเย้ายวนใต้แพขนตายาว คมคิ้วหนาได้รูป จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากเนียน ทุกอย่างของเขาช่างดูดีไร้ที่ติจริงๆ
“โทษทีๆ พอดีวันนี้ตื่นสาย” วินทำท่าขอโทษ มืออีกข้างรับแก้วกาแฟจากผู้ช่วยในกอง “แต่ฉันรู้ว่าเธอจัดการได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”
ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังทำสีหน้าล้อเลียนจนฉันอดที่จะหงุดหงิดขึ้นมาไม่ได้
“เป็นถึงผู้กำกับแท้ๆ แต่มาทำงานไม่ดูเวลาเลย ฉันจะมานั่งแก้ปัญหาให้แกแบบนี้ไม่ได้ตลอดหรอกนะ”
“บ่นอีกแล้ว ไปดีกว่า”
“เดี๋ยวก่อนวิน” ฉันรั้งแขนเขาไว้ก่อนที่เขาจะเดินจากไป “ดูสคริปต์ใหม่ก่อน ลูกค้าส่งมาเมื่อเช้า มีการแก้ไขนิดหน่อย”
วินขมวดคิ้ว “อะไรนะ? แก้อีกแล้วเหรอ”
“ใช่ แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว” ฉันยื่นแท็บเล็ตให้เขาดู พร้อมเปิดไฟล์เปรียบเทียบสคริปต์เก่าและใหม่ที่ฉันทำเตรียมไว้ “ดูตรงนี้ ฉันปรับบทให้กระชับขึ้น แต่ยังคงคอนเซปต์เดิมที่คุณนุ่นซ้อมมาแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องปรับตัวมาก”
วินอ่านอย่างรวดเร็วก่อนจะพยักหน้า “เธอนี่แหละที่เข้าใจงานฉันที่สุด”
“อย่ามาพูดเลี่ยน”
“เอ้า คู่นี้ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอเนี่ย กลัวคนไม่รู้หรือไงว่าเป็นแฟนกัน” หนึ่งในทีมงานตะโกนมาทางพวกเราเสียงดัง เรียกให้คนอื่นๆ หันมามองอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่ใช่แฟนค่ะ!” ฉันรีบปฏิเสธ เพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าไม่ชอบให้คนเข้าใจผิด หนุ่มเพลย์บอยอย่างวินมีแต่จะอยากป่าวประกาศว่าตัวเองโสดสนิทแค่ไหนซะมากกว่า
ฉันใช้เวลานี้แอบลอบมองคนตรงหน้า อยากรู้ว่าเขามีปฏิกิริยายังไงกับคำแซวของคนอื่น แต่เมื่อเห็นว่าเขาหัวเราะคิกคัก มองว่าการเป็นแฟนกับฉันเป็นเรื่องที่น่าขำขันอย่างที่ทำมาตลอดก็อดที่จะรู้สึกแย่ไม่ได้
“วินคะ เมื่อคืนไปไหนมา มินท์โทรหาทำไมไม่รับเลย” สไตลิสต์สาวถามด้วยเสียงสงสัย ทั้งน้ำเสียงและท่าทางบ่งบอกได้ชัดเจนว่าพวกเขาทั้งสองมีความสัมพันธ์กันแบบไหน
และดูเหมือนพวกเขาก็ไม่ได้สนใจเลยว่าฉันจะยืนอยู่ตรงนี้ด้วย
“ติดธุระ” วินตอบเสียงห้วน ดูเหมือนไม่ค่อยอยากอธิบายอะไรมากนัก
มินท์ทำหน้าระอาใจ เธอก็คงรู้ดีเหมือนฉันนั่นแหละว่า ‘ธุระ’ ที่เขาพูด มันหมายถึงอะไร
ธุระของวินก็คือการไปค้างคืนกับสาวคนไหนต่อคนไหน การที่เขาไม่ยอมรับออกมาตรงๆ มันก็คือการบอกทางอ้อมนั่นแหละว่าความสัมพันธ์ที่เขามีกับผู้หญิงมากมายนั้นมันก็แค่ชั่วครู่ แค่คนแก้เบื่อ เขาไม่เคยคิดจริงจังและไม่ปักหลักกับใครคนไหนคนเดียวทั้งนั้น
ฉันคือคนที่รู้ดีที่สุด เพราะฉันรู้จักวินมาตั้งสิบปี เขาเป็นผู้ชายแบบไหน ชอบผู้หญิงสไตล์ไหน หรือแม้แต่วิธีในการเลือกผู้หญิงของเขาเป็นยังไง ฉันรู้ทั้งหมดนั่นแหละ
แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หัวใจของฉันมันถึงยังไม่ยอมแพ้สักที
