บท
ตั้งค่า

บทที่ 9/2 ศึกชิงหมู

ซ่า

สถานการณ์อีนุงตุงนังเมื่อครู่พลันหยุดชะงัก เอ้อเหนียงได้สติก่อนใครเพื่อน รีบมองหาต้นทางของน้ำทันที ได้แต่คิดว่าจะเป็นใครก็ช่างหัวมัน นางจะด่าให้กระเจิงเลยเชียว อยู่ตั้งหลายคน แต่โดนหนักอยู่คนเดียว

“แก...สาดมาได้ไม่เห็นหรืออย่างไรตรงนี้มีคนน่ะ”

“คนที่ไหน ข้าเห็นแต่ฝูงแร้ง นึกว่ามันจะโฉบมาเก็บเศษเนื้อเน่าทำให้ลานบ้านข้าสกปรก ก็เลยสาดน้ำไล่ ต้องขออภัยจริง ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นเจ้า”

“เจ้า ๆ” เอ้อเหนียงพูดไม่ออกสักคำ มือที่ชี้หน้าอีกฝ่ายสั่นระริกด้วยความโกรธ นอกจากถูกสาดน้ำคราวนี้แล้ว ยังมีข้อสงสัยอีกอย่าง คราวที่แล้วต้องเป็นฝีมือเหมยกุ้ยแน่ ๆ ที่ดักตีตน น่าเสียดายที่ไม่มีหลักฐานเลยเอาผิดไม่ได้

“เหมยกุ้ย แม่เจ้าจะมาแย่งหมู ถ้าคิดจะยกให้พวกเขา ข้าไม่เห็นด้วยเด็ดขาด อวิ๋นเซียวเป็นคนเสี่ยงตายหามาได้ ก็ควรจะเป็นเขาที่ตัดสินใจจะให้หรือไม่ให้” ตู้เย่โพล่งขึ้นทันที เขาจะปกป้องสิ่งที่เป็นของสหายด้วยชีวิต ใครก็ห้ามแตะหมูตัวนี้เด็ดขาด

“ไอ้เจ้าบ้านี่ ไสหัวไปให้พ้น เป็นแค่คนนอกอย่ามาสะเออะยุ่งเรื่องชาวบ้าน” จงไฉ่เท้าสะเอวต่อว่าอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ ถ้าไม่เพราะอีกฝ่ายเข้าขัดขวาง ป่านนี้คงเอาหมูไปได้นานแล้ว ไม่ต้องเหนื่อยเปลืองแรงเสียเปล่า

“ข้าไม่ไป”

“แกมันก็คนนอก ส่วนพวกเราไม่ใช่ คนในครอบครัวจะมามัวแต่หวงของได้อย่างไร น้องสาวข้ามาแล้ว ไปให้พ้นซะ”

จงซานเดินกร่างเข้าไปผลักตู้เย่ให้พ้นทาง ถือวิสาสะเดินเข้าห้องครัว กวาดสายตามองหาหมูป่าด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“โอ้โฮ! ท่านแม่ตัวใหญ่มากขอรับ รีบมาดูสิ คืนนี้เราทำเนื้อตุ๋นกินกันเถอะ ส่วนที่เหลือก็เอาไปขายคงได้หลายตำลึงเงินแน่”

“ดี ๆ เช่นนั้นคืนนี้กินกันให้อิ่มไปเลย เร็วเข้าช่วยกันหามกลับบ้านเรา”

นางเฒ่าจงตาโตเมื่อเห็นหมูตัวนั้นก็พลันยิ้มกว้าง ในหัวก็เอาแต่คำนวณเงินและผลประโยชน์ที่ตนจะได้ ทว่าในตอนที่กำลังจะก้าวขา กลับถูกเหมยกุ้ยดึงคอเสื้อเอาไว้ แล้วเหวี่ยงนางเฒ่าออกให้พ้นทาง ไม่แยแสแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายคือแม่บังเกิดเกล้า

“เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะยกให้” เหมยกุ้ยทนเห็นความหน้าด้านหน้าทนของคนบ้านเดิมไม่ไหวแล้ว พูดดีไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก คิดแต่จะเอาอยู่ฝ่ายเดียว

“เหมยกุ้ยเจ้าพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก เราก็คนกันเองทั้งนั้น จะมาเห็นแก่ตัวเช่นนี้ได้อย่างไร นี่แม่เจ้านะ อย่าทำตัวเป็นลูกอกตัญญูนักเลย”

“จงซาน ข้าเคยเตือนแล้วว่าทางใครทางมัน อย่าได้ยุ่งเกี่ยวกันอีก ครั้งนี้อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”

“เหมยกุ้ยแกมันอกตัญญูไม่รู้จักบุญคุณ ข้าจะให้โอกาสอีกครั้งคิดให้ดี ๆ ถ้ายอมยกหมูตัวนี้ให้ข้า ข้าอาจจะพิจารณาให้กลับเข้าบ้านเหมือนเดิมก็ได้” นางเฒ่าจงยังคงคิดว่าตนเองเป็นต่อ ยกเอาเรื่องที่บุตรสาวอยากได้มากที่สุดมาหลอกล่อ

“ก่อนวันแต่งงานหนึ่งวัน ท่านแม่เป็นคนเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ให้ข้าเองกับมือ ความจริงแล้วข้าไม่จำเป็นต้องเรียกแม่ด้วยซ้ำ ฉะนั้นอยากได้หมูก็ไปหาเอาเอง ไม่ก็จ่ายเงินมาร้อยตำลึง ถ้าไม่มีก็ไสหัวออกไปให้พ้นจากบ้านข้า”

เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดรู้ นางในอดีตกลัวว่าหากคนอื่นรู้ว่าถูกบ้านเดิมตัดขาด สะใภ้ที่ขาดบ้านเดิมหนุนหลังก็ไม่ต่างอะไรกับตัวคนเดียว นางจึงไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใคร แล้วเก็บหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์นี้ไว้ก้นหีบสินเดิมเจ้าสาว จากนั้นก็ไม่เคยแตะต้องหีบใบนั้นอีกเลย

จงไฉ่กระทืบเท้าอย่างขัดใจ เหตุใดคราวนี้ถึงไม่ได้ผล นังเด็กนี่ไปกินอะไรมา ทำไมถึงได้ฉลาดขึ้น แต่จะให้ถอย ตนไม่มีทางยอมแน่ ใบหน้าเหี่ยวย่นมองซ้ายมองขวา ตากลอกไปมาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะยื่นข้อเสนออย่างหน้าไม่อาย

“เหอะ! เพราะข้าใจดีหรอกนะ เห็นว่าที่บ้านแกมีคนป่วย เช่นนั้นข้าเอาครึ่ง เจ้าเอาครึ่งพอใจหรือยัง”

“อย่าว่าแต่ครึ่งตัวเลย แค่ขนหมูสักเส้นข้าก็ไม่ให้”

“อกตัญญู อกตัญญูเกินไปแล้ว ข้าเป็นแม่ของแกนะ เพราะผัวแกมันเป่าหูใช่หรือไม่ มันล้างสมองให้เกลียดแม่คนนี้ไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้กล้ามายืนเถียงข้าฉอด ๆ แบบนี้”

ในตอนที่นางเฒ่าเต้นเร่า ๆ งัดเอาศีลธรรมครอบครัวมาบีบบังคับ ผู้ใหญ่บ้านหวังก็มาถึงพอดี จึงทันได้ยินเรื่องหนังสือตัดความสัมพันธ์ เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไกล่เกลี่ยข้อพิพาทนี้อีกแล้ว

“จงไฉ่พอได้แล้ว ยิ่งแก่แล้วยิ่งเลอะเลือน หากไม่ยอมหยุดข้าจะให้คนมาลากตัวเจ้าไปเดี๋ยวนี้” ผู้ใหญ่บ้านหวังปราดเข้ายืนตรงกลางทั้งสองฝ่าย เหลือทนกับความเห็นแก่ตัวของยายแก่คนนี้เต็มทน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel